
โรดแม็พนี้ต้องจอดทุกป้าย
ข้อเสนอปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อ ของ "นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" พร้อมกับกำหนดวันเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน เป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธได้ยาก "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือคนเสื้อแดง ก็ขานรับบอกว่าจะต้องดูในรายละเอียด โดยจะหารือร่วม
แต่ลึกๆ แล้วแกนนำ นปช.หลายคนก็อยากที่จะให้จบลง เพราะว่าถ้าการชุมนุมยังยืดเยื้อต่อไปก็ไม่แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะอำนาจต่อรองจะลดลงไปเรื่องๆ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดเหตุรุนแรง มีการตั้งด่านตรวจ มีการบุกรุกเข้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทำให้ความน่าเชื่อถือของกระบวนการชุมนุมลดน้อยถอยลงตามลำดับ
ฝ่ายรัฐบาล "นายอภิสิทธิ์" ถ้าการชุมนุมยืดเยื้อก็จะส่งผลให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับผู้ที่ทำผิดกฎหมายเช่นกัน ฉะนั้นทุกฝ่ายต้องการจะลง อยู่ที่ว่าเงื่อนไขของการลงจากหลังเสือนั้นจะเป็นที่ยอมรับของแต่ละฝ่ายหรือไม่
การกำหนดเงื่อนไขปรองดองแห่งชาติ 5 ประการ ชัดเจนว่า "นายกรัฐมนตรี" ต้องการให้ทุกฝ่ายเห็นว่า ไม่ใช่เพียงแค่การเจรจาเกี้ยเซียะกับนปช.เท่านั้น แต่ต้องการให้คนกลุ่มอื่นๆ ที่แสดงความคิดเห็น รวมไปถึงกลุ่มของคนหลากสี คนเสื้อเหลือง คนสีขาว และคนที่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกมา แต่พอจะจับชีพจรได้ว่า ต้องการให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และต้องการให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปให้ความมั่นใจแก่ประชาชนได้ว่าจะเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย และไม่นำไปสู่ความรุนแรงหรือความปั่นป่วนรอบใหม่
ฉะนั้นการที่จะสามารถตกลงว่าจะเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายนได้หรือไม่นั้น มีเงื่อนไขหลายข้อที่ "นายกรัฐมนตรี" เสนอ แต่เป็นภาพกว้างๆ เท่านั้น จำเป็นต้องลงรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องปฏิรูปประเทศชาติ เรื่องสื่อสารมวลชนอิสระแต่สร้างสรรค์ รวมไปถึงประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งคือ การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ กติกาพื้นฐานของการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร
และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ คนเสื้อแดงจะขอต่อรองเรื่องข้อหาก่อการร้าย และล้มเจ้า ที่รัฐบาลได้ชี้นิ้วไปที่แกนนำคนสำคัญของขบวนการ นปช.บางคน รวมไปถึงการที่จะแลกเปลี่ยนเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีการชุมนุมหรือก่อความวุ่นวายเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะจากกลุ่มใดก็ตาม
ฉะนั้นก่อนที่จะตกลงวันเลือกตั้งจะเป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน หรือไม่ รายละเอียดหลายข้อหลายประการ ยังจะต้องมานั่งพูดจากัน
ที่สำคัญจะต้องไม่ใช่การเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่าย นปช.เท่านั้น คนทุกกลุ่มในสังคมไทยจะต้องมีสิทธิ มีส่วนในการแสดงความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การปรองดองแห่งชาติ และการฟื้นฟูคืนเศรษฐกิจและความผาสุกของประชาชนอย่างแท้จริง
นี่คือภาระอันใหญ่หลวงของ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ก่อนที่เราจะสามารถประกาศยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ได้
สุทธิชัย หยุ่น



