
รัฐเพิ่มเพดานกู้อัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ
สบน.เตรียมร่างพ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน รองรับการขยายเพดานกู้เงินในประเทศ สนองนโยบายรัฐบาลหาเงินกระตุ้นเศรษฐกิจก๊อกสอง ติงควรทำแค่ระยะสั้นชั่วคราว เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง รอนายกฯ สรุปวงเงินที่จะกู้เพิ่มเติม
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางในการออกพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉิน โดยขยายเพดานการก่อหนี้ในประเทศ จากเดิมที่กำหนดให้กู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 20% ของงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี และกรอบเงินกู้ต่างประเทศไม่เกิน 10% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย เพื่อรองรับการกู้เงินที่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นตามความต้องการของเศรษฐกิจ
“ความจำเป็นที่ต้องขยายเพดานการกู้เงินมีแน่ แต่จำนวนเท่าไหร่นั้น เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจ โดยในส่วนของสบน.ได้เตรียมร่างพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉินไว้รองรับแล้ว หากสรุปวงเงินได้เมื่อไหร่สามารถใส่ลงในพระราชกำหนดทันที” นายพงษ์ภาณุกล่าวและว่า สาเหตุที่ต้องกู้เงินเพิ่มเติมโดยการออกพระราชกำหนดนั้น มาจากความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น โดยจะเห็นได้จากเม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจของแต่ละประเทศต่างมีวงเงินขนาดใหญ่ ขณะที่ของไทยมีข้อจำกัดด้านกฎหมายหนี้ที่ล็อกเอาไว้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังเห็นว่าการขยายวงเงินดังกล่าวควรกระทำในกรณีที่ฉุกเฉิน และเป็นการชั่วคราวเท่านั้น โดยอาจจะขยายเพดานการกู้เงินเป็นการชั่วคราว เช่น 1-2 ปี ในช่วงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเท่านั้น เพื่อยังคงรักษาวินัยทางการเงินการคลังไว้ ซึ่งในอดีตกระทรวงการคลังก็เคยดำเนินการเช่นนี้มาก่อนแล้วในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540
ด้านนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมแนวทางมารองรับการขยายกรอบการกู้เงินไว้ เพื่อกู้เงินในประเทศมาใช้อุดช่องโหว่รายได้จากการจัดเก็บภาษีพลาดเป้า ซึ่งเดิมเคยคาดกันไว้จะพลาดเป้าเพียงแค่ 1 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มพลาดเป้าประมาณ 2 แสนล้านบาท ทำให้เพดานการกู้เงินตามกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 20% ของวงเงินงบหรือ 4.3 แสนล้านบาท อาจไม่เพียงพอ เลยจำเป็นที่ต้องขอขยายเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราว ส่วนอีกแนวทางเป็นการขยายกรอบการกู้เงินต่างประเทศ จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 10% ของวงเงินงบประมาณ



