ข่าว

มะกันตื่นสั่งปิดประตูหน้าศาลสูงสุดจับชาวปากีฯ ต้องสงสัยระเบิดไทม์สสแควร์

มะกันตื่นสั่งปิดประตูหน้าศาลสูงสุดจับชาวปากีฯ ต้องสงสัยระเบิดไทม์สสแควร์

05 พ.ค. 2553

วอชิงตัน-สหรัฐตื่นภัยก่อการร้าย เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ปิดตายประตูหน้าศาลสูงสุด จับผู้ต้องสงสัยชาวปากีฯ

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ (3 พ.ค.) ว่ารัฐบาลอเมริกันได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังจากหวุดหวิดจะเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ในย่านไทม์สสแควร์ในมหานครนิวยอร์ก ด้วยการสั่งปิดตายประตูหน้าศาลสูงสุด ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมมากที่สุด โดยให้ผู้พิพากษา ทนายความและนักท่องเที่ยวเลี่ยงไปเข้าที่ประตูข้างแทน

 โฆษกศาลสูงสุดแถลงสั้นๆ เพียงแค่ว่าได้สั่งปิดประตูหน้าและเปิดประตูข้างแทน เพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้สามารถตรวจจับอาวุธ ระเบิดและวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นอาวุธเคมีชีวภาพ

 ขณะเดียวกัน ทางการนิวยอร์กยังเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังร่วมมืออย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกกับหน่วยสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เพื่อกระชากตัวมือระเบิดมาลงโทษให้ได้

 ด้านอัยการนิวยอร์กแถลงว่า ตำรวจจับกุมนายชาห์ซาด ไฟซาล ชาวอเมริกันเชื้อสายปากีสถาน วัย 30 ปี ที่เกาะลองไอแลนด์ ฐานต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนพัวพันกับเหตุพยายามก่อวินาศกรรมที่ย่านไทมส์สแควร์ เนื่องจากมีหลักฐานว่านายไฟซาล ชาวเมืองคอนเนคติคัต คือชายนิรนามผู้ซื้อรถยนต์นิสสัน พาธไฟน์เดอร์ ด้วยเงินสดที่ห้างสรรพสินค้าในรัฐนั้นเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการซื้อขาย และหลังจากจ่ายเงินแล้วขับรถไปเลย

 ต่อมาตำรวจตรวจพบวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์คันนี้ โชคดีที่ประทัดที่ใช้เป็นตัวจุดชนวนเกิดด้าน ไม่สามารถจุดระเบิดได้ ทำให้ความพยายามก่อวินาศกรรมด้วยคาร์บอมบ์ประสบความล้มเหลวในนาทีสุดท้าย

 รายงานข่าวเผยว่านายไฟซาลเพิ่งเดินทางกลับถึงสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากไปเยี่ยมบ้านในปากีสถานนาน 5 เดือน ขณะถูกจับกุมนายไฟซาลกำลังจะขึ้นเครื่องบินที่สนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี เตรียมมุ่งหน้าไปดูไบ

 รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตามล่าผู้ต้องสงสัยอีกอย่างน้อยหนึ่งคนที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามก่อเหตุระเบิดรถยนต์แต่ล้มเหลวครั้งนี้ จนถึงขณะนี้มีเพียงกลุ่มทาริก-อี-ตาลีบัน ซึ่งเป็นกลุ่มตาลีบันในปากีสถาน เพียงกลุ่มเดียวที่อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ แต่ทางการยังไม่เชื่อคำอ้างดังกล่าว