ข่าว

ชาวขอนแก่นแข็งข้อต้านมท.ฮุบศาลหลักเมือง

ชาวขอนแก่นแข็งข้อต้านมท.ฮุบศาลหลักเมือง

05 พ.ค. 2553

กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า พ.ศ.2463 ที่ตราไว้เมื่อ 90 ปีก่อน กำลังถูกท้าทาย เมื่อกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย กับเทศบาลนครขอนแก่น ในฐานะผู้จัดการดูแลศาลหลักเมืองขอนแก่น ที่ตั้งมา 55 ปี เมื่อในช่

 ฝ่ายหนึ่งอ้างต้องทำตามกฎหมาย อีกฝ่ายหนึ่งแย้งว่า เมื่อกฎหมายไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบันก็สมควรที่จะมีการแก้กฎหมาย เพื่อให้ศาลหลักเมืองขอนแก่น สถานที่ที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวขอนแก่นทั่วทั้งเมืองให้เขามีส่วนร่วม

 ศาลหลักเมืองขอนแก่น ที่กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างกรมการปกครอง กับเทศบาลนครขอนแก่น ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของเมือง ถ.เทพารักษ์ หน้าเทศบาลนครขอนแก่น ตั้งเป็นศาลหลักเมืองเมื่อปี พ.ศ.2498 ในปี พ.ศ.2549 เทศบาลนครขอนแก่นได้ระดมทุนเพื่อจัดสร้างซ่อมแซม ใช้งบประมาณกว่า 54 ล้านบาท พร้อมเสริมยอดฉัตรทองคำหนัก 8 กก. จนการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 และมีการขยายพื้นที่ให้สามารถจัดกิจกรรมสำคัญของเมือง อีกทั้งเมื่อมีการบูรณะเสร็จทั้งเงินบริจาคและรายได้จากการดูแลศาลหลักเมืองทำให้มีรายได้เหลือเป็นทุนในดูแลรักษาประมาณ 4 ล้านบาท

 นายพีระพล พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ให้เหตุผลที่ไม่ยอมโอนย้ายศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่นให้แก่กระทรวงมหาดไทยว่า กฎหมายที่ตั้งขึ้นมานั้นเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2463 ซึ่งเชื่อว่าเมื่อ 90 ปีที่แล้วคงจะมีเหตุผลเรื่องการปกครองความมั่นคง ทำให้ศาลเจ้าไปขึ้นตรงต่อส่วนกลาง และในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เกิดขึ้นมานานแล้ว ดังนั้นน่าจะใช้ระบบบัญชีของทางราชการส่วนท้องถิ่นมาดำเนินการบริหารการเงินการคลังได้ และที่ผ่านมาเงินบริจาคเข้ามาในศาลเจ้าก็ผ่านเข้ามาทางประชาชน ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 เทศบาลก็มีการดูแลและจัดทำระบบบัญชีมาโดยตลอด และที่ดินที่ตั้งของศาลหลักเมืองโฉนดก็ยังเป็นของเทศบาลที่มีการจัดซื้อมานานแล้ว

 "เทศบาลนครจะทำหนังสือแจ้งกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยผ่านทางวิทยาลัยการปกครองส่วนท้องถิ่น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งทั้ง 3 สถาบันนี้ตอบรับจะดำเนินการศึกษาว่า ในปัจจุบันมีศาลเจ้าหรือศาลหลักเมืองใดที่ขึ้นทะเบียนไว้ และมีศาลเจ้าใดที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน และศาลเจ้าเหล่านั้นอยู่ในสถานะใด อีกทั้งมีบางศาลเจ้าหรือไม่ที่โอนให้ส่วนกลาง และมีการถ่ายโอนอำนาจให้คนท้องถิ่นดูแล ถ้าหากศึกษาเรื่องนี้แล้วนำมาประกอบกันกับความรู้ภาคประชาชน แล้วผลักดันโดยผ่านอำนาจทางการเมือง ก็จะเป็นหลักสามเหลี่ยมภูเขา แบบเดียวกันกับที่ อ.ประเวศ วะสี แนะนำ และที่ทำไปก็เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสิทธิ์ที่ตนเองจะได้รับนั่นเอง"

 นายพีระพลกล่าวว่า รายได้จากการบริจาคในศาลหลักเมืองขอนแก่นมีประมาณ 5 แสนบาท เงินจำนวนนี้ต้องสำรองไว้สำหรับค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าการจัดการด้านความสะอาด ค่าตกแต่งสถานที่ เฉพาะค่าไฟฟ้าแต่ละเดือน ประมาณ 6,000 บาท หากโอนให้ส่วนกลางแล้วการจัดการจะลำบาก เนื่องจากตามระเบียบการอนุมัติค่าใช้จ่าย ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท อธิบดีอนุมัติได้ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท ถ้าจะอนุมัติถึง 1 หมื่นบาท ต้องเป็นอำนาจของคณะกรรมการส่วนกลาง ซึ่งจะยุ่งยากมาก ส่วนกรณีที่มีคนแนะนำว่า โอนแล้วการบริหารก็ยังเป็นของเทศบาลเหมือนเดิม ระบบบัญชีก็ทำเป็นสองบัญชีได้ แต่ผมก็เห็นว่ามันยุ่งยากและไม่ตรงไปตรงมา

สมโภชน์ สมบัติ