ข่าว

ตื่นตาจรรโลงใจมหกรรมวัฒนธรรมนานาชาติ

ตื่นตาจรรโลงใจมหกรรมวัฒนธรรมนานาชาติ

05 พ.ค. 2553

ภายในบริเวณศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยกลายเป็นดินแดนแห่งนานาชนเผ่าพื้นเมืองขึ้นมาทันใด เมื่อสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จับมือพันธมิตรหลัก อาทิ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์กรพัฒนาภาคเอกชน ผุดไอเดียสร้างสรรค์จัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมนานาชาติ : ธ ทรงปกเกล้าฯ จากขุนเขา จรดทะเล” ระหว่าง 1-5 พฤษภาคม เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกกลุ่มชาติพันธุ์

 แม้จะต่างชาติพันธุ์ ภาษา และวัฒนธรรม แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคให้เหล่าคนคิดดีทำดีมารวมกลุ่มสร้างสรรค์สิ่งดีๆ โดยวันเปิดงาน ธีระ สลักเพชร เจ้ากระทรวงวัฒนธรรมเดินทางมาตัดริบบิ้น พร้อมกล่าวว่าปีนี้ครบรอบ 60 ปีแห่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงบำเพ็ญและสร้างความผาสุกแก่พสกนิกรไทย อันรวมถึงความสนพระราชหฤทัยในความหลากหลายทางวัฒนธรรมอยู่เสมอมา

 พอได้ฤกษ์เปิดงานชนเผ่า “ลัวะ” และ “ลีซู” ก็ร่ายคาถาที่อาจฟังไม่เข้าใจแต่แฝงไว้ด้วยความเป็นสิริมงคล ทำเอาบรรดาแขกเหรื่อโดยเฉพาะคณะทูตานุทูตประเทศต่างๆ ที่มาร่วมเป็นเกียรติตั้งอกตั้งใจฟัง ซึ่งชนเผ่าพื้นเมืองที่มาถ่ายทอดวัฒนธรรมให้คนเมืองหลวงได้สัมผัสมีกว่า 20 เผ่าทั่วประเทศ อาทิ “กะเหรี่ยง” มาพร้อมชุดประจำเผ่าที่ประดับประดาด้วยเครื่องเงินอันเป็นเอกลักษณ์ ด้าน “อาข่า” นำการละเล่นโล้ชิงช้าอันเลื่องลือมาตั้งใจกลางงาน เรียกทุกสายตาต้องหันไปจดจ้อง

 จากขุนเขาลงไปใต้สุดที่ภูเก็ต กลุ่มชาติพันธุ์ลูเมาะละโว้ย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อูรักลาโว้ย” นำวิถีชีวิตชาวเลมาแสดงพร้อมการแต่งกายที่เต็มไปด้วยสีสัน เช่นเดียวกับชาติพันธุ์มอแกน ที่มีความเชื่อว่างานศพต้องไม่ทุกข์เศร้าแต่ต้องรื่นเริงตลอดการจัดงาน ยังมีวิถีชนเผ่าพื้นเมืองที่น่าสนใจ อย่าง มอญ ไทยทรงดำ หรือ ลาวโซ่ง คะฉิ่น ดาราอาง เมี่ยน ม้ง กูย แสก เป็นต้น นำเสนออัตลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป
 และที่ช่วยให้งานมีสีสันยิ่งขึ้นก็คือ การแสดงทางวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมืองนานาชาติ อย่าง “ระบำโล่ และดาบ” จากตุรกี ที่บ่งบอกถึงความผ่อนคลายจากศึกสงคราม สาธารณรัฐเกาหลี โดยสมาคมอนุรักษ์การแสดงฮวาซองดอเร่ นำศิลปะพื้นบ้านอย่าง “ดอเร่นงอัก” ที่ผู้แสดงตีกลองพื้นบ้านพร้อมสะบัดศีรษะไปด้วยมาอวด นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากบัลแกเรียและศรีลังกามาร่วมสร้างสีสันด้วย

 แม้จะมีผู้เข้าร่วมงานไม่มากนัก เพราะส่วนหนึ่งยังคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง แต่อย่างน้อยได้มาสัมผัสแล้วก็น่าจะช่วยสร้างความผ่อนคลาย และกระตุ้นให้รู้รักสามัคคีแม้ต่างเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม