ข่าว

โรดแม็พนายกฯโรดแม็พสื่อ

โรดแม็พนายกฯโรดแม็พสื่อ

05 พ.ค. 2553

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอแนวปรองดองแห่งชาติ หรือการปฏิรูปประเทศไทย รวม 5 แนวทาง หนึ่งในนั้นคือ การใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ใช้ช่องว่างทางกฎหมายที่สื่อก้าวไปไกลกว่า เช่น อินเทอร์เน็ต ทีวีดาวเทียม ทีวีบอกรับสมาชิก เคเบิลทีวี วิทยุชุมชน

หรือแม้แต่สถานีโทรทัศน์ของรัฐก็ถูกวิจารณ์ด้วย ฉะนั้นในกระบวนการปรองดอง สื่อต้องมีสิทธิ เสรีภาพ แต่ต้องมีกลไกที่เป็นอิสระเข้ามากำกับอย่างแท้จริงว่า แม้จะมีอิสระ แต่ไม่นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ในแง่ของการสร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชัง การดูแลสื่อให้ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ จะช่วยให้สังคมกลับมาปรองดอง และสงบสุขอย่างรวดเร็ว ข้อเสนอนี้ สอดรับกับแนวคิดขององค์กรสื่อที่ได้ระดมความเห็นกันก่อนหน้านี้ว่า นี่เป็นจังหวะที่ดีในการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส รื้อฟื้นการปฏิรูปสื่อขึ้นมาอีกครั้ง

 แม้จะเป็นเพียงเค้าโครงในการปฏิรูปประเทศไทย และนายกรัฐมนตรีมิได้พูดชัดถึงกลไกซึ่งก็คือองค์กรที่เป็นอิสระในการเข้ามากำกับ ดูแลสื่อ แต่หลักการนี้นับว่า ยังสะท้อนแนวคิดในเชิงอนุรักษนิยมอยู่มาก คือยังไปเข้าใจว่า การที่จะให้สื่อทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ไม่เสนอข้อมูล ข่าวสารในการสร้างความขัดแย้ง เกลียดชังนั้น ต้องมีองค์กรกลางเข้ามาดูแลจัดการ และดูเหมือนจะต้องมีอำนาจในการบังคับให้เป็นไปตามกรอบที่รัฐบาลคิดว่าควรจะเป็น ซึ่งนั่นเท่ากับถอยหลังเข้าคลอง แต่แน่นอนที่สุด เราเห็นด้วยในหลักการที่สื่อจะต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ปราศจากความลำเอียง อคติ และภยาคติ เพียงแต่วิธีการในการเข้าถึงวัตถุประสงค์ที่จะให้สื่อมีความโปร่งใส วางใจได้ จะต้องใช้กระบวนการของผู้บริโภคข่าวสารเป็นเครื่องมือสำคัญ

 นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงในบรรดาสื่อใหม่ หรือ New media ซึ่งนับว่าในห้วงระยะเวลาแห่งความขัดแย้งที่ผ่านมา มีบทบาทอย่างสำคัญยิ่งทั้งในแง่ของการสื่อสารความเป็นจริง หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งในแง่ของการโฆษณาชวนเชื่อ เป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง ซึ่งความห่วงใยนี้หากมองในอีกมิติหนึ่ง จะพบว่าความหลากหลายของสื่อ ความหลากหลายของข้อมูล ข่าวสาร หรือเช่นที่นางสุกัญญา สุดบรรทัด ส.ว.สรรหา กล่าวในการประชุมร่วมของ 2 สภา เมื่อวันจันทร์ (3 พ.ค.) ว่าข่าวสารข้อมูล ไม่ควรมีเพียงชุดเดียว แต่จะต้องมีความหลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่หลากหลายด้วย ย่อมเป็นภาพที่ดีในสังคมข่าวสารยุคปัจจุบัน

 นพ.จิรุตน์ ศรีรัตนบัลล์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอคำถามที่น่าสนใจ กรณีพรรคเพื่อไทยนำภาพและข้อมูลเท็จเรื่องทหารที่อยู่ในบริเวณโรงพยาบาลมาเผยแพร่ว่า สื่อจำเป็นต้องนำเสนอข่าวและภาพจากฝ่ายต่างๆ อย่างครบถ้วน รอบด้านหรือไม่ แม้จะรู้ว่าเป็นการปั้นน้ำเป็นตัว นี่ก็เป็นข้อคิดและคำตอบสำหรับผู้รับสารในเวลาเดียวกันว่า สื่อที่ไม่แยกแยะความจริงออกจากความเท็จ ไม่อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกัน การมีสื่อที่หลากหลาย ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้รับสารเข้าถึงความจริงมากขึ้น ฉะนั้น กระบวนการปฏิรูปสื่อ จึงมิใช่การตั้งกฎ ตั้งองค์กรขึ้นมาควบคุม จัดการ แต่การปล่อยให้สื่อได้ทำงานอย่างเป็นอิสระ นั่นย่อมเป็นการควบคุม ดูแลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด