
สมศักดิ์ชมอภิสิทธิ์ฉลาดคลอดโรดแม็พมาต่อรอง
"สมศักดิ์" ชื่นชม "นายกฯ"เก่งจริง ที่คิดเอาประเด็นปรองดองของชาติมาต่อรอง เชื่อทุกฝ่ายยากที่จะปฎิเสธ เนวิน ปัดวิจารณ์ อ้างเหตุกำลังเมามันอยู่กับฟุตบอล เผยยังไม่หารือกับ"สุเทพ"
(4พ.ค.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย กลุ่มมัชฌิมา กล่าวถึงแผนโรดแม็พ 5 ว่า หากการที่นายกฯ ใช้เหตุผลนี้ คือ การใช้ความปรองดอง และทำให้รัฐบาลอยู่ได้ถึงวันที่ 14 พ.ย. โดยทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ถือเป็นความสามารถมาก เพราะถ้าใช้เหตุผลอื่นกลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่สลายการชุมนุมอย่างแน่นอน และเหตุผลอื่นๆ ก็อาจทำให้ถูกโจมตีได้อีก ถ้าใช้เหตุผลของความปรองดองบ้านเมืองก็จะไม่ทะเลาะกัน และการปรองดองคือเหตุผลที่ทุกฝ่ายปฏิเสธไม่ได้ในขณะนี้ โดยเวลาที่เหลือ นายกฯก็ต้องทำงานให้บ้านเมืองต่อไป ไม่ว่าจะเป็นคดีความเสื้อเหลือง หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ต้องประคองให้จบไป แต่สิ่งที่ทำไม่ได้ก็ต้องเก็บเอาไว้
“นายกรัฐมนตรีต้องกอบกู้ประชาธิปไตยมาให้ได้ อะไรที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในอดีตก็แก้ให้เสร็จในคราวเดียว ดังนั้นแผนโรดแมป ถือว่าเป็นความชาญฉลาดของนายก และเชื่อว่าเป็นการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์เพียงลำพัง” นายสมศักดิ์ ระบุ
“เนวิน”ปัดวิจารณ์อ้างกำลังเมามันอยู่กับฟุตบอล
นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดโรดแม็พ 5 ข้อ ของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว เพราะขณะนี้กำลังดูฟุตบอลอยู่อย่างเมามันในต่างจังหวัด จึงไม่ทราบเรื่องและไม่ขอให้ความเห็นหรือให้คำตอบได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ดีหรือไม่ดีอย่างไร นอกจากนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ทราบเรื่องของการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล
ปธ.หอฯภูเก็ตเห็นด้วยโรดแม็พอภิสิทธิ์
นพ.ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โรดแม็ป 5 ข้อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า น่าจะเป็นทางออกที่ดี หากกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.และทุกฝ่ายเห็นด้วย คงจะมีบรรยากาศที่ดีขึ้น ซึ่งเนื้อหาสาระรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องก็ต้องหารือกันไป โดยรัฐบาลต้องเลือกทำเรื่องที่สำคัญก่อน เช่น การเลือกตั้ง ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยๆทำไป
"หลังจากที่เหตุการณ์สงบแล้วประเทศต่างๆ ที่แจ้งเตือนพลเมืองไม่ให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยก่อนหน้านี้ คาดว่าจะเดินทางกลับเข้ามาภายใน 2-3 เดือน บรรยากาศของการท่องเที่ยวคงฟื้นกลับมาอีกครั้ง" นพ.ศิริชัย ระบุ
นครบาลเล็งขอคืนพื้นที่โรงเรียนใกล้ม็อบ
เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (โฆษก บช.น.)กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงนั้น ตำรวจนครบาลมีการติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมอยู่โดยตลอด ตำรวจทุกนายยังทำหน้าที่ตามปกติยังไม่มีการปรับลดกำลังลงแต่อย่างใด โดยเน้นในการตั้งจุดตรวจพื้นที่การชุมนุมร่วมกับทหาร ขณะเดียวกัน ช่วงใกล้เปิดเทอม โรงเรียนที่อยู่ใกล้พื้นที่การชุมนุมเจ้าหน้าที่จะคอยดูแลรักษาความปลอดภัยนักเรียนและผู้ปกครอง หากมีการตกลงขอคืนพื้นที่ได้ ทางตำรวจพร้อมดูแลฟื้นฟู ประสานกำลังทุกฝ่ายสำรวจความเสียหาย และให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพื้นที่
ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการ์ดนปช.ที่ถูกจับกุมไม่ใช่พนักงานบริษัทเนชั่นฯ
สืบเนื่องจาก ตำรวจชุดปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) ตำรวจ สน.คลองตัน และกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) สนธิกำลังเข้าตรวจค้นทาวน์เฮ้าส์ เลขที่ 231 หมู่บ้านฮอลลีวู้ด ซอยอ่อนนุช 17 แยก 9 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. ผลการตรวจค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมาก จึงนำนายสุรชัย นิลโสภา อายุ 33 ปี และนายชาตรี ศรีจินดา อายุ 28 ปี ซึ่งพักอาศัยในทาวน์เฮ้าส์ส่ง ศอฉ.เพื่อสอบปากคำโดยละเอียด ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง
ต่อมานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า ผู้ที่ถูกจับกุมทั้งสองคนไม่พบอยู่ในสารบบของการ์ด นปช. และเมื่อตรวจสอบต่อไปก็พบว่า หนึ่งในผู้ถูกจับกุมชื่อ นายสุรชัย นิลโสภา 33 ปี มีข้อมูลในเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีอาชีพเป็นผู้จัดการแผนกธุรการ นสพ.คมชัดลึก และในเฟซบุ๊ก ยังมีข้อความ เชิญชวนให้กำลังใจหมอตุลย์ (นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำคนเสื้อหลากสี) ถ้าเรามีการ์ดชวนคนไปให้กำลังใจหมอตุลย์คงต้องเลิกการชุมนุมเสียแต่คืนนี้
จากกรณีดังกล่าว หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ขอชี้แจงว่า นายสุรชัย นิลโสภา เป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการเครือเนชั่น จริง แต่เป็นคนละคนกับที่นายณัฐวุฒิกล่าวอ้าง และไม่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไป โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังอยู่สุขสบายดี และไม่ได้ถูกจับกุม
"ผมก็ยังข้องใจว่าคนที่ถูกจับกุมชื่อเดียว นามสกุลเดียวกันกับผมจริงๆ หรือเป็นเพียงการกล่าวอ้าง ไม่ทราบว่ามีบัตรประชาชนแสดงให้เห็นหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ผมอายุ 48 ปี ไม่ใช่ 33 ปี เหมือนคนที่ถูกจับกุม" นายสุรชัย กล่าวยืนยัน
(นายพงษ์ศักดิ์ ศรีสด)
บรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก



