ข่าว

"ทักษิณ"ลั่นไม่เกี่ยวกับโรดแม็พแดงตัดสินใจเอง

"ทักษิณ"ลั่นไม่เกี่ยวกับโรดแม็พแดงตัดสินใจเอง

04 พ.ค. 2553

“ทักษิณ”โฟนอินเพื่อไทยตอบคำถามสื่อยันยังไม่ตาย ยังแข็งแรงดี ลั่นไม่เกี่ยวกับ"โรดแม็พ"ให้แดงตัดสินใจ แต่แนะสร้างกติกาเริ่มต้นให้เกิดทัศนะคติร่วมกันจบปัญหา กั๊กไม่บอกกลับไทยสิ้นปี เผยอยู่ตะวันออกกลาง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พ.ค.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินจากประเทศในตะวันออกกลางเข้ามายังโทรศัพท์มือถือของนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อยืนยันว่าไม่ได้เสียชีวิต นานประมาณ 15 นาที

 เนื่องจากนายนพดลที่ได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวรับทราบว่าจะมีการแถลงข่าวในวันและเวลาดังกล่าว โดยก่อนการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ นายนพดล แถลงว่า ขณะนี้ได้มีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องของพ.ต.ท.ทักษิณ แม้ว่าจะส่งรูปภาพมาก็มีการกล่าวหาว่ามีการตัดต่อหรือว่ามีคลิปวีดีโอต่างๆ วันนี้จึงจะได้ทำความจริงให้ปรากฎชัดเจน แล้วประเด็นนี้ได้ตรวจสอบได้ไม่ยาก แต่ก็มีสื่อบางสื่อได้เสนอข่าวยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณเสียชีวิต และใน 2 - 3 วันที่ผ่านมามีประเด็นปัญหาบ้านเมือง เช่น กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอโรดแมป เสนอทางออกประเทศไทยใน 5 ประเด็น จึงได้ติดต่อไปยังพ.ต.ท.ทักษิณให้ชี้แจงและร่วมแถลงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณจึงต้องการโฟนอินให้สื่อมวลชนซักถาม

 จากนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ต่อโทรศัพท์ไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวว่า ” สวัสดีพี่น้องสื่อมวลชนไม่ทราบว่าจำเสียงตนได้หรือไม่ ที่ได้ยินในการโฟนอินนี้เป็นเป็นเสียงคนไม่ใช่เสียงผี ยืนยันว่า ยังไม่ตาย ยังมีความสุขและสบายใจดี อยากบอกกับสื่อมวลชนว่า เห็นใจสื่อมวลชนที่ทำงานในภาวะเช่นนี้ และต้องทิ้งอุดมการณ์ไปหลายคน ต้องถูกรัฐบาลให้ทำข่าวเพียงด้านเดียว แต่หลายคนก็ยังรักษาอุดมการณ์เอาได้ บางท่านก็ทิ้งอุดมการณ์ไป แต่ผมอยากเรียนว่าถ้าวันนี้ถ้าสังคมขาดความเป็นธรรม ขาดหลักการ ขาดกฎกติกา ขาดการเคารพกติกา มันก็ทำให้สังคมนั้นหาความสงบสุขยาก วันนี้ไม่มีอะไรมาก เพียงอยากส่งเสียงให้ได้ทราบว่าผมยังมีชีวิตอยู่ แข็งแรง สบายดี ไม่มีอะไรอย่างที่ปล่อยข่าวลือกัน ข่าวลือแปลว่าสิ่งที่คนปล่อยข่าวอยากให้เป็นอย่างนั้น แน่นอนคนปล่อยข่าวเพื่อให้มวลชนที่สนับสนุนผมเลิกราไป วันนี้มันเกินเลยผมไปเยอะแล้ว มวลชนเขาเข้าใจความยุติธรรมในสังคมเป็นอย่างไร ความไม่มีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค ความไม่เป็นประชาธิปไตยเป็นอย่างไร เขาเลยใฝ่หา

 วันนี้รัฐบาลไม่เข้าใจ คิดว่าการปิดสื่อ ใช้สื่อโฆษณาตัวเองและโจมตีข้างเดียวจะได้ผล แต่แท้จริงไปเพิ่มให้คนที่ไม่ชอบรัฐบาลอยู่แล้ว เกิดความรู้สึกไม่ชอบรุนแรงขึ้น ทำให้คนที่ไม่รักความเป็นธรรมมา หันเข้ามาสู่กระบวนการคนเสื้อแดงมากขึ้น วันนี้สิ่งที่อยากเห็นวันพรุ่งนี้เป็นวันฉัตรมงคล เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขึ้นครองราชย์ ผมคิดว่าถ้าเริ่มต้นสิ่งที่ดีงาม ความที่จะปรองดองแห่งชาติเกิดขึ้นมันก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าทุกคนต้องมีจิตใจที่ไม่เอาเปรียบ หากจะเอาเปรียบทางการเมือง ค้ากำไรเล็กๆน้อยของกันและกัน คงเป็นไปได้ยากเพราะ ไม่มีใครโง่กว่าใคร แต่ต้องเอาใจ ทัศนคติที่พร้อม ให้เกิดสิ่งที่ดีงามในบ้านเมือง การมีหลายสีไม่ได้ผิดอะไร หากมีสีเดียวหมดก็เหมือนคอมมิวนิสต์สมัยก่อน ทุกคนต้องใส่สีเดียวกันหมด ความจริงแล้วการหลากสี การมีความคิดต่างกันเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย แต่หมายความว่าทุกฝ่ายต้องเคารพกติกา กติกาต้องเป็นธรรม ไม่ใช่กติกาบังคับใช้ส่วนหนึ่งแล้วไม่บังคับใช้ส่วนหนึ่ง ถึงเวลาแล้วเรียกหากฎหมาย แต่กฎหมายต่ำกว่าความยุติธรรมเยอะ ถ้าเราคิดว่ารักและป้องกฎหมายเพื่อเอามาใช้เพื่อประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง ก็สร้างปัญหาใหม่เกิดขึ้น

 สิ่งเดียวที่ทำให้ประเทศไทยกลับเหมือนเดิม คือทุกคนต้องเลิกเอาเปรียบกัน ทุกคนต้องยอมรับกติกาแล้วเคารพกติกา แต่ไม่ใช่กติกามาเลือกใช้บังคับเฉพาะข้าง มันเริ่มต้นผิดพลาดตั้งแต่ไม่ยอมลงเลือกตั้ง เป็นที่มาความวุ่นวายในปัจจุบัน วันนี้เราไม่ต้องฟื้นฝอยหาตะเข็บ มองไปข้างหน้าดีกว่า จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างไร แน่นอนธรรมชาติมนุษย์ก็ต้องปกป้องตัวเองทุกคน เมื่ออันตรายมาถึงตัวทุกคนปกป้องเหมือนกันหมด เมื่อทุกคนต่างฝ่ายต่างปกป้อง ก็ยากที่จะทำให้เราเริ่มต้นใหม่ได้ ถ้าเริ่มแล้วก็ต้องให้ทุกคนวาง แล้วไม่ต้องมาปกป้องตัวเอง หันหน้าเข้าหากัน มาปรองดอง ไม่ต้องระแวงซึ่งกันและกัน เดินหน้า ให้อภัยซึ่งกันไป จบกันไป เอากติกามาใช้ ทุกคนเคารพกติกา คนที่บังคับใช้กติกาก็ต้องเป็นกลาง ไม่ใช่เอาพวกพ้องมา แล้วกลั่นแกล้งอีกฝ่ายตลอดเวลา เรื่องเห็นชัดๆ ฝ่ายหนึ่งทำก็ผิด อีกฝ่ายทำไม่ผิด มันคือความหน้าด้านของระบบและคนในระบบมันมากขึ้น มันทำให้ทุกอย่างมันต้องแรง เพราะฉะนั้นก็เลยอยากเรียกร้อง วันมหามงคลกำลังจะมาถึง ถ้าทัศนคติทุกฝ่าย นำกลับไปคิด เราเคยรุ่งเรืองมาก่อน เราเคยเป็นสยามเมืองยิ้ม เราเคยหันหน้าเข้าหากันเพราะเคารพกติกา ไม่คิดเอาเปรียบทางกติกา บ้านเมืองก็ไปได้ เป็นความปรารถดีของผมที่อยู่ไกล และถูกกระทำตลอด วันนี้ก็ยังถูกกระทำอยู่ ไม่ว่าจะหนีอย่างไรก็ยังถูกกระทำตลอด ทั้งที่ควรเลิกรากันไป

 วันที่ถูกปฏิวัติก็ได้บอกกับหัวหน้าคณะปฏิวัติแม้กระทั่งพล.อ.สุรยุทธ์ ว่าผมเป็นนักกีฬา เมื่อจบคือจบ แต่ต้องหยุดกลั่นแกล้งทางการเมือง ถ้าคิดจะสร้างความปรองดองแห่งชาติ เปรียบเหมือนปรบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก ต้องปรบมือสองข้าง เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน ถ้าเราจะปรบมือ สองมือต้องมาสามัคคีกัน ไม่ใช่ปรบไม่โดนกัน ผมมีความปรารถนาอย่างเต็มที่ ในฐานะทำหน้าที่มา 5 - 6 ปี ก็รักชาติ ห่วงชาติบ้านเมือง ประชาชน อยากเห็นกติกา เป็นกติกา อยากเห็นคนใช้กติกามีใจเป็นธรรม อยากเห็นสิ่งที่ดีงามกลับคืนมา เพื่อพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงมีความสุข

 ผมอยู่เมืองนอกนาน ก็เรียนว่าขอให้คนไทยด้วยกัน โดยเฉพาะนักการเมือง ที่มาปัญหาเพราะนักการเมืองสู้กันสองพรรคอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ได้ยอมรับว่าแพ้ชนะเป็นเรื่องของประชาชน มันเลยแตกลูกหลานออกไป เพราะฉะนั้นนักการเมืองสองพรรคต้องไม่เอาแพ้ชนะ ต้องหันหน้าเข้าหากัน คุยกัน ในฐานะคนไทย คุยภาษาไทย คุยและต้องหันหน้าและยิ้มให้กัน ไม่ใช่มือไขว้หลังแล้วพกอะไรไว้ เอามือวางไว้บนโต๊ะ เช็กแฮนด์(จับมือ)ให้เรียบร้อย คุยกันอย่างคนไทยด้วยกันว่าเรา จะหาข้อยุติอย่างไร ไม่ใช่คอยจะชิงไหวชิงพริบ เอาเปรียบกัน เอาจุดหมายปลายทางคนไทยไว้ดีกว่า ขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนอีกครั้งผมยังหลับตาเห็นหน้าตาหลายคน ที่อยู่แถวทำเนียบฯ ไม่รู้ใคร ผอมอ้วน แก่ หนุ่ม อย่างไร แต่ผมรู้สึกแก่ไปเยอะ แต่น้ำหนักเท่าเดิมเหมือนตอนเป็นนายกฯ และผมไม่ร่วง ผมยังดกดำเหมือนเดิม ย้อมบ้าง ขาวบ้าง “ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การเริ่มต้นที่ดีในวันฉัตรมงคลผู้ชุมนุมต้องยุติการชุมนุมเพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าสร้างความปรองดองแห่งชาติอย่างยุติธรรมใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ผมคิดว่าวันนี้เป็นการ สร้างกติกาน่าจะเริ่มต้นให้เกิดทัศนะคติร่วมกันดีกว่า เรื่องยุติชุมนุม ไม่รู้รัฐบาลชิงไหวพริบ เอาเปรียบหรือเปล่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา อยู่ๆก็ด่าข้างเดียว ถ้าเริ่มต้นที่ดีวันฉัตรมงคลเริ่มต้นคุยกันด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แล้วหาแนวทางข้อยุติร่วมกัน จะใช้เวลาวันสองวันก็ยังดี วันที่ 5 พ.ค.ควรเป็นวันเริ่มต้นที่ดี ให้คนไทยได้อบอุ่นใจว่าหน้าตายิ้มแย้มใส่กัน ไม่มีเจ้าเล่ห์เจ้าเหลี่ยมแล้ว ไม่ใช่พูดอย่างทำอย่าง

 เมื่อถามว่าเบื้องต้นรับได้กับโรดแมฟ 5 ข้อของนายอภิสิทธิ์หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่เกี่ยว รับไม่รับเป็นเรื่องของเสื้อแดง ผมเป็นผู้สังเกตการณ์ ก่อนอื่นอยากให้สื่อมวลชนไปดูข้อ 3 สื่อต้องสร้างสรรค์ไม่แตกแยก ไม่เสนอข่าวด้านเดียว ไม่รู้นายอภิสิทธิ์เขียนเองหรือมีใครเขียนให้อ่านหรือไม่

 เมื่อถามว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอรัฐบาลที่ให้เลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า “ไม่ทราบ ต้องไปถามคนเสื้อแดง วันนี้เกินผมไปแล้ว ผมเป็นตัวจิ๋วๆเล็กๆ อยู่ในกระบวนการที่เขาเคลื่อนไหวเท่านั้นเอง ต้องถามเขา ผมคงตอบแทนไม่ได้ ผมไม่ทราบ ผมห่างไกลแล้ว เลือกตั้งก็ไม่เกี่ยวแล้ว ยังถูกห้ามอยู่5ปี ผมยังร้องเพลงขอบคุณที่ซ้ำเติมไม่จบเลย “ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

 เมื่อถามว่า จะปรากฏตัวให้ประชาชนได้เห็นหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า จะให้ปรากฏอย่างไร จองตั๋วการบินไทยกลับได้เลยหรือไม่

 เมื่อถามต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะกลับประเทศไทยสิ้นปี พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนสัมภาษณ์ตามหมอดู ก็ไม่รู้เรื่องจริงเป็นไงไม่รู้ แต่หมอดูต่างประเทศบอกว่าอย่างนั้น ก็ต้องสัมภาษณ์ไปอย่างนั้น

 พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า หวังว่าคงจะจำเสียงผมได้นะครับ เดี๋ยวจะบอกว่าเสียงใครมาพูดแทนหรือเปล่า ใช่หรือเปล่า อาจตายไปแล้วอัดเทปเก่าไว้หรือเปล่า

 เมื่อถามว่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ผมอยู่ตะวันออกกลางครับ

 พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่าขอบคุณสื่อมวลชนที่กรุณามาวันนี้ ยังคิดถึง หลับตายังนึกถึง ขวัญ มล ยังจำได้อยู่ ไม่รู้ว่าอ้วนหรือผอม บางคนแต่งงานหรือยังไม่รู้ แต่ขอบคุณทุกคนครับ

"นพดล"ไม่เชื่อนายกฯจริงใจทำโรดแม็พ

 นายนพดล กล่าวว่า คิดว่าเป็นการหาทางลงให้ตัวเองมากกว่า ส่วนตัวไม่เชื่อในความจริงใจของนายอภิสิทธิ์ สิ่งที่ระบุก็ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องคดีการเมือง รัฐสวัสดิการ เสรีภาพสื่อมวลชนซึ่งฝ่ายอื่น ฝ่ายคนเสื้อแดงจะต้องตอบสนองอย่างระมัดระวัง คำนึงถึงความรู้สึกประชาชนด้วย อย่าเพิ่งไปรีบตะครุบ และก็ต้องไปถามพรรคร่วม รวมทั้งคนในพรรคประชาธิปัตย์ก่อนว่าเห็นด้วยหรือยังกับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ อย่างไรก็ตามแต่การที่มีทางออกให้ประเทศถือเป็นสิ่งที่ดี

 ส่วนข้อเสนอให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย.นั้น นายนพดล กล่าวว่า ก็ยังคิดว่านานไปหน่อย ส่วนตัวคิดว่าเวลาไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สำคัญที่การแก้ไขความเท่าเทียม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คดีความต่างๆที่เกิดขึ้น การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะยุติลงอย่างไร บ้านเมืองของเราจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างไร

"บรรหาร" หนุนโรดแม็พเป็นสิ่งที่ดีชี้นปช.หลายคนรับได้

 นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรดแม็พ 5 ข้อของนายกฯว่า ข้อแรกที่เกี่ยวกับการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลไม่ให้สื่อหรือใครมาจวบจ้วงพระมหากษัตริย์หรือดึงมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ที่ผ่านมาก็มีการก้าวล่วงไปพอสมควร ถ้ารัฐบาลทำได้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่าย ข้อที่สองที่เกี่ยวกับความไม่เป็นธรรม นั้นก็คิดว่ารัฐบาลคงแก้ไขได้ไม่ยาก ส่วนข้อสามเรื่องข้อมูลข่าวสารมีการนำสื่อไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง มีการกล่าวหารัฐบาล ก็คิดว่า การแก้ไขก็ไม่ยากเช่นกัน สำหรับข้อสี่เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 22 เม.ย.และวันที่ 28 เม.ย.จะมีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี และข้อห้า ความขัดแย้งทางการเมืองมาหลายปีตั้งแต่การปฏิวัติ เกิดความไม่เป็นธรรม หรือเกิดสองมาตรฐาน รวมทั้งกติกาการเลือกตั้ง เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายบางมาตรา การเพิกถอนสิทธิเกี่ยวกับการเมือง ถึงเวลาที่จะนำสิ่งเหล่านี้มาวางเพื่อให้มีกลไกในการระดมความคิดเห็นทุกฝ่ายให้เกิดความเป็นธรรม และครอบคลุมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการประกาศวันเลือกตั้ง 14 พ.ย.แต่เหตุการณ์ต้องสงบ กลุ่มผู้ชุมนุมต้องยอม ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวต้องเคลื่อนต่อไปอีก ซึ่งไม่ทราบเมื่อไหร่ สรุป 5 ข้อเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีคำถามว่าการประกาศวันที่ 14 พ.ย.ถามพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

 “เรื่องนี้ผมพูดมาเกือบเดือนตอนที่ทานอาหารกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและพรรคร่วมรัฐบาลว่า นายกฯจะต้องพูดมาให้ชัดเจนจะยุบสภาเมื่อไหร่ จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ ถ้า 9 เดือนนานไปก็ 6 เดือนก็พอ เช่น ยุบสภาต.ค. แล้วเลือกตั้งพ.ย.หรือธ.ค.พูดลอยๆอย่างนี้ แต่เรื่องก็เงียบหายไปเลย ไม่มีเสียงสะท้อนกลับว่ายอมรับหรือไม่ยอมรับ จนมาได้ยินเมื่อคืนนี้ ทั้งหมดนี้ ผมว่ารัฐบาลจะต้องคุยกับผู้ชุมนุมว่า ทางผู้ชุมนุมติดใจข้อไหนบ้าง ไม่ว่าเรื่องข้อมูลข่าวสารวางตัวไม่เป็นกลาง หรือการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร โดยการเพิกถอนสิทธิ์ ผมว่าต้องคุย แต่เข้าใจว่าเขาคงคุยกันแล้ว ถ้าสามารถคุยยุติได้ภายในวันนี้ วันพรุ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นวันฉัตรมงคล เป็นการทูลเกล้าฯถวายพระองค์ท่าน ถ้าสามารถยุติได้ แต่ถ้าฟังเสียงแกนนำนปช.หลายคนก็เห็นคล้อยตามที่รัฐบาลประกาศ ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าทำได้ บ้านเมืองจะได้สงบ การเมือง การท่องเที่ยว การลงทุน เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น เหมือนยกภูเขาออกจากอก การล้มตาย การสลายการชุมนุมก็จะไม่เกิดขึ้น บางทีอาจจะจูนกันนิดหน่อย ต่อรองกันบ้างเล็กๆน้อยๆผมก็เห็นด้วย” นายบรรหาร กล่าว

 นายบรรหาร กล่าวว่า การทำงานต้องมีความจริงใจ และทำด้วยความฉับพลัน และเป็นไปตามเป้าหมายที่ประกาศไว้บางข้ออาจไม่ทันก็ต้องค่อยๆทำไป อย่างการแก้ไขปัญหาความไม่ยุติธรรมในสังคมต้องใช้เวลา และเรื่องสื่อก็แก้ไขได้ทันที หรือองค์กรอิสระก็ต้องทำคู่ไป และสิ่งที่จะต้องทำคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกาศวันเลือกตั้ง 14 พ.ย.อยู่แล้วต้องทำ อีกทั้งมีบางฝ่ายก้าวล่วงสถาบันต้องทำ

 "เมื่อก่อนกังวลมาก และถ้าอยู่อย่างนี้ต่อไปก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง เดี๋ยวก็ไม่รู้จรวดลูกที่ 3 จะหล่นที่บ้านผมอีกหรือเปล่า ผมเห็นภาพหมอ และพยาบาลมาร้องเพลงที่หน้ารพ.จุฬาฯแล้วก็น้ำตาจะไหล คนเราถ้ามีหัวใจมนุษย์มันจะต้องสะท้อนกลับไปในหัวใจ ถ้าน้ำตาไม่ไหลออกไปข้างนอกก็คงไหลอยู่ข้างใน" นายบรรหาร กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าทางกลุ่มนปช.อยากจะให้มีการนิรโทษกรรมด้วย นายบรรหาร กล่าวว่า ถ้าจบแล้วก็จะยกเลิกให้เขา หากเขายอมสลายโดยไม่เสียเลือดเนื้ออีก แต่ว่าต้องไปมอบตัวทุกคนแล้วก็ให้ประกันตัว นายกฯก็ต้องทำให้เขา อย่ามาแค้นเคืองกันเลย เหตุที่แล้วก็แล้วกันไป เพราะเป็นความไม่เข้าใจกันและเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังคม ควรนิรโทษกรรมให้หมดทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองก็ต้องทำด้วย บ้านเมือง ท้องฟ้าจะได้สดใสสักทีหนึ่ง ก็ควรทำ

 เมื่อถามว่านายชวน หลีกภัย ส.ส.สัดส่วน และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาที่นายกฯประกาศออกมาจะทำให้ทุกอย่างสะดุดหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่เกี่ยว ไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อถามว่าย้ำว่า นายชวน ไม่เห็นด้วยจะทำให้ภาพพจน์ของนายกฯเสียหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์เขาคงจะคุยกันเอง ซึ่งนายกฯอาจจะโทรคุยกับนายชวนแล้ว อาจจะเป็นเรื่องกระทันหันก็ได้

 เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า อยู่ที่รัฐบาล และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลต้องลงเล่นเองด้วย ต้องเวิร์คเอง อย่าปล่อยให้สภาฝ่ายเดียวไม่ได้ ไม่อย่างนั้นไม่สำเร็จหรอก รัฐบาลต้องลงและออกแรงด้วย ที่สำคัญต้องประสานงานกับทุกฝ่าย ถึงจะสำเร็จได้

 เมื่อถามถึงกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยึดตามแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า อะไรก็ได้ ไม่อยากพูดมาก เพราะเป้าหมายมี 2 ประเด็นอยู่แล้ว แต่ถ้าก้าวไปถึงมาตราที่ไม่เป็นธรรม อย่างมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญเป็นธรรมหรือไม่ ตนถึงได้บอกว่าถ้าไม่ถูกกับใครแล้วจะไม่รู้สึก ถ้าถูกถึงจะรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ และสิ่งนี้ก็อยู่ในข้อที่นายกฯพูดไว้

 เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่โรดแมป ปรองดองอาจล้มลงก่อน นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่น่าจะล้มถ้าช่วยกันทุกฝ่าย และพรรคร่วมก็เอาแล้วคุยกันตรงที่เราเสนอแล้วพูดไปเดือนกว่าแล้วเพิ่งมาตอบรับกันตอนนี้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะคิดอย่างไร แต่เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้แล้วจะปล่อยให้เป็นอีกหรือไม่ เพราะหากมีคนตายเกิดขึ้นแล้วใครจะรับผิดชอบ

 เมื่อถามว่า โรดแมปจะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า แก้ได้ ถ้าฝ่ายนปช.ยอมด้วยก็แก้ได้ ส่วนที่นปช.จะต้องการความเห็นพรรคร่วมก่อนนั้น พรรคร่วมตนคงพูดแทนไม่ได้ แต่ใจตนคิดว่าถ้ายุติได้ในทุกข้อ ตนในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาก็อาจจะต้องเชิญพรรคร่วมมาพูดคุย เพราะที่ผ่านมาก็คุยกันทุกระยะ และคุยก่อนที่ระเบิดจะลงบ้านตนด้วย

 เมื่อถามว่า นายกฯควรเรียกพรรคร่วมเดินหน้าโรดแมปเลยหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตอนนี้พรรคร่วมเข้าใจแล้วเดินหน้าทันทีเลย ถ้าหากนปช.ยอมแล้วถอยมาให้ราชประสงค์คลี่คลายก็เดินหน้าต่อไปได้ ถ้าไม่เดินหน้าตามที่พูดไว้ตนก็อาจจะต้องเข้าไปพูดกับรัฐบาลเอง

 เมื่อถามว่า การนิรโทษกรรมอาจแลกคดียุบพรรคได้ นายบรรหาร กล่าวว่า "ไม่ใช่แลก คนเราต้องรู้จักให้อภัยบ้างไหม แม้แต่พระพุทธเจ้า เรื่ององคุลีมาล ฆ่าคนตายเกือบหนึ่งพันคน แล้วกลับตัวกลับใจก็สำเร็จพระอรหันต์ ยกตัวอย่างให้ฟัง แล้วเราคนไทยนับถือศาสนาพุทธมันจะฆ่ากันไปอีกหรือ รัฐบาลก็ไม่อยากทำ มีทั้งเด็กและคนชรา แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องทำ แต่เมื่อสามารถควบคุมได้ ตนคิดว่ารัฐบาลต้องคุยกับแกนนำนปช.แล้ว อย่างนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ ก็เห็นด้วย ก็เป็นสิ่งที่ดี คิดว่าคงจะเรียบร้อย

 เมื่อถามว่า หากสีแดงถอยแต่เสื้อสีอื่นไม่ถอย นายบรรหาร กล่าวว่า "สีอื่นไม่มีหรอก ไม่มีรับรอง สีอื่นก็ไม่มี ไม่ควรจะมีสีแล้วจะบอกให้” เมื่อถามว่า การคืนสิทธิเลือกตั้งให้อาจทำให้เกิดความขัดแย้งอีก นายบรรหาร กล่าวว่า "เอ๊ย...อย่าไปพูด มันยังอาฆาตอยู่ ถ้ามีประเด็นก็ลุกฮือ" เมื่อถามย้ำว่า แต่พันธมิตรไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา นายบรรหาร กล่าวว่า เป็นเรื่องของพันธมิตร คงไม่เกี่ยวข้องกับพันธมิตร

 "ประเทศญี่ปุ่นนายกฯเลือกตั้งใหม่ ยุบสภา 3 เดือน เรื่องปกติธรรมดา ไม่มีอะไรที่จะได้หมดทุกข้อ ได้บ้างเสียบ้าง แต่ให้ได้ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้แล้ว ถ้าไม่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่แบบทันทีทันใด มีวิธีไหนก็ได้ดีบ้าง ก็คนเราโตกันแล้วยังทะเลาะกันอยู่ ล้วนแล้วแต่มีดีกรีทั้งนั้น ระดับปริญญาโท-เอกทะเลาะกัน ชาวบ้านไม่ได้ทะเลาะกันแต่ฉุดให้ชาวบ้านมาทะเลาะกัน ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน คนที่ทำมีความรู้ทั้งนั้น สื่อก็สำคัญ" นายบรรหาร กล่าว

 เมื่อถามว่า นายกฯได้ประสานมาเพื่อคุยโรดแมปหรือยัง นายบรรหาร กล่าวว่า "ยังไม่มีจ้า"