
ทุกฝ่ายขานรับโรดแม็พเลือกตั้ง14พ.ย.
"พายัพ"ยอมรับเงื่อนไขรบ. เลือกตั้ง 14 พ.ย. จิ๋ว"ชม"อภิสิทธิ์"สำนึกดีเชื่อเสื้อแดงรับได้ ประธานวุฒิฯวอนทุกฝ่ายรับข้อเสนอ 303 นักวิชาการเห็นด้วยแต่ยังแย้งประเด็นยุบสภา ผู้ว่าโคราช เชื่อแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศได้ ชาวแม่สอดก็เห็นด้วยชี้แดงควรยอม
(4พ.ย.) นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเสนอทางออกของประเทศโดยจะให้มีการเลือกตั้ง14 พ.ย.ว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยพวกเราพร้อมเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ดีใจที่มีสัญญานแห่งการต่อรองและสัญญานเสรีภาพ แต่จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องติดตามต่อไป ถ้าผู้นำมีลักษณะความเป็นผู้นำไปสู่ความปรองดอง สมานฉันท์แล้วทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี ส่วนจะถูกใจคนอื่นหรือไม่ไม่รู้แต่มันถูกทางเสรีภาพ ซึ่งจะเดินไปถึงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งหวังว่าจะมีการพบปะกันมากขึ้น การพูดคุยเป็นสิ่งที่ดีเสมอ
“จิ๋ว"ชม"อภิสิทธิ์"สำนึกดีเชื่อเสื้อแดงรับได้
เมื่อเวลา 13.30 น.พรรคเพื่อไทย ได้จัดพิธีถวายราชสดุดี เนื่องในวันฉัตรมงคล 5 พ.ค. เพื่อเฉลิมพระเกียรติแห่งการบรมราชาภิเษกปีที่ 60 เนื่อง ที่บริเวณชั้น 10 ของอาคารที่ทำการพรรค โดยพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ได้นำคณะผู้บริหารและส.ส.ของพรรค ประมาณ 50 คน กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตน และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อถวายราชสดุดี ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี เสนอโรดแม็พ 5 ข้อเพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาทางการเมือง ว่า ต้องแสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรี เพราะในตอนต้นเรารู้สึกเป็นห่วงว่าท่านจะมีถึงจิตสำนักต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อปรากฎให้เห็นว่านายกฯได้เปลี่ยนแนวทางจากใช้กำลังจนเกิดความเสียหายต่อสังคมและชีวิตของประชาชนไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง จึงปฏิเสธทางนั้นและหันกลับมาหาหนทางพูดจากันใหม่
ส่วนการตัดสินใจจะรับข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของกลุ่มนปช.ที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งตนคิดว่านปช.คงสบายใจและตอบรับในหลักการ แต่ในรายละเอียดเห็นว่ายังไม่ควรไปพูดอะไรมาก เพราะต้องมีประเด็นที่ต้องหารือกันบ้าง ในเมื่อหลักการคือยุบสภา เลือกตั้งใหม่วันที่ 14 พ.ย.นั้น ทุกฝ่ายต้องยึดสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลักเพื่อนำไปสู่ความสบายพระทัยของพระองค์ท่าน ที่สำคัญต้องไม่ทำให้พระองค์ท่านเสียหาย และทำทุกอย่างเพื่อรักษาสถาบันของเราเอาไว้
พล.อ. ชวลิต กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดตั้งกรรมการกลางที่เป็นอิสระ ขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย ปราศจากอิทธิพลของทั้งสองฝ่ายนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ตนพูดหลายครั้งว่าสิ่งเกิดขึ้นทั้งหมดนี้คือพระบารมีที่เรามุ่งหวัง ที่แผ่ไพศาลลงมาทำให้เราได้ประสบความสงบเรียบร้อยในแผ่นดิน โดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรเลย และในวันมหามงคล 5 พ.ค. นี้ คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างคงจบลง เสื้อแดงก็คงจะทยอยเก็บของเดินทางกลับ ทุกฝ่ายก็คงหันมาจับมือกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้ไปสู่ความก้าวหน้าเพราะเราล้าหลังมานานพอควรแล้ว เ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงอะไรในช่วงนี้หรือไม่ เช่น เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หรือเงื่อนเวลาในการยุบสภา พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นปลีกย่อย ทราบว่านายกฯคงไปคุยกับพรรคร่วมมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราไม่ได้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่จะทำให้แนวทางหลักที่จะสร้างความสมานฉันท์รวมไทยเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งถูกขัดขวางแต่อย่างใด ถ้าปัญหาเรื่องใหญ่จบ เรื่องเล็กๆก็จบง่าย วันนี้เราตัดวงจรความขัดแย้งได้ก็ถือว่าน่าชื่นชมมาก
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ตามที่นายกฯระบุ หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นความปรารถนาของเรา เป็นนักการเมืองทุกคนต้องพร้อมหมด และมีสิทธิเสรีภาพจะไปไหนมาไหนก็ได้ จะแบ่งว่าถิ่นนี้เป็นถิ่นเสื้อสีนั้นสีนี้ให้เลิกได้แล้ว ขอให้เป็นสีเดียวกันใหม่ เพราะเราขัดแย้งมามากแล้ว และเชื่อว่าเสื้อแดงต้อนรับหมด เพราะทุกคนเป็นหนึ่งเดียว ได้ ไม่ได้มีการแบ่งแยกกันแล้ว ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตกันว่าการที่กำหนดวันเลือกตั้งเป็น 14 พ.ย. เพราะต้องการให้เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายรวมทั้งการจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยก่อนนั้น ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นจะตั้งใครเป็นผบ.ทบ.เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนระเบียบการ
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่มีรายชื่ออยู่ในเครือข่ายขบวนการกระทบสถาบัน ที่คณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษในคดี(ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เป็นไร เอาเลยบอกแล้วว่าทุกอย่างเป็นเรื่องเล็ก ยิ่งเป็นเรื่องส่วนตนยิ่งไม่น่าห่วง และเสื้อแดงก็ไม่ได้ต้องการการนิรโทษกรรมเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ประธานวุฒิฯหนุนโรดแม็พวอนทุกฝ่ายรับข้อเสนอ
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงข้อเสนอแก้ปัญหาทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี ว่า เห็นด้วยกับแผนแก้ไขปัญหาการเมือง หรือโรดแมพทั้ง 5 ข้อ ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เกิดความปรองดอง อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น มั่นใจว่าแนวทางทั้ง 5 ข้อสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมา เชื่อว่าจะได้คณะกรรมการที่เป็นกลางและเป็นธรรมในการตรวจสอบ และจะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นคลี่คลายลงไปได้
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ยอมที่จะยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน นั้น นายประสพสุข กล่าวว่า เป็นกรอบเวลาที่เหมาะสม เชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะยอมรับได้ และยุติการชุมนุม เดินทางกลับบ้าน เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ในบ้านเมือง และหากเป็นไปตามกรอบดังกล่าวนายกรัฐมนตรี คงจะประกาศยุบสภาภายในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะมีการจัดทำงบประมาณแผ่นดินเสร็จสิ้น เพื่อเตรียมไว้ให้รัฐบาลชุดต่อไป มาบริหารต่อและโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการระดับสูงแล้วเสร็จ
ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งใหม่ จะเป็นผลดีต่อประเทศ ด้านความเชื่อมั่นในสายตาต่างประเทศ และเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไข ส่วนที่มีกระแสวิจารณ์ว่าข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี อาจมีการแลกเปลี่ยนเรื่องนิรโทษกรรมกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีเสียงวิจารณ์
303นักวิชาการเห็นด้วยโรดแม็ปแต่ยังแย้งประเด็นยุบสภา
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มธ. กลุ่ม 303 นักวิชาการ กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ค. โดยระบุว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาฯ เพราะเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายต้องการชนะเป็นการเลือกตั้งแบบตา ต่อตาฟันต่อฟัน หากจะยุบสภาก็ต้องให้แน่ใจว่า เมื่อมีการเลือกตั้งก็ต้องควบคุมให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่เชื่อว่าเกินจะรับประกันอะไรได้ เพราะระยะเวลาสั้นไป
รศ.หริรักษ์ กล่าวต่อว่า หาก กลุ่มแนวร่วมปรระชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงมีความหวังดีกับประเทศชาติจริงไม่มีวาระซ่อนเร้นอื่นก็ ต้องยอมรับข้อเสนอนายกฯ หากไม่ยอมรับรัฐบาลก็ไม่ต้องถอยอีกแล้ว เพราะขณะนี้ถือว่าถอยเต็มที่ นปช.หากไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ รัฐก็ไม่ควรไปต่อรอง และควรบังคับใช้กฎหมาย
" รัฐบาลถอยไปมากกว่านี้ไม่ได้เพราะหากเช่นนั้นก็หาความเชื่อมั่นไม่ได้ แต่เหตุการณ์ที่หลักสี่ก็อย่างน้อยเห็นว่ารัฐบาลทำอะไรบ้างแต่ ไม่ได้เรียกความเชื่อมั่นมาได้ทั้งหมด " รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มธ. กลุ่ม 303 นักวิชาการ กล่าว
ผู้ว่าฯนครราชสีมาเชื่อแนวทางปรองดอง5ข้อยุติขัดแย้ง
นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้ความเห็นกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศดำเนินแนวทาง 5 ข้อในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างความปรองดองในชาติ พร้อมเสนอที่จะให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย.2553 ภายหลังจากที่เป็นประธานในพิธีมอบพันธุ์กล้าไม้ เพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งและปัญหาดินเค็มให้กับหน่วยงานราชการและประชาชนจากทั้ง 32 อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่อย่างน้อยได้มีการออกมาประกาศจุดยืนที่เป็นความชัดเจนและแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาของรัฐบาลอย่างจริงจังและจริงใจ ซึ่งส่วนตัวแล้วก็อย่างภาวนาที่จะให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะยอมรับในข้อเสนอนี้เพื่อที่จะให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะสงบสุข มีความรักความสามัคคีกันเหมือนเช่นดังเดิม และเชื่อว่าประชาชนทุกคนก็คงจะมีความต้องการเช่นนั้นเหมือนกัน
ทั้งนี้ก็เพื่อให้การพัฒนาแก้ไขปัญหาประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยดี ประชาชนอยู่ดีกินดี หรืออย่างน้อยที่สุดประชาชนชาวไทยจะได้มีแผ่นดินอยู่อาศัยต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลาน สำหรับสถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรตนเองก็ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ เพียงแต่หวังว่าสถานการณ์ทุกอย่างน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะว่าไม่มีบ้านเมืองใดที่จะเดินหน้าไปได้หากทุกทุคนในชาติขาดความรักความสามัคคีกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในขณะนี้ก็ยังคงเป็นไปโดยสงบและอาจจะมีการตั้งเวทีปราศรัยบ้างที่บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี แต่ทุกอย่างก็อยู่ภายใต้กรอบของกฏหมายและเป็นการชุมนุมโดยสงบ และเชื่อว่าหลังจากนี้ไปสถานการณ์ก็จะยิ่งดีขึ้น ทั้งนี้อย่างฝากให้ประชาชนทุกคนว่าวันนี้หากจะขอให้ทุกคนรักกันอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอที่จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นได้ วันนี้ต้องมีความสามัคคีกันอย่างเหนียวแน่น ทำอะไรให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ยึดหลักประชาธิปไตยเห็นแก่เสียงส่วนใหญ่ และขอให้ทุกคนมีสติมีปัญญารู้คิดสิ่งไหนเป็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก นายประจักษ์ฯ กล่าว
ชาวแม่สอดก็เห็นด้วยโรดแม็พ
นายบรรจง พงษ์ยี่หล้า ชาวเทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ได้แถลงการณ์ถึงโรดแมป 5 ข้อนั้น มีความเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี ที่ยอมร่นลงมาจาก 9 เดือน เหลือ 6 เดือน รัฐบาลยอมเสียเปรียบเพื่อความเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่ต้องดำเนินการพวกที่กระทำความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง โดยไม่มีการนิรโทษกรรมใดๆ
"จริงๆแล้วต้องการ 9 เดือนแต่แรก เพื่อให้มีการเลือกตั้ง และเห็นแก่ความสงบจึงเห็นด้วย และเงื่อนไขนี้ กลุ่มนปช.ต้องเห็นด้วย เพราะนปช.เองต้องการหาทางลงอยู่พอดี"นายบรรจง กล่าว
"ส.ส.ปชป." หนุน5ข้อเสนอ"นายกฯ"ยุติปัญหาบ้านเมือง
นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าสังคมจะยอมรับแนวทางดังกล่าวเพื่อร่วมหาทางออกให้ประเทศไทย แต่ส่วนตัวยังอยากเสนอให้นายกรัฐมนตรียกเลิกการประกาศใช้พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และความจริงใจในการที่จะปรองดองสมานฉันท์ภายในชาติด้วย สำหรับกลุ่มนปช.นั้นก็ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะปักหลักชุมนุมยึดพื้นที่ใจกลางเมืองหลวงเพื่อทำลายเศรษฐกิจของชาติอีกต่อไป ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ กลุ่มนปช.ต้องสั่งให้ยุติการชุมนุมและสลายตัวกลับภูมิลำเนาได้แล้ว เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ รัฐบาลมีเจตนาและความจริงใจที่จะไม่ใช้กำลังเข้าสลายเพราะเราต่างเป็นคนไทยที่มีความเห็นต่างได้แต่อย่าแตกแยก ความเห็นต่างทางความคิดสามารถพูดคุยปรับความเข้าใจกันได้ ซึ่งดูจากกระแสสังคมที่ตอบรับแล้ว ทั้งนักวิชาการ ภาคธุรกิจ และตลาดหุ้นก็พุ่งขึ้นเกิน 800 จุดหลังการประกาศโรดแมปของนายกรัฐมนตรี
นายโกวิทย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายต้องใช้เวลาในการหารือในรายละเอียด แม้ปัจจัยหลักในการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับยังอยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าจะเอาอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงจะมีการหารือกับแกนนำกลุ่มนปช.ก่อนที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะข้อเสนอนี้ถือว่าดีที่สุดแล้วในเวลานี้ แต่ทั้งหมดนี้ยังจำเป็นที่จะต้องยึดหลักกฎหมายของบ้านเมืองไว้ด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่มีหลักใดๆ เหลือเลย ทั้งนี้อยากให้แกนนำนปช.คิดให้ไกลด้วยว่า หมดเวลาที่จะคิดถึงผลประโยชน์ของกลุ่มพวกพ้องและนายใหญ่แล้ว ขอให้คิดถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักจะดีกว่า
ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถือเป็นการแสดงสปิริตที่น่ายกย่องของนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่ความเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้มาตามระบอบประชาธิปไตย การบริหารงานของรัฐบาลในขณะนี้ก็เป็นไปในทิศทางที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ ดังนั้นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีไม่ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ทำเพื่อความผาสุกของบ้านเมือง แม้ว่ากลุ่มนปช.จะรับข้อเสนอหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วในขณะนี้
ส่วนกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยนั้น นายสมบูรณ์กล่าวว่า เชื่อว่านายชวนจะเข้าใจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี เพราะขณะนี้พรรคเพื่อไทยเองก็ชัดเจนแล้วว่าจะไม่ใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจในการแก้ปัญหา จึงมีแนวโมที่จะใช้แนวทางความรุนแรงผ่านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งผู้ที่สูญเสียก็คือประชาชน ดังนั้นหากเราเดินเพียงด้านเดียวก็มีแต่จะอันตราย และหาจุดจบไม่ได้ นายกรัฐมนตรีจึงตัดสินใจที่จะเป็นผู้เสียสละ



