ข่าว

 "กลุ่มฮักช่างเคี่ยน" พึ่งศาลปกครองสกัดคอนโด

"กลุ่มฮักช่างเคี่ยน" พึ่งศาลปกครองสกัดคอนโด

04 พ.ค. 2553

ปัญหาจากการก่อสร้างตึกสูงเป็นอีกหนึ่งผลพวงของการขยายตัวของเมืองเชียงใหม่ในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา กลุ่มทุน กลุ่มธุรกิจ มีความพยายามในการผุดโรงแรม คอนโดมิเนียมหลายจุดใน อ.เมืองเชียงใหม่ ทั้งย่านชุมชนวัดเกต อุโมงค์ และนิมมานเหมินทร์ ขณะที่ชาวบ้านต่างร่วมกันต่

ล่าสุด "กลุ่มฮักช่างเคี่ยน" ซึ่งมีสมาชิกเป็นชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างตึกสูงหลายโครงการในหมู่บ้านช่างเคี่ยน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รวมตัวเข้าฟ้องคดีต่อศาลปกครองเชียงใหม่ โดยมี น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ขอให้ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารคอนโดมิเนียม หอพักและตึกสูงในพื้นที่จำนวน 5 โครงการ รวม 11 อาคาร โดยชี้ว่าเป็นการออกใบอนุญาตที่มิชอบด้วยกฎหมายและการก่อสร้างส่งผลกระทบต่อคนในชุมชน

 นางนุชนาฎ จงเลขา ตัวแทนกลุ่มฮักช่างเคี่ยน บอกว่า หมู่บ้านช่างเคี่ยนตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติกว่าหมู่บ้านอื่นๆ เพราะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย จึงมีความเป็นธรรมชาติและความเงียบสงบ ทำให้หมู่บ้านเชิงดอยแห่งนี้กลายเป็นย่านพักอาศัยยอดนิยมของ จ.เชียงใหม่ กลุ่มทุนจึงเลือกเป็นพื้นที่ในการสร้างคอนโดมิเนียม หอพัก อพาร์ตเมนต์
  
 "วันนี้หมู่บ้านช่างเคี่ยนเต็มไปด้วยที่อยู่อาศัยนับร้อยหลัง ในจำนวนนี้มีหลายโครงการถูกระบุว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยในย่านดังกล่าว ทั้งจากแรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็ม จนทำให้บ้านเรือนเกิดรอยแตกร้าว ยังไม่รวมฝุ่นควัน น้ำเสีย และมลพิษทางเสียง อีกทั้งตึกสูงยังปิดกั้นทางลมจนทำให้อากาศไม่ถ่ายเท บดบังทัศนียภาพของวัดพระธาตุดอยสุเทพอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน"

 ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ ขอให้มีคำสั่งยกเลิกเพิกถอนใบอนุญาตการก่อสร้างมีจำนวน 5 โครงการ รวม 11 อาคาร มีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะแต่ละโครงการแม้จะมีหลายอาคารอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีจำนวนห้องรวมแล้วมากกว่า 80 ห้อง แต่โครงการเหล่านี้กลับหลีกเลี่ยงการทำอีไอเอ ด้วยการแยกขออนุญาตเป็นรายอาคาร และแยกขออนุญาตหลายครั้ง เพื่อให้แต่ละครั้งไม่ครบจำนวน 80 ห้อง

 ขณะที่ผู้ออกใบอนุญาตเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ต้องดูแลพื้นที่รับผิดชอบ ก็อนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารโดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงถือเป็นการออกใบอนุญาตโดยผิดกฎหมาย ละเว้น ละเลยและจงใจที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่

 นายชาญวิทย์ ตะริโย ปลัดเทศบาลตำบลช้างเผือก เจ้าของพื้นที่ผู้ออกใบอนุญาต ชี้แจงว่า ในขณะนี้กฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ยังไม่บังคับใช้ ทำให้ อปท.ต้องอนุโลมใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารไปพลางก่อน และเมื่อผู้ประกอบการยื่นแบบและขออนุญาตก่อสร้าง เทศบาลต้องอนุญาตตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นอาจมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้ เมื่อมีการขออนุญาตถูกต้อง เทศบาลจึงสั่งระงับหรือยกเลิกโครงการไม่ได้ตามความต้องการของชาวบ้าน 

  อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองถึง 3 ครั้ง แต่ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ โดยเฉพาะการกำหนดโซนสีหรือพื้นที่ใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ทำให้กฎกระทรวงผังเมืองรวมฉบับใหม่ยังไม่บังคับใช้  ขณะที่การอลุโลมใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารสูง พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นกฎหมายเดิมที่ไม่มีความเข้มงวดมากนัก ได้กลายเป็นการเปิดช่องทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนพากันยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารสูงอย่างไร้ทิศทางในช่วงสุญญากาศและยังพบว่าบางแห่งมีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติก่อนที่ผังเมืองรวมฉบับใหม่จะบังคับใช้    

.เอกพงศ์  ประดิษฐ์พงษ์