
เงินเฟ้อเม.ย.โต3% "อาหาร-น้ำมัน"พุ่ง ชี้สัญญาณศก.ดี
เงินเฟ้อเดือนเมษายนขยับ 3% ผลพวงราคาสินค้าหมวดอาหารและน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น เชื่อเข้าสู่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจแล้ว จากการบริโภคที่ดีขึ้นแต่ประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนเมษายน 2553 ปรับเพิ่มขึ้น 3.0% เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.5% แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดี ส่งผลให้การบริโภคเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าขยับสูงขึ้น และการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการจ้างงานเพิ่มขึ้น อัตราการว่างงานเหลือเพียง 1% ของจำนวนแรงงานทั้งประเทศ หรือจำนวนประมาณ 3.8 แสนคน
อย่างไรก็ตาม หากเทียบอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนปีนี้กับช่วง 3 เดือนแรกของปีเดียวกัน พบว่าเป็นอัตราชะลอตัวลง เชื่อว่าน่าจะเป็นการปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล แม้ว่าการบริโภคจะเพิ่มขึ้นแต่ประชาชนยังระมัดระวังในการใช้จ่าย ซึ่งมองว่าจากนี้ไปเงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวเฉลี่ยที่ 3.0-3.5% ตามเป้าหมายทั้งปีที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากพบว่าราคาน้ำมันเริ่มมีเสถียรภาพเช่นกัน
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนเพิ่มสูงขึ้น มีปัจจัยหลักมาจากราคาอาหารสดปรับสูงขึ้น เนื่องจากภาวะอากาศร้อน ซึ่งมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล แม้จะยกเลิกในส่วนของค่าน้ำประปา แต่มาตรการที่ขยายออกไปคือ ค่าไฟฟ้า รถเมล์ฟรี การตรึงราคาแก๊สหุงต้ม และการช่วยเหลือค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ประกอบกับการดูแลราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ที่ยังขอความร่วมมือในการตรึงราคาออกไปถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ก็มีส่วนช่วยค่าครองชีพของประชาชนให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม
“กระทรวงพาณิชย์ ยังคงอัตราเงินเฟ้อทั้งปีตามเป้าหมายเดิม ซึ่งได้รวมปัจจัยทางการเมืองเข้าไปแล้ว และเห็นว่าปัจจัยทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคของประชาชน” นายยรรยงกล่าว



