
อำนาจและความรุนแรงในโลกของตำรวจ
แพ้ทาง นายตำรวจใหญ่บอกเหตุผลของการที่เหล่าบรรดามอเตอร์ไซค์รับจ้างยอมเปิดทางบริเวณด้านหลังกองบังคับการเพื่อให้ขบวนรถตู้ที่บรรทุกกองกำลังตำรวจเพื่อส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของการชุมนุมประท้วงที่กรุงเทพฯ เคลื่อนออกจากกองบังคับการ นายตำร
แผนการเคลื่อนย้ายกำลังถูกปรับเปลี่ยนจากการใช้รถบัสขนาดใหญ่เปลี่ยนเป็นรถตู้ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกอย่างเงียบๆ เนื่องจากประตูด้านหน้าถูกปิดล้อมด้วยเหล่าบรรดากลุ่มชาวบ้านที่นิยามตัวตนว่าเป็นคนเสื้อแดงและพากันตะโกนส่งเสียงดังว่า “เรารักตำรวจ เราไม่อยากให้ตำรวจไป”
“สะเทือนใจนะลูกเมียตำรวจเกาะรั้วร้องกันกระจองอแงไม่ยอมให้ไป” นายตำรวจเล่าความรู้สึกพร้อมขยายความถึงความขัดแย้งในจิตใจที่เกิดขึ้นระหว่างภารกิจที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชากับความต้องการที่แท้จริง มิใช่เป็นเพราะการนิยามตนเองว่าอยู่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่เนื่องมาจากไม่สามารถหาคำอธิบายเหตุผลของการที่จะต้องใช้กำลัง ใช้ความรุนแรงกระทำต่อคนไทยด้วยกัน
นายตำรวจเปรียบเทียบปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกันระหว่างการเดินทางไปรบที่ชายแดนในอดีตที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะเป็นการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่เสี่ยงอันตรายอย่างมากเนื่องจากมีการใช้อาวุธปืนจริง กระสุนจริง ระเบิดจริงเข้าห้ำหั่นกันระหว่างตำรวจและทหารไทยกับข้าศึกอริราชศัตรู “แต่นี่เป็นคนไทยด้วยกัน” นายตำรวจย้ำพร้อมกับพูดต่อว่า “ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ยังเข้าใจไม่ชัดเจนเลยว่าเขากำลังต่อสู้กับอะไร ทำไปเพื่อใคร เพื่ออะไร” สิ่งที่สำคัญคือการตั้งคำถามที่ว่า การกระทำของตำรวจและทหารในครั้งนี้เป็นไปอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรีหรือไม่ อย่างไร
การใช้อำนาจโดยมิได้คำนึงถึงวัฒนธรรมองค์การย่อมนำมาซึ่งการไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ อำนาจอาจบังคับร่างกายได้เพียงส่วนหนึ่งหากแต่มิใช่ทั้งหมด การเฉื่อยงาน การปฏิบัติงานไม่เต็มสูบ ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งการปล่อยเกียร์ว่างเป็นรูปแบบหนึ่งของการต่อต้านต่ออำนาจหรือการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม
การต่อรองต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรมนี้มิได้เกิดขึ้นจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอำนาจที่ไม่เป็นธรรมเท่านั้น หากแต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมก็เกิดการต่อต้านขัดขืนด้วยดังปรากฏการณ์ที่เหล่าบรรดาลูกและเมียตำรวจเข้ารวมพลังกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อร่วมขัดขืนไม่ให้สามีเดินทางไปปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ
การนิยาม การแบ่งแยกกลุ่มแยกเหล่าเอื้อให้ผู้ที่บรรลุแก่อำนาจใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมและทวีการใช้ความรุนแรงยิ่งขึ้น และส่งผลต่อการเคียดแค้นชิงชัง การแบ่งแยกแบ่งกลุ่มยิ่งมากขึ้นยิ่งทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจคนต่างกลุ่มต่างพวกมากยิ่งขึ้น “จุดสำคัญเขาเลือกใช้ตำรวจภาคใต้” คำบอกเล่าของนายตำรวจแสดงให้เห็นว่าความแบ่งแยกแตกต่างได้ขยายวงแผ่ซ่านเข้าสู่ระดับองค์การ และอาจกระจายแผ่ซ่านไปทั่วไปทุกหัวระแหงของแผ่นดิน เมื่อเป็นเช่นนั้นย่อมนำมาซึ่งความยุ่งยากในการสร้างความเป็นปึกแผ่นอันหนึ่งอันเดียวกันให้กลับคืนมาดั่งเดิม
โดยธรรมชาติแล้วนั้น ความรุนแรงคือภาพสะท้อนของการตอบโต้ต่อความไม่เป็นธรรม การได้รับความไม่ยุติธรรม ดังนั้นหากผู้มีอำนาจทบทวนบทเรียนจากการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมควบคู่กับการใช้ความรุนแรงที่ผ่านมา ละวางอำนาจลง พร้อมกับน้อมใจยอมรับความจริงของภาพสะท้อนความไม่เป็นธรรมทางสังคม ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นอาจทำให้ค้นพบวิธีการแก้ปัญหาและนำพาสังคมไทยให้กลับเข้าสู่ความสงบและผ่อนคลายความรุนแรงลงได้ก่อนที่จะสายเกินเยียวยา
ปนัดดา ชำนาญสุข



