ข่าว

การบริหารความขัดแย้ง

การบริหารความขัดแย้ง

05 พ.ค. 2553

สิ่งที่คนในสังคมควรจะต้องเรียนรู้เป็นอย่างมากสำหรับอนาคต ก็คือการบริหารความขัดแย้งเพราะโลกในภายหน้าจะเป็นโลกที่มีการต่อสู้แข่งขันสูงขึ้น มีการช่วงชิงผลประโยชน์มากขึ้น และมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยง

 ความขัดแย้งของมนุษย์นั้นมีที่มาจากหลากหลายสาเหตุ แต่ที่เป็นปัจจัยสำคัญได้แก่ความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์ อำนาจ เชื้อชาติ ศาสนา และทรัพยากร ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวได้นำไปสู่การรบพุ่งและใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน จนเกิดเป็นสงครามภายในประเทศ สงครามระหว่างประเทศ และสงครามหลายๆ ประเทศ มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงสงครามโลกอีกสองครั้ง

 ความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์และอำนาจนั้น เป็นเรื่องของกิเลสตัณหา คือความอยากได้ใคร่ดี ความทะเยอทะยาน และความอาฆาตพยาบาท สิ่งเหล่านี้สามารถผลักดันให้มนุษย์สามารถทำในสิ่งที่เลวร้ายต่างๆ ทั้งการใช้เล่ห์กระเท่ กลอุบายสกปรกโสมม การโกหกตลบตะแลง การทรยศหักหลัง หรือความอกตัญญู ฯลฯ โดยปราศจากการคำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี ขอเพียงเพื่อให้ตนและพรรคพวกบรรลุสิ่งที่ต้องการเท่านั้น จนเกิดสงครามภายในประเทศหลายครั้ง เช่น สงครามดอกกุหลาบระหว่างราชวงศ์แลงคาสเตอร์กับราชวงศ์ยอร์กของอังกฤษ และสงครามร้อยปีของฝรั่งเศส เป็นต้น

 หลังสงครามโลกครั้งแรก แนวคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองได้กลายเป็นข้อขัดแย้งซึ่งก่อให้เกิดการสู้รบระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับคนรุ่นใหม่ ซึ่งตามมาด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในหลายประเทศ โดยเฉพาะในรัสเซีย

 เชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ ได้กลายเป็นมูลเหตุแห่งความขัดแย้งที่รุนแรงในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อบรรดาประเทศอาณานิคมในทวีปแอฟริกาได้รับเอกราชจากจักรวรรดินิยมตะวันตก แต่เอกราชและอิสรภาพดังกล่าว ก็อาบด้วยเลือดและน้ำตาจากสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ที่เกิดขึ้นในคองโก เซียร์ราลีโอน รวันดา และที่อื่นๆ

 ศาสนาเป็นมูลเหตุแห่งความขัดแย้งมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งในความขัดแย้งระหว่างคนต่างศาสนา เช่น สงครามระหว่างคริสต์กับอิสลามในสงครามครูเสด และระหว่างคนที่นับถือศาสนาเดียวกันแต่ต่างนิกาย เช่น สงคราม 30 ปี ระหว่างคริสต์ศาสนิกชนที่นับถือนิกายคาทอลิกกับโปแตสแตนท์ เป็นต้น

 อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่น่าเป็นห่วงในอนาคต คือความขัดแย้งเรื่องทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือทรัพยากรธรรมชาติที่ร่อยหรอลงไปทุกวัน ขณะที่ความต้องการในการใช้ทรัพยากรดังกล่าวของประชาโลกทวีขึ้นเรื่อยๆ จนมีการประมาณการว่าในระยะเวลาอีกไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า โลกอาจจะไม่มีน้ำมันหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เช่นเดียวกับที่ดีบุกได้ถูกลบออกจากบัญชีสินค้าที่สำคัญของประเทศไทยไปนานแล้ว และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุแท้จริงประการหนึ่งในการที่สหรัฐบุกอิรัก ก็คือการควบคุมบ่อน้ำมันในประเทศนั้น

 แต่ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างที่สุดต่อชีวิตของมนุษย์ สัตว์ และต้นไม้ ซึ่งนับวันจะขาดแคลนและลดปริมาณลงอย่างน่าเป็นห่วง ดังเช่นน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือหายนะครั้งใหญ่ของประชาชาติที่อาศัยอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำนี้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย และจำเป็นต้องหาทางออกที่เหมาะสมในการแบ่งปันทรัพยากรน้ำจากแม่น้ำโขง และบริหารจัดการความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ก่อนจะลุกลามไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสีย

 ครับ แต่ก่อนที่จะไปบริหารความขัดแย้งภายนอก เราคงต้องช่วยกันหาทางบริหารความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในเวลานี้ให้เรียบร้อยกันก่อนนะครับ