
ยกระดับความป่าเถื่อน
พฤติกรรมป่าเถื่อน ไร้จิตสำนึกและคุณธรรม มนุษยธรรมของการ์ดมวลชนเสื้อแดง ซึ่งแสดงอาการหยาบคาย ก้าวร้าวต่อประชาชน เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณชนมาโดยตลอด สร้างความขมขื่นและหวาดกลัวในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่รัฐบาลยังไม่สามารถหามาตรการจัดการกลุ่มผู
กรณีการเข้าบุกรุกคุกคามแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จนต้องอพยพผู้ป่วยไปรับการรักษายังสถานพยาบาลอื่น เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ทำให้เกิดคำถามของประชาชนต่อรัฐบาลว่าจะต้องให้ทนรับสภาพนี้อีกนานเท่าไร เพราะนับวันการสูญเสียอำนาจรัฐบริเวณนั้น ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สร้างความเสื่อมเสียต่อรัฐบาลว่าไร้ความสามารถจัดการวิกฤติซึ่งยืดเยื้อนานกว่า 45 วันแล้ว และการบุกเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯ ถูกประณามจากทั่วโลก
เมื่อยังขาดมาตรการที่ชัดเจน และความเสี่ยงภัยจากกองกำลังกบฏก่อการร้ายแดงยังมีอยู่ ทำให้ทีมแพทย์ พยาบาล นิสิต บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกระดับของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เกือบ 500 คน ออกมาแสดงพลังและเจตนารมณ์ต่อเหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าค้นโรงพยาบาลจุฬาฯ ร่วมกันร้องเพลงชาติ เพลงมาร์ชประจำโรงพยาบาล มาร์ชพยาบาล บริเวณหน้าตึกอำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมนำป้ายแสดงความรู้สึกและจุดยืน ซึ่งมีเนื้อหาว่า “โรงพยาบาลจุฬาฯ สภากาชาดไทย เป็นกลาง ยึดถือหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยไม่แบ่งแยก โปรดอย่ารุกล้ำการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ของพวกเรา”
การกระทำดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าคณะบุคลากรของโรงพยาบาลอยู่ในสภาพไร้ที่พึ่ง ต้องต่อสู้เอง เพราะแม้แต่สมเด็จพระสังฆราชก็ไม่สามารถประทับเพื่อรับการรักษาได้ โดยรัฐบาลมีคำพูดเพียงแต่ว่า “คิดไม่ถึง” และ “คาดไม่ถึง” สะท้อนให้เห็นความบกพร่อง ไร้ความสามารถชัดเจน แม้จะมีอุปสรรคอย่างมาก การให้บริการของโรงพยาบาลยังเปิดเฉพาะแผนกฉุกเฉิน แต่ยังปิดบริการผู้ป่วยนอก
ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินจะประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อขอให้มีมติรับคดีความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่มุ่งการกระทำต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากตรวจพบพยานหลักฐาน เอกสารและพฤติกรรมชัดเจนว่า กรณีที่ทำความผิดในเรื่องนี้ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ แต่ทำกันอย่างเป็นขบวนการ สอดรับกันทั้งในและนอกประเทศ โดยผ่านสื่อหลายชนิดทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ เว็บไซต์ต่างๆ
แต่ผลสุดท้าย มาตรการของ ศอฉ. จะใช้กำลังจัดการวิกฤติครั้งนี้มากน้อยเพียงใด ประชาชนเพียงแต่เฝ้ารอคอยดูผล จะมีความหวังในความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถและการต้านทานจากกองกำลังกบฏก่อการร้าย



