
นับถอยหลัง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดชัดเจนแล้วว่า ในเวลาอันใกล้นี้จะมียุทธการชิงพื้นที่คืนแน่นอน รอให้ทุกอย่างพร้อมเท่านั้น
ฟังแล้วก็รู้สึกสองด้านคือ ความวุ่นวายในบ้านเมืองควรจบลงโดยเร็ว อีกด้านก็หดหู่เพราะการเข้าสลายการชุมนุมย่อมมีคนบาดเจ็บ ถ้าโชคร้ายจะมีคนล้มตายไม่มากก็น้อย วันที่ 10 เมษายน ถนนราชดำเนินก็ 25 ศพเข้าไปแล้ว
เห็นใจรัฐบาลเหมือนกันเพราะปล่อยไปอย่างนี้ก็ไม่ได้ เกิดความเสียหายใหญ่หลวง จะเข้าสลายการชุมนุมก็เป็นห่วงพี่น้องที่เข้ามาร่วมเพราะความเดือดร้อนจริงๆ
เอาละไหนๆ ก็จะต้องหาทางออกด้วยการสลายม็อบหากยังคงปักหลักอยู่ที่แยกราชประสงค์ ก็ต้องมีแผนรองรับในทุกรูปแบบ
ไม่ว่าจะมี "ผู้ก่อการร้าย" เข้ามาสวมรอย ต้องบีบไม่ให้ใช้พื้นที่สังหารได้สะดวก เป็นไปได้ต้องไม่ให้เกิดเลยด้วยซ้ำ ตรงนี้น่าห่วงที่สุดเพราะที่ผ่านมาแม้จะรู้ว่ามีเหตุ แต่ทำไมจึงไม่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่รอบนอกหรือในระยะยิง
ตัวอย่างที่ราชดำเนิน ไอ้โม่งชุดดำลงมือแล้วหลบหนีลอยนวล
กรณียิงเอ็ม 79 ย่านสีลม มีผู้เสียชีวิต คนร้ายหายเข้ากลีบเมฆอย่างน่าสงสัย
พื้นที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ มีมือสังหารใช้อาวุธร้ายแรงยิงหัวทหารเสียชีวิต ยังจับมือใครดมไม่ได้
ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ยังควบคุมพื้นที่ปฏิบัติไม่ได้ รับรองต้องมีการตายอีกอย่างแน่นอน บทเรียนหลายครั้งที่ผ่านมาเชื่อว่ารัฐบาลต้องตระหนัก
ส่วนสำคัญที่สุดคือ การเข้าสลายการชุมนุมหากไม่มีเอกภาพเหตุการณ์จะบานปลาย ต้องพึงคิดอย่างหนักว่า กำลังทหารอาจปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
แต่ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะนี้เชื่อใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า แม้แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังไม่มั่นใจ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ลูกน้องคนสนิทที่หอบหิ้วกันมาจาก บช.ภ.8 ขู่ย้ายทั้งกองบัญชาการฯ หากนิ่งเฉยปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ สร้างความหวาดผวาให้แก่คนป่วยและบุคลากร
อย่าลืมว่าทั้งทหารและตำรวจต่างมีอาวุธทั้งคู่ ถ้าแผนปฏิบัติไม่เป็นเอกภาพมีหวังนองเลือด ถึงเวลานั้นไม่รู้ใครเป็นใครไม่มีเครื่องแบบ ไม่ควบคุมพื้นที่นึกภาพดูก็แล้วกัน
วันนี้รัฐบาลยืนอยู่บนเส้นดาย ถ้าถึงเวลาสลายก็ต้องปฏิบัติให้เร็ว หยุดสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามทันที ถ้าข้ามวันข้ามคืนรับรองพังทั้งประเทศ!!



