
"มาร์ค"ยื่นปรองดอง-เลือกตั้ง14พ.ย.
นายก"อภิสิทธิ์"ชูโรดแม็พปลดล็อกวิกฤติ5ข้อ"ยุติดึงสถาบัน-รับสวัสดิ การเยียวยาผู้ชุมนุม-สื่อมีอิสระ-ต้อง กก.สอบเหตุปะทะ-แก่ รธน." เสนอเลือกตั้งใหม่ 14 พ.ย. ลั่นถ้าไม่สงบไม่รู้จะมีเลือกตั้งเมื่อไร นปช.บอกเป็นนัย อยากให้คนไทยมีความสุขวันฉัตรมงคล นัดถกแกนนำกำห
ภายหลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่พระที่นั่งดุสิต ในพระบรมมหาราชวัง และกลับมายังกรมทหารราบที่ 11 รอ. เวลา 18.30 น.วานนี้ (3พ.ค.) ต่อมาเวลา 21.10 น.วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า วันนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ตนจะดำเนินการในการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศ ที่ในช่วงที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้งสะสมมาหลายปี กลายเป็นปัญหาที่ร้าวลึกลงไปในสังคมไทย
"วันนี้ผมมีคำตอบที่อยากเสนอใหักับประชาชน คือ การสร้างกระบวนการปรองดองขึ้นในชาติ โดยจากการรับฟังความเห็นจากประชาชนทุกกลุ่ม จึงเสนอแนวทางการสร้างความปรองดองขึ้น ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการ ที่อยากเชิญชวนประชาชนทุกคนมาให้ความร่วมมือกันกับภาครัฐ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ข้อที่ 1 คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยเราถือว่าโชคดีที่มีสถาบันกษัตริย์ที่เป็นจุดหลอมรวม เป็นที่ยึดเหนี่ยวของคนไทยทั้งชาติ แต่มีคนจำนวนหนึ่งที่พยายามดึงสถาบันลงมา ทำให้เกิดความขัดแย้ง กระทำความผิดโดยมุ่งไปสู่สถาบัน และดึงสถาบันลงมาสู่การเมือง ดังนั้นคิดว่าการทำให้สังคมไทยสงบสุขได้ เราควรมาช่วยกันปกป้องสถาบัน ไม่ให้สถาบันถูกดึงลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง อยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกฝ่ายต้องมาร่วมกันทำงาน มาช่วยกันปกป้องเทิดทูนสถาบันกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่ให้มีสื่อใดจาบจ้างสถาบัน เราทุกคนต้องมาช่วยกันทำงาน เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ถูกดึงมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง
ข้อที่ 2 ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาของสถานการณ์ขณะนี้ ซึ่งมีพี่น้องที่มาชุมนุมได้เห็นถึงความไม่เป็นธรรม รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับโอกาส หรือรู้สึกถูกรังแก ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก หากยังทำให้รู้สึกแบบนี้อยู่จะทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้ง
"สิ่งที่เราจะช่วยกันทำคือ พี่น้องจะได้รับการดูแลด้วยระบบสวัสดิการที่ดี การศึกษา สาธารณสุข และการมีอาชีพ มีรายได้ มีความมั่นคงในชีวิต รวมถึงพี่น้องที่มีเรื่องทุกข์ร้อน มีหนี้สิน ไม่มีที่ดินทำกิน จะได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ ซึ่งการสร้างกระบวนการปรองดองที่พูดถึงขณะนี้จะมีการดึงเอาทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องสวัสดิการ โอกาส และสร้างรายได้ที่ประมวลผลได้ ทั้งนี้ยังต้องให้รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขปัญหาได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้คือแผนการปรองดอง"
ข้อที่ 3 สังคมปัจจุบันเป็นสังคมการสื่อสาร ต้องมีการเสนอข้อมูลข่าวสารให้ประชาชน แต่เทคโนโลยีปัจจุบันกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทั้งอินเทอร์เน็ต ทีวีดาวเทียม สถานีโทรทัศน์บอกรับสมาชิก สถานีโทรทัศน์ชุมชน หรือแม้แต่สถานีของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งเราจะต้องทำให้สื่อทุกสื่อมีอิสระในการเสนอข่าว แต่ไม่ใช่การนำเสนอข่าวที่สร้างความแตกแยก ละเมิดสิทธิ ถ้าเราทำให้สื่อมีอิสระได้เราจะลดความขัดแย้งได้อย่างรวดเร็ว
ข้อที่ 4 หลังจากมีการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นมา มีหลายเหตุการณ์ก่อให้เกิดความรุนแรง มีการสูญเสียทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและฝ่ายของรัฐบาล ทำให้เกิดความเกลียดชัง ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่กระทบต่อจิตใจประชาชน หรือแม้แต่เรื่องที่ไม่ได้มีการสูญเสียอย่างกรณีเหตุโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
"เหตุการณ์เหล่านี้ได้กระทบจิตใจประชาชนทุกคน ดังนั้น เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะต้องมีการตรวจสอบ มีการดำเนินการตามกฎหมาย ถึงสาเหตุที่มาที่ไป ดังนั้นเราจะมีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพื่อให้ความจริงปรากฏกับประชาชนได้รับทราบ"
และข้อที่ 5 เป็นเรื่องทางการเมือง แม้ว่านักการเมืองจะถูกมองเป็นกลุ่มเล็กๆ ของสังคม แต่ก็ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการทำหน้าที่ทางรัฐสภา ซึ่งความขัดแย้งในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม ทั้งกติกาทางรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายบางฉบับ รวมทั้งการตัดสิทธิ์ทางการเมืองนักการเมืองบางคน ซึ่งถึงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับปัญหานี้ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญจนถึงการชุมนุมเกิน 5 คน ที่ทำให้ไปสู่ความขัดแย้ง
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ทั้ง 5 ข้อที่เสนอนั้น คือโอกาสในการสร้างความปรองดอง ซึ่งจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เชื่อว่าเราจะใช้เวลาไม่นานในการนำความปกติสุขกลับคืนมา จึงอยากขอให้พี่น้องมาช่วยกันทำให้ความสงบสุขในบ้านเมืองกลับคืนมา หากถึงเวลานั้นแล้ว รัฐพร้อมจะให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้พี่น้องได้เลือกตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ โดยจะจัดเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ดำเนินการ
"หากแนวทางการสร้างความปรองดองนี้ไม่สำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ รัฐบาลก็จะดำเนินการต่อไป และไม่รู้ว่าจะให้มีการเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ หากความสงบสุขยังไม่กลับมา สำหรับพี่น้องคนเสื้อแดงที่มาชุมนุม ผมอยากเรียนว่า ผมฟังทุกความเห็น ได้ยินได้ฟัง แต่คงไม่สามารถตอบสนองได้ตามที่เรียกร้อง ประชาชนที่มาชุมนุมโดยใจบริสุทธิ์แนวทางปรองดองนี้อาจช่วยท่านได้ เชื่อว่าอาจไม่เป็นที่พอใจ แต่แนวทางนี้จะนำไปสู่ความต้องการของท่านได้อย่างแท้จริง" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า พี่น้องที่สนับสนุนรัฐบาลในการดำเนินการ ทั้งให้กำลังใจตนมามากมาย อาจไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา หรือลดวาระของรัฐลงมาถึง 1 ปี แต่ข้อเสนอที่วางลงตรงนี้ เป็นข้อเสนอที่ยึดมั่นในหลักการในการใช้หลักนิติรัฐ ที่เห็นว่าข้อเสนอทั้งหมดเป็นคำตอบทางการเมือง ซึ่งการดำนินคดีต่างๆ ยังคงเดินหน้าไปตามปกติ
"การลือกตั้งในปลายปี ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่ได้รับใช้พี่น้อง แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องในเวลานั้น ทั้งนี้ผมเชื่อว่าข้อเสนอนี้อาจไม่ถูกใจใครสักคน แต่ถือว่าเป็นแนวทางสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง ซึ่งไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ แต่ทุกฝ่ายต้องพร้อมยืดหยุ่น พร้อมถอย พร้อมเสียสละ ข้อเสนอนี้เชื่อว่าเป็นทางออกของประเทศ หากพี่น้องมาร่วมมือกันทุกอย่างก็จะราบรื่น แต่หากพี่น้องไม่ยอมรับขอเสนอนี้ รัฐก็ต้องดำเนินการต่อ ทั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอนี้จะได้รับการตอบรับจากทุกฝ่าย แต่หากบ้านเมืองไม่สงบ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ผมหวังว่าประชาชนจะมีความสุขในงานเฉลิมฉลองวันฉัตรมงคลนี้" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่ให้มีการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤศจิกายน คาดว่ารัฐบาลต้องประกาศยุบสภาประมาณปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายน เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ถ้ามีการยุบสภาต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งตามปกติแล้วต้องจัดให้มีการเลือกตั้งหลังจากยุบสภา 45 วัน เพราะหากมีเหตุสุดวิสัยสามารถเลื่อนการเลือกตั้งไปได้อีก 1 สัปดาห์
จากนั้นเวลา 21.30 น. วันเดียวกันนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธาน นปช. กล่าวว่า เช้าวันที่ 4 พฤศจิกายน จะมีการประชุมแกนนำ นปช.และแถลงท่าทีผ่านสื่อมวลชนทันที ทั้งนี้ นปช.ไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมรับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีในทันที แต่ต้องมานั่งคุยกันก่อน ซึ่ง นปช.ก็อยากให้วันฉัตรมงคล (5 พ.ค.) ในปีนี้ คนไทยไม่มีทุกข์ อยากให้สำเร็จก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม แม้จะไม่สำเร็จภายในวันที่ 5 พฤษภาคม แต่ก็จะมีทิศทางที่ชัดเจนและมีการเปิดประตูพูดคุยกับรัฐบาลให้มากขึ้น
"ข้อเสนอทั้ง 5 ข้อที่นายกฯ เสนอมานั้น นปช.ต้องไปหารือว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะมีบางข้อก็น่าจะทำได้เร็วกว่าที่รัฐบาลกำหนดเวลา เช่น ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หากจริงใจก็ใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้รัฐบาลไม่ควรปากว่าตาขยิบ เพราะท่าทีแต่ละคนไม่เหมือนกัน นายกฯ เสนอเจรจา แต่ ศอฉ.ก็ออกมาขู่ บอกว่าจะจับตายบ้าง หรือนำรถหุ้มเกราะมาสลายบ้าง" นายจตุพรกล่าว
ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แนวทางที่นายกฯ เสนอนั้น มีการหารือกับแกนนำ นปช.มาโดยตลอด ซึ่งก็ได้รับการตอบรับด้วยดี ถ้าไม่มีเงื่อนไขอื่นมาแทรกซ้อน คาดว่าการชุมนุมจะสลายภายใน 1-2 วันนี้
รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า แผนโรดแม็พของรัฐบาลเพื่อหาทางออกของวิกฤติประเทศในขณะนี้ พรรคร่วมรัฐบาลหารือกันแล้วเห็นตรงกันในเบื้องต้น โดย 1.พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาสอบสวนเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าที่ของรัฐ กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 10 เมษายน ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว และเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อหลากสีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกศาลาแดง รวมทั้งเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์นั้นมีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
2.พรรคภูมิใจไทยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการประสานงานร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาแทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อกำหนดวาระในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะให้อาสาสมัครออกรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน โดยยึดหลัก จงรักภักดี สุข สงบ สันติและสามัคคี 3.พรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้องค์กรที่เป็นกลางและได้รับการยอมรับจากสังคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณาจารย์มหาวิทยาลัย องค์กรภาคประชาชน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร
รายงานข่าวแจ้งว่า แผนโรดแม็พดังกล่าวนั้น ในเบื้องต้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้วางแนวทางไว้ว่าจะเริ่มดำเนินการเป็นรูปเป็นร่างได้โดยจะขับเคลื่อนในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่วางไว้ว่าจะยุบสภาใน 9 เดือน มาเป็นยุบสภาภายใน 6 เดือน หรือภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งก็เตรียมที่จะนำไปเจรจากับแกนนำ นปช.ต่อไป
ขณะเดียวกัน บริษัทอัมสเตอร์ดัม แอนด์ เปอรอฟฟ์ บริษัทกฎหมายระหว่างประเทศในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ออกแถลงการณ์ว่า ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องความพยายามฟื้นฟูประชาธิปไตย และความสงบให้กลับคืนสู่ประเทศไทย
"เรายินดีที่ได้รับว่าจ้างให้เป็นทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการทำงานกับเรื่องเร่งด่วนนี้ และเราทราบดีถึงความซับซ้อนท้าทาย และความละเอียดอ่อนเรื่องวิกฤติการเมืองในสังคมไทย เป็นความตั้งใจของพวกเราที่จะแสวงหาลู่ทางทางกฎหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ประชาคมโลกอย่าอดทนอดกลั้นต่อการที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ประท้วงที่มาชุมนุมอย่างสันติ" นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งบริษัทกล่าว
ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช. กล่าวถึงข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน ว่า ถ้าจบแบบนี้ก็ดี ประชาชนจะได้กลับบ้านไปทำมาหากิน
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำ นปช. กล่าวเสริมว่า ข้อเสนอที่นายกฯ กล่าวมานั้น เป็นเพราะแกนนำ นปช.มีการติดต่อเจรจากับรัฐบาลอยู่ตลอด แต่ติดอยู่ตรงที่ระยะเวลาที่ลงตัวเท่านั้น ดังนั้นทางแกนนำจึงไม่กลัวที่จะมีการสลายการชุมนุม
นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช.กล่าวว่า ถือเป็นทางออกที่ดี มวลชนจะได้ไม่หวาดระแวงในเรื่องสลายการชุมนุม ที่ผ่านมาทุกคนก็เครียด
"เรื่องคดีความก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนเรื่องมวลชนคนเสื้อแดงคิดว่าคงไม่มีปัญหา หากแกนนำมีมติอย่างไร มวลชนก็คงรับได้" นายอริสมันต์กล่าว
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การที่นายกฯ ยื่นข้อเสนอเพราะควบคุมกลไกรัฐไม่ได้ จึงได้พูดเรื่องยุบสภา วันนี้ตนไม่ได้คิดว่า นปช.เป็นต่อหรือเป็นรอง แต่เห็นว่าจากนี้ไปไม่อยากเห็นความรุนแรง และไม่อยากเห็นคนบาดเจ็บล้มตาย จึงคิดว่าน่าจะพอได้แล้ว ยืนยันว่าจะไม่เอาข้อเสนอของรัฐบาลมากดดันเรา
"คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ข้อเสนอพิเศษอะไร แต่เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์จะไปไม่รอด ถ้าไปรอดคงไม่ตัดสินใจยุบสภา แต่ผมสงสัยว่าการที่ยื่นเงื่อนเวลายุบพรรค แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบพรรคใช่หรือไม่" นายณัฐวุฒิกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังแกนนำทราบข้อเสนอของนายกฯ ได้มีการจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่เคร่งเครียดเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา จากนั้นนายจตุพรได้ขึ้นเวทีร้องเพลง “เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม” ของวงทีโบน ให้ผู้ชุมนุมฟังด้วย



