
ศอฉ.แถลงจับอาวุธพบโยงคนเสื้อแดง
ศอฉ.แถลงจับอาวุธสงครามล็อตใหญ่ เผย พบเครื่องหมายโยงกลุ่มคนเสื้อแดง
(3ม.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.สยาม บุญสม ผู้กำกับประจำสำนักงานผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้แทน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
นายธาริต กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการพิเศษของ ศอฉ. ได้รายงานผลการจับกุมอาวุธร้ายแรง ประกอบด้วย ปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 480 นัด ปืนคาร์บิ้น 1 กระบอก กระสุน 115 นัด ปืนอาก้า 5 กระบอก กระสุน 247 นัด ลูกระเบิดชนิดขว้างชนิดเอ็ม 67 จำนวน 3 ลูก ระเบิด เอ็ม 26 จำนวน 5 ลูก ระเบิดชนิดยิงเอ็ม 79 จำนวน 4 ลูก ประทัดยักษ์ 20 ลูก กระสุนปืนลูกซอง 18 นัด พร้อมหนังสติ๊กและลูกแก้ว พร้อมยิงจำนวนมาก ระเบิดขว้างสีฟ้าไม่ทราบชนิด จำนวน 1 ลูก และขวดแก้วเครื่องดื่มบรรจุน้ำมันเพื่อใช้เป็นระเบิดเพลิง 107 ลูก เครื่องหมายสัญลักษณ์กลุ่มคนเสื้อแดง เช่น ผ้าพันคอ ปลอกแขน เสื้อ ธงสัญลักษณ์ หมวก และแผ่นซีดี ที่ใช้ปลุกระดมจำนวนมาก รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าติดป้ายทะเบียบปลอม 1 คัน และอาวุธมีดขนาดต่างๆ อีกจำนวนมาก
นายธาริต กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเฮลิคอปเตอร์บริเวณจุดที่ปะทะกันเป็นเหตุให้ พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ ได้รับบาดเจ็บ จากการสืบสวนขอองพล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง และชุดปฎิบัติการพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยทหารและตำรวจของ ศอฉ. ทำให้จับกุมผู้ต้องการได้จำนวนหนึ่งและสืบสวนขยายผล จนสามารถยึดของกลางตามรายการดังกล่าว ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผล ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าอาวุธปืนและระเบิดเป็นชนิดเดียวกันที่ก่อเหตุจำนวนหลายครั้งต่อความไม่สงบที่เกิดขึ้น ขณะนี้ของกลางทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยา เพื่อยืนยันและจับกุมเพิ่มขึ้นอีกต่อไป ทั้งนี้ จากลักษณะของอาวุธที่จับได้และเครื่องหมายบ่งชี้เบื้องต้นว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กรณีการสอบสวนวิถีกระสุนยิง พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาระ เสียชีวิต ที่ดอนเมือง ว่า เหตุปะทะที่ดอนเมือง คนซ้อนถูกยิงที่ศรีษะ 1 นัดหางคิ้วซ้าย กระสุนเข้าไปในศรีษะแตก 2 . มอเตอร์ไซด์ที่นั่งมีรูกระสุนบริเวรด้านหน้าคนขับเบาะนั่งโดยยิงจากหน้าไปหลัง ซ้ายไปขวา บนไปล่างเล็กน้อย ดังนั้นข้อกังขาศรีษะคนที่ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ทางไหนได้คำตอบจากรูกระสุนที่เข้ารถคันนี้มาจากทางซ้าย ยิงจากมุมบนโดยเมื่อวานได้จำลองเหตุการณ์โดยให้อยู่ในท่าที่ขาซ้ายคนขับเปิดแล้วให้กระสุนเข้า พอลากเส้นตรงไปตรงกับ 2 จุด จุดที่ 1 มาจากหลังคาสำนักงานที่อยู่ด้านข้าง 2 อาคารที่ก่อสร้าง แนวที่ถูกยิงอยู่ห่างจากทหาร ตำรวจที่ตั้งแถว 50 เมตร เพราะฉะนั้นแนวตัดไม่ตัด แต่ที่น่าสนใจสถานที่อยู่ติดปั้มน้ำมันที่มีข้อมูลบันทึกว่ามีผู้ที่ไปอยู่ตรงจุดนั้นแล้วมีปืน เบื้องต้นวิถีกระสุนค่อนค้างชัดเจน คนยิงจะอยู่ที่สูง ถ้าไม่ใช่ 2 จุดก็เป็นรถสูงที่วิ่งผ่าน ดังนั้นเป็นอาวุธวามเร็วสูง อยู่ในข่าย m16 ลากัวร์ 308 ไรเฟิล บังเอิญเป็นกระสุนที่แตกกระบวนการพิสูจน์จะยาก
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ได้ทำรายงานทั้งหมดให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และให้ดีเอ็สไอรายงานให้ศอฉ.รับทราบ ส่วนอีกคดีที่มีความคืบหน้า ผู้ต้องหายิงอาร์พีจีหลังกระทรวงกลาโหม มีการขยายผลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับตำรวจพบว่าจุดที่ยิงมีหลักฐานตกอยู่ที่พื้น ระยะที่ยิงเป็นมุมเงยขึ้นจึงต้องไปดูต่อ จะยิงอะไรก็ตามแต่เราไปดูบริเวรนั้น เป็นจุดที่ยิงสิ่งก่อสร้าง ไม่มีอะไรเลย แต่ถ้าเลยตรงนั้นจะเป็นพระอุโบสถวัดพระแก้ว เราพยายามเช็กว่าเป็นระยะอะไร
ส่วนที่แกนนำนปช.ระบุผลสอบไม่ตรงกัน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เราไม่ทราบ เรามีหน้าที่ดูทิศ ปืนเหล่านี้ต้องไปดูตัวลูก เรามีหน้าที่ตรงกับคำให้การหรือไม่



