
พี่เขยยิงน้องเมียดับ3ก่อนจ่อขมับตัวเองตาย
อดีตพนง.การไฟฟ้าวัย 66 แค้นน้องเมียไล่ออกจากบ้าน คว้าปืนจ่อยิงดับยกครัว 3 ศพ ก่อนระเบิดขมับตัวเองตายตาม เผยเมียทำพินัยกรรมให้บ้าน กลับหิ้วสาวมานอนจนญาติเมียระอา ฟ้องศาลตะเพิดพ้นบ้านแต่ถูกขู่ฆ่ายกครัว
(3พ.ค.) เวลา 14.00 น. ร.ต.อ.พิรุณ ถวัลธัญญา พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.บางพลัด ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ภายในบ้านเลขที่ 54 ,54/1-2 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 78 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม.หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.พจน์ บุญมาภาคย์ รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.อดิศักดิ์ คุณพันธ์ ผกก.สน.บางพลัด พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ พฤกษ์สุวัฒน์ สว.สส.สน.บางพลัด แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สูง 2 ชั้น ปลูกแบบมีรั้วรอบขอบชิด จากการตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 54 พบศพ นายวิชัย ภุชชงค์ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 78 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม. สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีเทา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขมับขวา 1 นัด เหนือศีรษะพบอาวุธปืน ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ภายในบ้านเลขที่ 54/1 ยังพบศพผู้เสียชีวิต อีก 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายชวลิต เนตรศิริ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 78 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม. สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณบันไดทางขึ้นชั้น 2 สวมเสื้อโปโล สีเทาดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีเทา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขมับซ้าย 1 นัด และหน้าท้องอีก 1 นัด ใกล้กันพบศพ น.ส.วันทนา เนตรศิริ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 78 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่หน้าท้อง 1 นัด นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยันฮี ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.ธัญญานันท์ เนตรศิริ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 78 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่หน้าท้อง 1 นัด แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายทั้งหมดเป็นเครือญาติกัน โดยผู้ที่ก่อเหตุสังหารโหด 3 ศพครั้งนี้ คือ นายวิชัย หนึ่งในผู้ตายซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยของผู้ตายทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้ นางชุลี เนตรศิริ อายุ 68 ปี ภรรยาของนายวิชัย ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2546 ได้ทำพินัยกรรมมอบที่ดินรวมถึงบ้านทั้ง 2 หลังให้กับเครือญาติ โดยในพินัยกรรมระบุว่าสามารถให้นายวิชัย อาศัยอยู่ต่อไปได้ แต่ทางพี่น้องและญาติของนางชุลี เห็นว่าหลังจากที่นายวิชัย เกษียณจากการเป็นพนักงานของการไฟฟ้า ก็ประพฤติตัวไม่ดี และมักจะพาหญิงสาววัยรุ่นมาหลับนอนที่บ้าน ทำให้ญาติพี่น้องของนางชุลี ไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขับไล่นายวิชัย ออกจากบ้าน แต่นายวิชัย ไม่ยอมพร้อมทั้งข่มขู่คนในบ้านว่า หากไล่ออกจากบ้านจะฆ่าให้ตายยกครัว ซึ่งการฟ้องร้องดังกล่าวดำเนินมานานประมาณ 2- 3 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างที่นายวิชัย ยื่นอุธรณ์
จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดี และตำรวจ 1 นาย ได้เดินทางนำหมายศาลมาติดที่บ้านเพื่อให้นายวิชัย ย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าว ทำให้นายวิชัย โกรธแค้น ก่อนเกิดเหตุได้เรียกกลุ่มผู้ตายเข้ามาพูดคุยแต่ตกลงกันไม่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีและตำรวจออกไปจากบ้านแล้วนายวิชัย จึงเดินเข้าไปหยิบอาวุธปืนในบ้านออกมาไล่ยิงกลุ่มผู้ตายดังกล่าว
จากการสอบปากคำ นางแก่น นิ่มสมบูรณ์ อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านของผู้ตาย ให้การว่า ก่อนจะเกิดเรื่องตนได้เดินมาหาคนที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อจะชวนออกไปข้างนอก หลังจากนั้นจึงเดินกลับออกไป แต่ระหว่างที่เดินกลับออกมาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จำนวน 3 นัด และมีเสียงคนในบ้านร้องขอความช่วยเหลือ แต่ตนไม่กล้าเข้าไปดูจึงรีบวิ่งไปบอกชาวบ้านให้มาช่วยดู เมื่อกลับมาถึงก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเพราะไม่รู้ว่าคนยิงยังอยู่หรือไม่ เมื่อเสียงเงียบลงจึงเข้าไปดูก็พบว่ามีคนในบ้านถูกยิงเสียชีวิตหลายราย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ปมเหตุการสังหารโหดน่าจะมาจากการที่นายวิชัย มือปืนโกรธแค้นบรรดากลุ่มเครือญาติของภรรยาที่ไปฟ้องศาลขับไล่ให้ออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะต้องทำการสอบปากคำญาติของผู้ตาย และพยานอย่างละเอียดอีกครั้ง



