ข่าว

ปธ.วิปรัฐบาลเสียใจ"พท."ไม่ยื่นซักฟอก

ปธ.วิปรัฐบาลเสียใจ"พท."ไม่ยื่นซักฟอก

03 พ.ค. 2553

“ปธ.วิป รบ.” เสียใจ “พท.” ไม่ “ยื่นซักฟอก” ใช้เวที “สภา” แก้ปัญหาบ้านเมือง ยัน “พรรคร่วม” ยังเหนี่ยวแน่น ปัญหาความขัดแย้งต้องบังคับใช้ “กฏหาย” ยอมรับ “รบ.” บริหารงานลำบาก เหตุ “ขรก.” บางส่วนยังผูกพันกับ “อำนาจเก่า” และเชื่อว่า “รบ.” อยู่อีกไม่นาน

(3พ.ค.) นายวิทยา แก้วภารดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ( วิปรัฐบาล ) แถลงการประชุมวิปรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งวันพุธนี้ตรงกับวันหยุด ดังนั้นจึงเลื่อนไปประชุมวันพฤหัสบดี โดยจะเป็นกระทู้สดทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่สภาต้องเร่งพิจารณาอีกเรื่องคือ การแต่งตั้งเห็นชอบรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรวงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ซึ่งรายชื่อได้ค้างคามานานพอสมควร และเมื่อมีการแต่งตั้งแล้วเสร็จคณะกรรมการปปง.ก็จะสามารถมีการติดตามเรื่องต่างๆหลายเรื่องที่อยู่ระหว่างการดูแลของปปง.

 ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในส่วนของสภาสัปดาห์นี้มีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งเป็นดำริของนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา และนายประสบสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ได้ตกลงว่าจะให้มีการประชุมในวันศุกร์ที่ 7 พ.ค. มีระเบียบวาระที่จำเป็นต้องพิจารณาคือในการประชุมโดยจะมีการพิจารณากรอบการเจรจาตกลงในกรอบวงเงินที่ประเทศไทยจะต้องชำระที้คางอยู่ ทำให้ไม่สามารถลงมติได้ก็จะเริ่มต้นในการลงมติเพื่อพิจารณาเรื่องที่จำเป็นต้องให้ความเห็นชอบ รวมทั้งหมด 3 - 4 เรื่อง รวมทั้งจะต้องให้ความเห็นชอบในเรื่องที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเสร็จคือร่างข้อบังคับของการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งเข้าใจว่าจะใช้การประชุม 1 วัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าเป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูยเพื่อที่จะลงนามสนธิสัญญาระหว่างประเทศได้ครบถ้วน

 นายวิทยา กล่าวว่า นอกจากนี้วิปรัฐบาลได้หารือกันถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองว่าขณะนี้ค่อนข้างที่จะชัดเจน คือ พรรคฝ่ายค้านไม่สนใจที่จะใช้สภาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา เห็นได้จากที่ผ่านมาการประชุมสภาสมัยประชุมนี้ รัฐบาลแทบจะไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายค้านในเรื่องของการเข้าประชุมสภา ตั้งแต่การเริ่มประชุมทุกเช้า ฝ่ายค้านจะรอจนกว่ารัฐบาลมาเกินกึ่งหนึ่ง ถึงจะเริ่มลงชื่อ และทุกครั้งในการลงมติกฏหมายทุกฉบับไม่ว่าจะเป็นกฏหมายที่ฝ่ายค้านเสนอเอง หรือกฏหมายที่ฝ่ายค้านเห็นด้วยก็ต้องมานั่งรอจนกว่าองค์ประชุมของรัฐบาลครบ ซึ่งหลายครั้งองค์ประชุมของรัฐบาลไม่ครบ สภาล่ม เรื่องที่ฝ่ายค้านเห็นชอบก็ตกลงไปด้วย ฉะนั้นก็เสียเวลาไปด้วย

 “ สิ่งที่เรารู้สึกก็ คือ ฝ่ายค้านไม่ใช้โอกาสของสภาแก้ปัญหาบ้านเมือง แทนที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงเป็นที่น่าเสียใจที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่พรรคหนึ่งในเส้นทางเดินนอกสภาเป็นคนกำหนดเกมของพรรคการเมือง ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลที่ประชุมร่วมกันในวิปรัฐบาลวันนี้ขอยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเหนี่ยวแน่นในการที่จะเดินตามแนวทางของรัฐสภา และวันนี้เราเห็นว่าทิศทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม เริ่มเดินไปในทิศทางที่จะสามารถบังคับใช้กฏหาย ได้เป็นลำดับเราเข้าใจความยากลำบากของรัฐบาลที่บริหารบ้านเมืองมาในรอบ 1 ปี เพราะอำนาจรัฐบางส่วนยังผูกพันกับอำนาจเดิมที่บริหารประเทศมา 7 - 8 ปี ข้าราชการหลายคนยังคิดว่าสภานี้จะอยู่อีกเดือนหรือสองเดือน รัฐบาลนี้จะอยู่ปี หรือครึ่งปี” นายวิทยา กล่าว

 ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า มาถึงวันนี้ระหว่างความถูกต้องกับความผิด และระหว่างความชอบธรรมกับความไม่ยุติธรรม เส้นทางเหล่านี้เริ่มพิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลเดินมาถูกทาง ประชาชนทั้งประเทศเริ่มสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลอย่างจริงจัง วิปรัฐบาลเห็นว่าเราจะเริ่มเห็นการปรับตัวของข้าราชการบางส่วน ที่เฉื่อยกับการทำหน้าที่บังคับใช้กฏหมาย ถ้ากฏหมายอ่อนแอ หย่อนยานในการบังคับใช้ ใครเป็นรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ ครม.มีอยู่แค่ 36 คน นายกฯเป็นผู้กำกับคณะรัฐมนตรี ถ้ากลไกระบบราชการทั้งหมดกินแต่เงินเดือนโดยไม่ทำงาน ตนคิดว่าควรต้องสำนึกในน้ำข้าวของประชาชน

 “ วันนี้ประชาชนต้องการเห็นการบังคับใช้กฏหมายที่เป็นจริงจัง ข้าราชการคนใดที่ไม่พร้อมที่จะบังคับใช้กฏหมายก็ต้องถอยออกไป หลังจากนี้เป็นต้นไป ตนคิดว่ารัฐบาลต้องเข้มแข็งพอในการที่จะปรับเปลี่ยนคนที่ไม่ทำงานออกไปจากระบบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจของประชาชน ในส่วนวิปของรัฐบาลยืนยันอีกครั้งว่าทุกพรรคพร้อมที่จะจับมือและจะทำนห้าที่ในสภา อย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้เหลือเวลาการประชุมสภาอีก 3 สัปดาห์ก็จะปิดสมัยประชุม เราก็จะทำหน้าที่ในสภาเพื่อเป็นปากเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนและแก้ไขปัญหาในทางกฏหายให้กับประชาชน ” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว