ข่าว

เสธ.วีปเตรียมอำลา
หลังคว้าทองโอลิมปิก

เสธ.วีปเตรียมอำลา หลังคว้าทองโอลิมปิก

04 พ.ค. 2553

"เสธ.วีป" พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ ประมุขใหญ่มวยสากลสมัครเล่น เตรียมไขก๊อกอำลาวงการ หลังซิวเหรียญทองโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน เหตุอายุมากแล้วอยากได้คนรุ่นใหม่ที่มีไฟมาบริหารงานแทน

 พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการทำงานอย่างหนักตัวเองและคณะกรรมการบริหารของสมาคม จนสามารถสร้างขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทยประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์มาได้ตลอด นับตั้งแต่ "เจ้าบาส" สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตฮีโร่ของคนไทย ที่คว้าเหรียญทองได้เป็นคนแรกในศึก "แอตแลนตาเกมส์" ปี 1996 จนถึงวันนี้สมาคมได้สร้างฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกได้ถึง 4 คนแล้ว คือ สมรักษ์ คำสิงห์, วิจารณ์ พลฤทธิ์ ซิดนีย์เกมส์ ปี 2000, มนัส บุญจำนงค์ เอเธนส์เกมส์ ปี 2004 และสมจิตร จงจอหอ ปักกิ่งเกมส์ ปี 2008
 จากนี้ไปสมาคมยังมีภารกิจสำคัญคือจะต้องคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ปี 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษให้ได้ แม้การให้คะแนนมวยสากลสมัครเล่นในยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อน อย่างไรก็ตามตนและทีมงานยังคงทุ่มเทมุ่งมั่นที่จะสร้างความสุขให้คนไทยทั้งชาติ ซึ่งระยะเวลาที่เหลืออีก 2 ปีกว่าก่อน "ลอนดอนเกมส์" จะเปิดฉากขึ้น จะต้องสร้างนักกีฬาที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งและเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อเพิ่มทักษะและการพัฒนาให้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังจะสร้างนักชกสายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ที่โรยรา เพื่อต้องการให้กีฬาชนิดนี้ไม่ขาดยุคเหมือนกีฬาประเภทอื่น


 นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนได้นั่งเก้าอี้นายกสมาคมมาถึง 4 สมัยแล้ว นี่ยังไม่รวมตำแหน่งเลขาธิการสมาคมอีกหลายสมัย รวมกันแล้วอยู่วงการกีฬานี้มาเกือบ 20 ปี ได้รู้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในทิศทางที่ดี ส่วนตัวตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ที่ลอนดอนแล้ว คงต้องถึงเวลาเปิดทางให้คนที่เหมาะสมและมีใจรักในกีฬาชนิดนี้เข้ามาบริหารงานแทน เพราะตนเองไม่ได้ยึดติดตำแหน่งแต่อย่างใด อยากได้คนที่มีเวลาและเสียสละเข้ามาทำงานแทนบ้าง เนื่องจากอายุมากแล้ว และถึงเวลาให้คนที่เหมาะสมมารับช่วงต่อ การได้คนรุ่นใหม่ที่มีไฟมาทำงานจะทำให้การบริหารงานมีความหลากหลายไม่จำเจซ้ำซาก
 อย่างไรก็ตามเวลานี้ได้มองหาคนที่เหมาะสมเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมอยู่ แต่เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลและรายละเอียดว่าแต่ละคนมีความสามารถมากน้อยแค่ไหน เพราะกว่าสมาคมจะมาถึงวันนี้ได้ต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์หลายๆ อย่าง อีกทั้งงบประมาณส่วนต่างๆ ทั้งจากสปอนเซอร์และภาครัฐบาลจะต้องบริหารให้โปร่งใสที่สุด ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่บริหารงานแบบรับรู้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ถ้าแบบนี้คงจะไม่มีใครไว้ใจ