
สตช.ปัดเด้งผู้การฯขอนแก่นไม่มีการเมืองกดดัน
ตำรวจจัดกำลังไม่เกิน 100นาย ดูแลความปลอดภัยรพ.จุฬาฯ เพื่อให้มีความเป็นกลาง โฆษก ตร.ปัดเด้งผบก.จ.ขอนแก่นไม่มีแรงกดดันทางการเมือง ปฎิเสธข่าวเปลี่ยนรรท.เพื่อกดดันตร.ไม่จริง
(3พ.ค.) เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบก.สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะโฆษก ศปก.ตร. ร่วมแถลงข่าวกรณี รพ.จุฬาลงกรณ์ได้ร้องขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมคืนพื้นที่หน้ารพ.จุฬาเพื่อเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติ โดยพล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ทางตำรวจเป็นตัวกลางที่จะประสานงานระหว่างรพ.จุฬาฯ และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เพื่อให้การดูแลรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณรพ.จุฬาฯเป็นไปตามหลักสากล ที่ไม่ให้มีกองกำลังใด ๆ เข้าไปใช้ประโยชน์จากพื้นที่ โดยทางตำรวจได้จัดกำลังไว้ไม่เกิน 100นาย เพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยไม่ให้มาก่อเหตุความไม่สงบ และให้รพ.มีสภาพความเป็นกลาง
เมื่อถามว่า ทางรพ.จุฬาต้องการให้บริเวณรอบรพ.เป็นพื้นที่ เซฟตี้โซน และให้มีการเปิดการจราจรจนถึงแยกสารสิน ทางตำรวจมีการดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ทาง บช.น.ได้เสนอแผนไว้แล้วและประสานกับผู้บริหารของรพ.ว่ารู้สึกสบายใจในความปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งหากทางผู้บริหารและบุคลากรของรพ.สบายใจ ทางตร.ก็จะเป็นตัวกลางที่จะไปประสานกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทันที ส่วนที่ต้องการให้เป็นพื้นที่เซฟตี้โซน เพราะทางรพ.เห็นว่า ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเสื้อแดงมีการกางเตนท์และมีการวางถังแก๊สเพื่อหุงต้มอาหาร และมองว่าอาจไม่ปลอดภัยจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนไข้และบุคคลากรของรพ.ได้
เมื่อถามว่า กำลังของตร. ขึ้นกับศอฉ . มีจำนวนเท่าไร่ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ทางตร.จัดกำลัง21 กองร้อยให้ขึ้นตรงกับการบังคับบัญชาของ ศอฉ. เพื่อความง่ายในการบังคับบัญชา ต่อข้อถามกรณีที่ปจ.ดังกล่าวมีการพกอาวุธด้วย พล.ต.ต.ประวุฒิ ตอบว่า กรณีนำอาวุธมาด้วยเนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมามีข่าวการก่อการร้าย การพกอาวุธจึงเกิดขึ้นเพื่อป้องกันตัวรวมถึงป้องกันไม่ให้ตำรวจที่มาปฎิบัติหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุมเองด้วย ถามต่อว่า หากการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมาย พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า กำลังตำรวจที่มีสายการบังคับบัญชาขึ้นตรงกับ ศอฉ. ทางผู้บังคับบัญชาของ ศอฉ. จะเป็นผู้รับผิดชอบ
พล.ต.ต.ประวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีที่ครม.อนุมัติงบประมาณ 249 ล้านบาทให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า งบดังกล่าวไม่ใช่งบเพื่อให้มาปฎิบัติการพิเศษแต่อย่างใดแต่เป็นงบประมาณที่ให้กับตร. หลังจากที่ ตร.ได้สำรองจ่ายเงินให้กับค่าเบี้ยเลี้ยงตำรวจที่มาปฎิบัติหน้าที่ปจ. ในช่วงการชุมนุม ส่วนการปฎิบัติหน้าที่ของปจ. จากทั่วประเทศนั้น จนถึงทุกวันนี้ก็เข้าประมาณ 90วันแล้ว ตำรวจทุกนายก็เหน็ดเหนื่อย และเราใช้วิธีการหมุนเวียนกำลังกัน
ด้านพล.ต.ท.พงศพัศกล่าวถึงเหตุการณ์ด.ต.ธานี บัวผัน อายุ 52 ปี และ จ.ส.ต.สมฤกษ์ อุทัยฤกษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส. ภ.จ.ราชบุรี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตขณะจับกุมผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติด บริเวณแยกนิสสัน ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ทางด้านคดี พงส.สภ.เมืองราชบุรี ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายวิจัย หรือ แป๊ะ นาควัน ข้อหา “ฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่หรือเพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำตามหน้าที่ และได้เร่งติดตามตัวคนร้ายแล้ว ส่วนการช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทางสตช. ปูนบำเหน็จเลื่อนเงินเดือน 8 ขั้น และเสนอขอพระราชทานยศ ด.ต.ธานี เป็น พ.ต.ท. และ จ.ส.ต.สมฤกษ์ เป็น พ.ต.ต. และได้รับเงินช่วยหลือจากสวัสดิการ ตร. และเงินฌาปนกิจ รายละ 350,000 บาท ในส่วนของทายาทมีสิทธได้รับการพิจารณาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจสืบต่อจากบิดา โดยจะมีพิธีรดน้ำศพตำรวจทั้ง 2นาย ที่วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี
พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ยังมีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่อีก 1ราย คื จ.ส.ต.สุเมธ วิโรจน์ ผบ.หมู่ ป. สภ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี อายุ 36 ปี โดยมีอาการหัวใจหายขณะทำหน้าที ปจ. อยู่ภายใน ศอฉ. ทางสตช. ได้พิจารณาเลื่อนเงินเดือน 5 ขั้น แลเลื่อนยศ 4 ชั้นยศ เป็นร.ต.อ. โดยวันนี้ทางตร.จะรับศพที่รพ.พระมงกุฎฯ ไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีปชป. ระบุว่า มีข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.อ. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการการชุมนุม ทางตร.มีการดำเนินการเช่นไร พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า ได้นำเรื่องนี้ เสนอ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.แล้ว ก็จะมีการตรวจสอบทั้งผู้ให้ข่าวและผู้ที่โดนพาดพิงว่ามีข้อเท็จจริงเช่นไร อยากจะเรียนว่า เรืองการตรวจสอบข้าราชการไม่ว่าจะเป็ น ผบก. หรือผู้ปฎิบัติ เราก็ดำเนินการทั้งหมด รวมถึงเรื่องการปฎิบัติงานดูแลการชุมนุมและแก้ปัญหาอาชญากรรมด้วย โดยเบื้องต้นยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แต่จะเป็นการประเมินผลการทำงานว่ามีการย่อหย่อนหรือไม่
เมื่อถามถึงการสั่งช่วยราชการ พล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒน์ ผบก.จ.ขอนแก่น ช่วยราชการ สนง. ผบ.ตร. ได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า เคสของ ผบก.จว.ขอนแก่นนั้น พูดชัดเจนว่าไม่มีใครกดดัน ทางตร.พิจารณาถึงผลการปฎิบัติงานถ้าไม่สามารถปฎิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ก็เป็นดุลยพินิจในการพิจารณา และทางตร.จะดำเนินการลักษณะเช่นนี้กับทุกพื้นที่ ด้วยเช่นกัน
เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวเปลี่ยนตัว รรท. ผบ.ตร. เป็นการกดดันให้ รรท.ผบ.ตร. ปฎิบัติการเด็ดขาดกับผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า กระแสข่าวเรื่องการเปลี่ยนตัว รรท.ผบ.ตร. ไม่มี เท่าที่คุยกับพล.ต.อ.ปทีป ก็ไม่มี และไม่ได้รับแรงกดดันจากรัฐบาล พร้อมยืนยัยว่า พล.ต.อ.ปทีป ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ตามนโยบายของรัฐบาล
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลสั่งากรให้ตร.เป็นผู้นำในการปฎิบัติการสลายการชุมนุมพร้อมหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า หากรัฐบาลสั่งการเช่นนั้น ทางตร.ก็พร้อมที่จะดำเนินการ



