
ศอฉ.เตรียมใช้รถหุ้มเกราะสลายม็อบเสื้อแดง
"ศอฉ."เตรียมใช้รถหุ้มเกราะสลายแดง ระบุเป็นแนวป้องกัน กระสุน-ระเบิด ยิงใส่ทหาร แฉยอดแดงชุมนุมลด เชื่อคนอยากกลับแต่ถูกแกนนำกักไว้ งงแดงไม่คืนพื้นที่รพ.จุฬา สงสัยมีอาวุธซ่อนไว้ที่สวนลุม ยันไม่มีทหารอยู่ในรพ.จุฬา ไร้ปัญหากำลังพล แม้ปลดทหารเกณฑ์
(3พ.ค.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เป็นประธานการประชุม โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และนายทหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้น นายสุเทพ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมวุฒิสภาไปตอบกระทู้สดที่รัฐสภา
ทั้งนี้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ศอฉ.ขอชี้แจงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวหาว่ามีกำลังทหารอยู่ภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ จึงเป็นเหตุให้กลุ่ม นปช.เข้าไปตรวจค้น ข้อเท็จจริงคือ ภาพดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของทหารที่อยู่ในสภาพของการพักเวร เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีการตรวจพบชายฉกรรจ์ 4-5 คน แต่งกายชุดดำอยู่บริเวณด้านข้างโรงพยาบาล และทหารเข้าไปพิสูจน์ทราบ ชายฉกรรจ์ได้ยิงอาวุธสงครามเข้าใส่ทหารและวิ่งเข้าไปหลบในโรงพยาบาล เมื่อมีเหตุเสียงปืนด้วยสัญชาติทหารจึงต้องรีบจับอาวุธมาเพื่อป้องกันตัวเองและรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะเห็นว่าทหารยังใส่รองเท้าแตะสีชมพูส่วนการถือปืนแนวเฉียงนั้น เพราะเป็นอาวุธปืนยาวต้องสะพายเฉียงลักษณะนั้น โดยภาพนี้เป็นบริเวณลานจอดรถอาคารชาญอิสระ แต่ไม่ได้อยู่ภายในโรงพยาบาลตามที่ถูกกล่าวหา
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับภาพที่มีกลุ่มทหารยืนถืออาวุธอยู่ เป็นภาพที่อยู่บริเวณจุดแลกบัตรผ่านเข้า- ออก ที่อาคารชาญอิสระ ซึ่งอยู่เยื้องกับโรงพยาบาลไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานข่าวอย่างชัดเจนว่า อยู่บริเวณใกล้โรงพยาบาล เรายืนยันว่าไม่มีกองกำลังทหารภายในโรงพยาบาล และเรายึดมั่นในกฎกติกาปฏิบัติตามขั้นตอน แม้ว่าจะมีตำรวจปฎิบัติภารกิจอยู่ แต่เป็นตำรวจท้องที่ สน.ปทุมวัน ไม่ได้มีกองร้อยปราบจลาจล
ทั้งนี้ในการแถลงข่าวครั้งนี้พ.อ.สรรเสริญ ได้นำภาพเหตุการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มาให้สื่อมวลชนได้ดูอยู่ โดยผ่านทางโปรเจ๊คเตอร์
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า หน่วยข่าวรายงานว่า การชุมนุมเสื้อแดงเหลือเพียง 8 พันคนในช่วงค่ำ และในช่วงเช้า 6 พันคน ซึ่งถือเป็นการลดระดับลงถือว่า เจ้าหน้าที่ทำงานได้ผลมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า หน้าตาของกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้บ่งบอกว่า อยากกลับบ้าน แต่ด้วยเหตุที่ถูกควบคุมไม่ให้กลับ และในวันที่ 4 พ.ค.นี้จะมีการระดมมวลชนจากต่างจังหวัดเข้ามาจึงขอวิงวอนให้ผู้ชุมชุมต่างจังหวัดตรวจสอบข้อมูลข่าวสารว่า เข้ามาแล้วมีความสะดวกสบายหรือไม่ หากเข้ามาแล้วจะสามารถเดินทางกลับตามความต้องการของตัวเองหรือไม่ เพราะขณะนี้คนอยากกลับไม่ได้กลับ
เมื่อถามว่า ศอฉ.พึงพอใจหรือไม่กับการเปิดพื้นที่บางส่วนบริเวณโรงพยาบาลจุฬาของกลุ่มคนเสื้อแดง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ศอฉ.ตอบไม่ได้ว่าพึงพอใจหรือยัง ต้องถามคณะผู้บริหาร คุณหมอ พยาบาลว่ามีความมั่นใจต่อพื้นที่ที่กลุ่มคนเสื้อแดงเปิดให้หรือยัง ความจริงโรงพยาบาลไม่ได้ขอมาก ขอแค่จากแนวรั้วไปถึงสารสิน ตนไม่เข้าใจว่า เหตุใดกลุ่มคนเสื้อแดงจึงหวงแหนพื้นที่ตรงนี้ หรือมีอาวุธอะไรอยู่ที่สวนลุมพินีหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศอฉ.สั่งให้มีการใช้กำลังทหาร พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า การหารือเมื่อวานและช่วงเช้าที่ผ่านมาให้มีการจัดเตรียมรถเกราะสำหรับดำเนินการสลายการชุมนุม เพรารถเกราะถือเป็นยุทโธปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ทำให้ทหาร ตำรวจที่จะปฏิบัติภารกิจสลายการชุมนุมมีความปลอดภัย และจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยิงอาวุธใส่เราหรือไม่ ซึ่งในรถหุ้มเกราะเวลาเคลื่อนที่จะได้ทราบว่ามีอาวุธชนิดใดยิ่งใส่เราบ้าง
“ไม่อยากให้วิจารณ์ว่าเหตุใดถึงใช้รถเกราะกับผู้ชุมนุม แต่ต้องดูวัตถุประสงค์ของการใช้แม้รถหุ้มเกราะใช้เฉพาะสงคราม แต่วัตถุประสงค์ต้องการให้เป็นส่วนกำบัง สร้างความปลอดภัยให้ทหาร ตำรวจ ในการปฏิบัติภารกิจ และเมื่อมีรถหุ้มเกราะ ทำให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนหาผู้ชุมนุมได้ โดยไม่ต้องตอบโต้ด้วยอาวุธเกินความจำเป็น ถือเป็นความปลอดภัยด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ยังไม่ได้นำรถหุ้มเกราะดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ ส่วนการสลายการชุมนุมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีระบุเงื่อนเวลา แต่หากมีการปฏิบัติจะให้มีการสูญเสียน้อยที่สุดทั้งจากผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่”โฆษก ศอฉ. กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า หากเกิดปัญหาที่ไหนเราจะมีกองกำลังเคลื่อนที่เร็วส่วนหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยในโซนพื้นที่ที่ประกอบกำลังด้วยตำรวจภูธรภาคบวกกับทหาร ผู้รับผิดชอบพื้นที่จะเป็นผู้แก้ปัญหาก่อน หากเห็นว่าการเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถแก้ไขได้ก็จะร้องขอกำลังจากแม่ทัพภาคที่ 1 ที่จะมีกองหนุนระดับที่ 1 แต่หากเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขได้จะขอกองหนุนเคลื่อนที่เร็วของ ศอฉ. ซึ่งจะเป็นกองหนุนระดับ 2 ส่วนการผลัดเปลี่ยนพลทหารกองประจำการนั้น ไม่มีปัญหาการปฏิบัติภาร เพราะพลทหารรุ่นหนึ่งมีประมาณ 3 หมื่น แต่เรานำกำลังพลทหารมาใช้ในส่วน ศอฉ. อยู่ 4-5 พันคน แม้จะหมดพลทหารกองประจำการไปผลัดหนึ่งก็ไม่มีปัญหา เพราะสามารถดึงกำลังพลทหารจากอีก 3 ผลัด ได้ไม่มีปัญหา
เมื่อถามถึงการดำเนินการลงโทษต่อการกระทำของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้ พล.ต.ขัตติยะ อยู่ในระหว่างพักราชการ ดังนั้นอะไรก็แล้วแต่ที่ท่านทำถือเป็นการกระทำต่างกรรม ต่างวาระ ซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินการด้านวินัยต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่า นายสุเทพสั่งให้ตำรวจใจกล้า 2 พันนายร่วมกับทหารเพื่อออกปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า คงเป็นวิธีการในการสนทนาของท่านเพื่อปลุกปลอบใจกำลังพลไม่ให้คิดอะไรมาก แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมปฏิบัติภารกิจอยู่แต่ไม่ได้ยินว่าท่านพูดอย่างนี้ในที่ประชุม



