
องค์กรมนุษยชนยื่นกต.ร้องรัฐเลี่ยงความรุนแรง
องค์กรมนุษยชน 43 แห่ง" ยื่นหนังสือ กต. เรียกร้อง รบ.เลี่ยงใช้ความรุนแรง กษิต จวก ม็อบแดง เลอะเทอะ ขอส่งกองกำลังรักษาสันติภาพในไทย
(3พ.ค.) เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ รับมอบแถลงการณ์ของตัวแทนเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน ที่ลงนามโดย 43 องค์กรในภูมิภาคเอเชีย นำโดย นาย เย็บ สวี เซ็ง (Yup Swee Seng) ตัวแทนกลุ่มเอเชียฟอร์รัมประเทศมาเลเซีย (Asian Forum for Human Rights and Development)
ในแถลงการณ์ระบุว่า เอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนจากทั่วเอเชียรู้สึกวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความวุ่นวายในการเมืองไทย พร้อมกับประณามการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น จากความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย ใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและหันหน้ากลับสู่โต๊ะเจรจา เพื่อหาทางออก โดยสันติ ทั้งนี้รัฐบาลไทยจะต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า จะดำเนินการสลายการชุมนุมภายใต้มาตรการสากล พร้อมเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อหาสาเหตุเพื่อหาคนผิดมาลงโทษ และรู้สึกวิตกกังวลอย่างยิ่งที่มีการปิดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เว็บไซด์ หลาย 10 แห่ง ซึ่งเห็นว่าจะส่งผลร้ายมากว่าผลดีต่อพัฒนาการประชาธิปไตยในประเทศ แม้ว่าจะมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะทำให้สิทธิบางอย่างได้รับผลกระทบ แต่สิ่งต่างๆ ที่ดำเนินการนั้นก็ควรต้องสอดคล้องกับพันธกรณีต่างๆ ที่ไทยมีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน หลักการด้านสิทธิมนุษยชนจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานและหลักสากล
ภายหลังการรับมอบแถลงการณ์ นายกษิต กล่าวว่า รัฐบาลไทยเคารพ ยึดมั่นปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และตามหลักประชาธิปไตยกับทุกฝ่าย หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด แม้วานนี้ (2 พ.ค.) ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธในการควบคุมการชุมนุมได้ แต่เป็นแค่ทางเลือกเท่านั้นรัฐบาลไม่ได้คิดใช้ ซึ่งเราก็ทราบดีว่า ผู้ชุมนุมมีการติดอาวุธ แต่เราได้พยายามแยกแยะคนที่ไม่เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมชุมนุม ส่วนสื่อมวลชนรัฐบาลไม่ได้มีการปิดกั้นหรือบั่นทอนสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องยอมรับว่ามีสื่อที่สร้างความรุนแรงและก่อให้เกิดการยั่วยุ
“อยากขอให้เอ็นจีโอได้ศึกษาข้อเท็จจริงและวิวัฒนาการของการเมืองไทย ให้ถ่องแท้ ก่อนนำเสนอข้อห่วงใย ต้องรู้เท่าทันทุกฝ่ายเพื่อไม่ให้เอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่ง เพราะได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง” นายกษิต กล่าว
ต่อข้อถามว่า ต่างชาติมีความเข้าใจต่อสถานการณ์การเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน นายกษิต กล่าวว่า ดีขึ้นตามลำดับ กระทรวงการต่างประเทศได้โหมโรงชี้แจงถึงวิวัฒนาการการเมืองไทย ประเด็นปัญหามาจากไหน และรัฐบาลไทยได้ทำอะไรไปบ้าง สภาพที่ดูเหมือนรัฐบาลอ่อนแอ อ่อนเปลี้ย มีประเด็นเดียวเพราะไม่อยากใช้อาวุธ เขาคิดว่า รัฐบาลไปไม่ไหวแล้ว ถึงได้มีข้อเสนอจาก นายซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายโฮเซ่ รามอส-ฮอร์ต้า ประธานาธิบดีติมอร์ตะวันออก นายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็น นายโคฟี อานัน อดีตเลขาธิการยูเอ็น และอีกหลายเท่า และล่าสุดองค์กรศึกษาภาคชน (ไอซีจี) มีหนังสือเรียกร้องให้ประชาคมโลกต้องเข้ามาแทรกแซงแก้ไขปัญหาของไทย
“การที่ถูกมองว่า รัฐบาลล้มเหลว เพราะเราไม่ใช้อาวุธตะหาก รัฐบาลต้องทำด้วยความอดทนอดกลั้น ทำให้ทหารและประชาชนที่ไร้เดียวสาต้องตายฟรี ก็เห็นกันอยู่ จึงได้พยายามเรียกร้องให้คนที่ติดอาวุธวางอาวุธและกลับบ้านเสีย อดีตทหารพรานทหารรับจ้างทั้งหลายไม่มีทางใดในประเทศและในโลกนี้ ที่รัฐบาลที่มาด้วยความชอบธรรมจะยอมให้กลุ่มติดอาวุธไม่กี่ร้อยกี่พันคน มาล้มล้างสถาบันต่างๆ ของสังคมไทย และการเป็นประชาธิปไตย เป็นการเพ้อฝันว่า กลุ่มติดอาวุธไม่กี่คนจะมีสิทธิทำลายล้างสังคม หรือมาบ่งการประเทศไทยได้ มันมีอีกตั้งหลายสี หลายกลุ่ม หลายฝ่าย เขาไม่มีสิทธิผูกขาดการครองเมืองหรือทำร้ายคนป่วยที่โรงพยาบาล รังแกประชาชนชาวไทย หรือมีสิทธิหยุดรถตรวจกระเป๋า นี้เป็นอันธพาลติดอาวุธที่พยายามคุกคามชีวิตคนทั่วไป” นายกษิต กล่าว
เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องให้ยูเอ็นส่งกองกำลังรักษาสันติภาพเข้ามาในไทย นายกษิต กล่าวว่า เป็นข้อเรียกร้องที่เลอะเทอะ ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มจะอนุญาตให้ยูเอ็นส่งกองกำลังรักษาสันติภาพเข้ามาในไทย เรามีรัฐบาลที่ยังคงบริหารราชการ และเป็นสังคมที่มั่นคง โดยขณะนี้ตนมีโอกาสทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น ประจำประเทศไทย และคณะทูตถาวรไทย ประจำกรุงนิวยอร์ก ก็ได้ชี้แจงกับยูเอ็นที่นิวยอร์ก นอกจากนี้ตนเองได้ทำความเข้าใจกับทางอินโดนีเซีย แล้วจะเดินทางไปยังมาเลเซีย และเวียดนามตามลำดับ เพื่อบอกกับมิตรประเทศทั้งหลายได้เข้าใจถึงสถานการณ์การเมืองไทยที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ยังสั่งการให้เอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทย ทั่วโลก ให้ข้อมูลกับต่างชาติอย่างครบถ้วน ในขณะนี้ มีกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง แทรกแซงในสื่อต่างประเทศ จ้างบริษัทที่ปรึกษา และกล่อมเอ็นจีโอบางแห่ง เพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมไทย มันเป็นสงครามสื่อ
เมื่อถามว่า เสื้อแดงใช้ยุทธการโลกล้อมประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจะแก้เกมอย่างไร นายกษิต กล่าวว่า เราก็สู้ และได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาส่งคนออกไปพูด การสร้างบ่อนทำลาย หรือโกหกมันง่ายกว่า การเอาความจริงไปพูด
เมื่อถามว่า จะเดินทางชี้แจงประเทศในอาเซียนอื่นๆ หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า จะไปชี้แจงเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย เพราะเป็นหน้าที่ของตน ส่วนจะไปชี้แจงครบทุกประเทศในอาเซียนหรือไม่ต้องดูก่อน เพราะบางประเทศก็ฟัง บางประเทศก็ไม่ฟัง รู้ๆ กันอยู่



