
"เมเจอร์ฯ"เดินหน้าลงทุนไม่หวั่นการเมืองฉุดรายได้
เมเจอร์ฯ ลุยลงทุนต่อเนื่องปีนี้ เล็งเปิดสาขาใหม่ตามแผนเดิมอีก 5-6 แห่ง ระบุปิดบริการ 2 สาขากลางเมืองไม่กระทบได้ไตรมาสแรกที่ยังโต 10-15%
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ต้องปิดบริการโรงภาพยนตร์ 2 สาขา คือ สยามพารากอน และบิ๊กซี ราชดำริ โดยลูกค้าออกไปใช้บริการศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์สาขาอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ราชประสงค์หรือศูนย์การค้าในแหล่งชุมชน หรือคอมมูนิตี้ มอลล์ แทน โดยไตรมาสแรกรายได้ยังไม่กระทบมากนักมีการเติบโต 10-15% สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 10%
ส่วนแผนการลงทุนเปิดสาขาใหม่ 5-6 แห่ง มูลค่า 600-700 ล้านบาท ถึงขณะนี้ยังคงเดินตามแผนเดิม รวมถึงปี 2554 ที่จะมีการลงทุนสาขาใหม่ 800-1,000 ล้านบาท ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยโครงการใหญ่คือ อีเกีย ย่านบางนา คาดว่าจะใช้เงินลงทุนถึง 600 ล้านบาท
“ในฐานะนักธุรกิจและเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เราจะวิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า ปัจจัยทางการเมืองที่เกิดขึ้นยังไม่ทำให้บริษัทต้องปรับแผนธุรกิจในปีนี้” นายวิชากล่าวและว่า การบริหารธุรกิจในช่วงนี้เป็นการปรับแผนการทำตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้ในสาขาทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตามมองว่าทิศทางไตรมาส 2 น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% เช่นกัน เพราะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ออกฉายหลายเรื่อง เช่น ไอรอน แมน 2, องค์บาก 3, โรบินฮู้ด, พริ้นซ์ ออฟ เปอร์เซีย เป็นต้น โดยสิ้นปีนี้มั่นใจว่าจะเติบโตตามเป้าหมายเดิม 10-15%



