ข่าว

ลุ้นราคาทองคำพุ่งแตะจุดสูงสุดเดิม

ลุ้นราคาทองคำพุ่งแตะจุดสูงสุดเดิม

03 พ.ค. 2553

ชี้แนวโน้มราคาทองคำพุ่งขึ้น เหตุกองทุนทั่วโลกหันมาถือครองมากขึ้น มองอีก 3 เดือนข้างหน้ามีโอกาสแตะจุดสูงสุดเดิม เผยไตรมาสแรกนำเข้าทองคำพุ่งเกือบเท่าปี 52 ทั้งปี

นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทห้างทองแม่ทองสุก และประธานกรรมการ บริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้า คาดว่าราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 1,227 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากที่เคยราคาสูงสุดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ซึ่งจะทำให้ราคาทองคำในประเทศเพิ่มขึ้นอีกประมาณบาทละ 800 บาทต่อ 1 บาททองคำ เนื่องจากกองทุนต่างๆ ทั่วโลกเริ่มหันมาถือครองทองคำมากขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และช่วยป้องกันความเสี่ยงได้

 "ที่ผ่านมากองทุนต่างๆ จะถือครองทองคำค่อนข้างน้อยเพียง 2-3% แต่ปัจจุบันได้หันมาลงทุนทองคำมากขึ้น ทำให้แนวโน้มราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นและสดใส ซึ่งในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ไทยนำเข้าทองคำเกือบเท่ากับยอดนำเข้าทั้งปี 2552 และแทบไม่มีการส่งออก จากเดิมที่ไทยเคยส่งออกสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีความต้องการในประเทศจำนวนมาก" นายกฤชรัตน์กล่าว

 ส่วนภาพรวมการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำ (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ได้ปรับตัวลดลงตามราคาทองที่ลดลง ทำให้นักลงทุนระยะสั้นเกิดความไม่มั่นใจ และส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายโดยรวมลดลงถึง 40% หรืออยู่ที่วันละ 1,500-2,000 สัญญา จากเดิมที่อยู่ที่วันละ 4,000-5,000 สัญญา ซึ่งในส่วนบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ที่ 14% โดยเป็นอันดับ 1-2 ในกลุ่มร้านค้าทองที่เป็นตัวแทนซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สที่มีทั้งหมด 5 ราย และวางเป้าหมายว่าภายในปีนี้ จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 15%
 นอกจากนี้การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำขนาด 10 บาทต่อสัญญา หรือมินิโกลด์ฟิวเจอร์สนั้น หากไม่มีปัญหาอะไร คาดว่าเริ่มซื้อขาย (เทรด) เป็นครั้งแรกได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ และขณะนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะให้บริการลูกค้า เพราะได้เตรียมระบบและแผนงานต่างๆ มาตั้งแต่กำหนดการเทรดเดิมในเดือนกุมภาพันธ์  โดยเชื่อว่าหากเปิดเทรดจริง จะได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะใช้เงินลงทุนน้อยลง