
สังคมไทย(ยัง)ไม่สูญสิ้น"กุลสตรี"
ท่ามกลางวิกฤติสีเสื้อที่สร้างความมืดมนให้สังคมไทย ทางออกอยู่ไหน?!? ยิ่งคลำหายิ่งเจอกำแพง แต่วิถีชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อ ค่ำวันเดียวกัน (28 เม.ย.) ที่พลทหารถูกยิงอย่างเหี้ยมโหดบนถนนวิภาวดีรังสิต ฟากหนึ่งได้เปิดเวทีเฟ้นหา "กุลสตรีไทย" ในแนวคิด "รู้รักษ์ ศั
งานจัดอย่างเรียบง่าย มี ร.อ.สุริยะ ศึกษากิจ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธานในพิธี พร้อมประกาศชัดว่า เป้าหมายหลักของโครงการก็เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปลูกจิตสำนึกของความเป็นกุลสตรีในหมู่ผู้หญิงไทย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาสังคมอันเกิดจากการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมและประเพณีอันดีงานของไทยได้อีกทางด้วย
นอกจากการคัดเยาวชนสตรีจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 100 คน ให้เหลือ 40 คน และตัดสินผู้ที่เหมาะสมที่สุดรับตำแหน่ง "กุลสตรีไทย" คนแรกประจำปี 2553 แล้ว ไฮไลท์ของานอยู่ที่การมอบรางวัล "9 ยอดกุลสตรีไทย" ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม และเป็นแบบอย่างอันดีงามของหญิงไทยรุ่นหลังได้ยึดเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต ซึ่งประกอบด้วย ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี เซเลบริตี้คนดัง คุณหญิงสุภา กิจจาทร กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก อ.อมินตรา ทินกร ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย
อ.วรรณา กล้วยไม้ ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดดอกไม้และพานพุ่ม ผศ.รุ่งทิพย์ พุ่มดนตรี นักอนุรักษ์ภาษาไทย ผศ.เกศกมล สุขเกษม พญ.นลินี ไพบูลย์ นักธุรกิจหญิง ดร.อริสรา กำธรเจริญ สาวเก่งวงการสื่อสารมวลชน และ แอน ทองประสม นักแสดงเจ้าบทบาท
อ.อมินตรา ซึ่งสืบสานสำรับไทยโบราณมาจากคุณยาย ม.ล.พวง ทินกร กล่าวว่า เสน่ห์ปลายจวักอยู่คู่กุลสตรีไทยมาแต่โบราณ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นสตรียุคไหนต้องเรียนรู้การบ้านการครัว เพราะถ้ามีติดตัวสามีและลูกๆ ก็จะอยากกลับบ้านมารับประทานฝีมือคุณแม่ ก็จะช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นในครอบครัว อย่าบ่นว่าไม่มีเวลา ทำอย่างอื่นได้การครัวก็ต้องทำได้
ด้าน คุณหมอนลินี แห่งกิฟฟารีน ตัวแทนสตรีไทยยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตครอบครัว เผยว่า รางวัลนี้จะเป็นกำลังใจให้ดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังให้สมกับเป็นกุลสตรีไทย ซึ่งส่วนตัวมองว่ากุลสตรีไทยยุคนี้อาจต่างจากยุคก่อนบ้าง ที่เน้นกิริยามารยาท เป็นแม่บ้านแม่เรือน แต่ต้องเป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ประพฤติดี เสียสละ มีจิตสาธารณะ สำคัญต้องรู้จักยอมรับ และเคารพความคิดที่แตกต่าง มีเมตตาธรรม ก็จะช่วยจรรโลงสังคมให้น่าอยู่
ขณะที่ "ปิ๊ก" ปวีณา หงสกุล ผู้หญิงเก่งที่ทำงานเพื่อสิทธิเด็กและสตรี ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินการเฟ้นหากุลสตรีไทย มองว่ากุลสตรีไทยทุกยุคน่าจะมีคุณสมบัติหลักๆ ไม่ต่างกัน ซึ่งทั่วโลกรู้สึกทึ่งและให้การยอมรับ จึงควรรักษาไว้ แต่ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเยาวชนหญิงไทยหลงวัฒนธรรมตะวันตกกันมาก ไม่ค่อยรักนวลสงวนตัว ทำให้เสียเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง
"คงต้องให้เวลา ต้องปลูกฝังการเป็นกุลสตรีไทยตั้งแต่เด็กๆ ค่อยๆ ให้เขาซึมซับ แล้วเขาจะเห็นคุณค่า เริ่มจากที่บ้าน โรงเรียน แล้วมาสู่สังคมใหญ่ ภาครัฐก็ต้องกำหนดเป็นนโยบายว่าจะปลูกฝังเรื่องนี้อย่างไร และไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าทำได้ประเทศไทยก็จะมีกุลสตรีที่รักศักดิ์ศรี ประพฤติตัวอย่างมีคุณค่า ลดปัญหาสังคม ประเทศชาติก็จะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น" นักต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและสตรี กล่าว
งานจบลงท่ามกลางความยินดีกับตำแหน่ง "กุลสตรีไทย" คนแรกของโครงการ ซึ่งได้แก่ "ลูกนัท" วนัสนันท์ จันทร์นิ่ม วัย 23 ปี สาวโบราณคดี จาก ม.ศิลปากร มีความสามารถด้านนาฏศิลป์ไทยและต่างประเทศ ซึ่งชนะใจกรรมการจากความคิดคมคายที่ว่า กุลสตรีไทยพึงมีคุณสมบัติ 3 ประการ คือ งามจากภายใน ภายนอก และเก่งในหน้าที่การงาน



