
ต้องใช้มาตรการกดดัน
ย่างเข้าสู่เดือนใหม่แล้ว สถานการณ์กบฏก่อการร้ายโดยแกนนำมวลชนแดง กลางสี่แยกราชประสงค์ยังแสดงความอหังการ มีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเฉพาะการบุกเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นปรากฏการณ์อันอัปยศในประวัติศาสตร์ 96 ปีของสถาบันซึ่งมีหน้าที่รักษาอาการเจ็บป่วยและป้องกันการเสีย
ความเสียหายต่อประชาชนยังเกิดต่อเนื่อง นอกจากการสะสมอาวุธสงครามร้ายแรง การข่มขู่คุกคามเจ้าของอาคารบริเวณนั้น ทำให้เกิดความหวาดหวั่นว่าจะเกิดอันตรายอย่างร้ายแรง เช่นการเผา หรือระเบิดอาคาร ถ้ากำลังทหาร ตำรวจเข้าปฏิบัติการสลายการชุมนุม ดังนั้น ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ว่าจะยอมรับความเสียหายขณะนี้ หรือรอให้กองกำลังกบฏก่อการร้ายแข็งแกร่งกว่านี้
ผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะบริเวณรอบๆ พื้นที่วิกฤติเท่านั้น จากการสำรวจโดยนิด้าโพลล์เรื่องการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ว่าได้ส่งผลกระทบอย่างไรในการทำงาน ในภาพรวม ร้อยละ 51.4 มีผลกระทบต่อการทำงานของคนไทยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ร้อยละ 60.1 ระบุว่าการชุมนุมมีผลกระทบต่อการทำงาน ภูมิภาคอื่นๆ ก็มีผู้ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผลกระทบของการชุมนุมที่มากที่สุด ที่มีต่อการทำงาน คือ เดินทางไปทำงานไม่สะดวก (ร้อยละ 47.3) สูญเสียรายได้เพราะต้องหยุดงานเป็นช่วงๆ (ร้อยละ 24.0) และความเครียด (ร้อยละ 20.4)
ดังนั้น การชุมนุมไม่ใช่จำกัดผลเสียเฉพาะพื้นที่เท่านั้น แต่ยังนำความเสื่อมต่ออำนาจรัฐ และข้อสงสัยในด้านความสามารถของผู้นำรัฐบาล คณะรัฐมนตรี และผู้นำกองทัพต่างๆ หลังจากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อเกือบ 2 เดือน โดยฝ่ายรัฐ และประชาชนเป็นฝ่ายสูญเสีย แต่ฝ่ายแกนนำมวลชนไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด มีชีวิต ความเป็นอยู่สุขสบาย ไม่มีใครจับกุมหรือทำร้าย เหมือนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งถูกระเบิดหลายครั้ง ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคน
มาตรการที่รัฐบาลสมควรพิจารณาคือการใช้กฎหมายต่างๆ เช่น ให้ ปปง. ยึด อายัดทรัพย์สินของแกนนำ เพราะเข้าข่ายก่อการร้าย กบฏต่อแผ่นดิน ทำให้เกิดความกดดัน การประกาศห้ามออกนอกบ้านกลางคืนสำหรับบริเวณรอบสี่แยกราชประสงค์ เพื่อป้องกันการเสริมกำลังและเสบียง เพิ่มอาวุธ และควรตัดสัญญาณคลื่นโทรศัพท์มือถือ ห้ามการติดต่อระหว่างแกนนำผู้ชุมนุมและผู้สนับสนุนเครือข่าย
เมื่อรัฐบาลพยายามอ้างเหตุต่างๆ เพื่อไม่ให้เข้าสลายการชุมนุม ก็ต้องแสดงให้เห็นมาตรการอื่นที่ทำได้ และได้ผล การปล่อยให้แกนนำและกองกำลังฮึกเหิมตลอดไป ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น และสถานการณ์จะเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ เพราะความลำพองในกำลังและอาวุธของฝ่ายก่อการร้าย ผลสุดท้ายประชาชนจะขาดที่พึ่ง และกลายสภาพเป็นรัฐล้มเหลว บ้านเมืองไร้ขื่อแปในที่สุด



