
ความชอบธรรมจำลอง
นับตั้งแต่อดีตมา การเลือกกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งของแต่ละคนล้วนมีข้ออ้างเข้าข้างตนเองทั้งสิ้น แต่ข้ออ้างดังกล่าวจะฟังขึ้น เป็นเหตุเป็นผลหรือไม่นั้นนอกจากตนเองและพรรคพวกจะเชื่อแล้ว สังคมที่รายล้อมตัวอยู่ ตลอดจนคนที่ตีความในอนาคตข้างหน้าจะคล้อยตามข้ออ้างนั้นหร
ความชอบธรรมตามบริบทในอดีตหลายกรณีอาจดูน่าขันหรือไม่ยอมรับในสมัยนี้ เช่น ราชาในอินเดียเมื่อ 2,000 ปีก่อนปล่อยม้าอุปรากรผ่านดินแดนใครก็ถือว่าชอบธรรมในการยึดบ้านยึดเมืองเขา หรือฝรั่งยุคจักรวรรดินิยมก็ใช้ความชอบธรรมในการล่าอาณานิคมเหมือนกัน ไม่ต้องดูอื่นไกล สหรัฐอ้างว่า ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรักมีอาวุธทำลายล้างสูง ทั้งยังก่อกรรมทำชั่วสารพัดจึงต้องบุกยึดซะ นั่นก็อ้างความชอบธรรม แต่ความชอบธรรมนั้นเป็นความชอบธรรมที่แท้จริงหรือ
ความชอบธรรมก็เหมือนกับความจริง คือไม่แน่ว่าชอบธรรมจริงหรือเปล่า ที่เรายึดถือโดยอ้างว่าทำตามบริบทเสียงส่วนใหญ่ของสังคมหรือทำตามหลักคุณค่ายึดถือของสังคมนั้นล้วนแต่เป็นความชอบธรรมสัมพัทธ์ คืออาจไม่ใช่ความชอบธรรมจริงก็ได้ เช่นเดียวกับที่ข้อเท็จจริงไม่จำเป็นต้องเป็นความจริง
ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายเสื้อแดงในเวลานี้ก็มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมที่เข้าใจกันไปคนละทิศ ขณะที่รัฐบาลยืนกรานว่า ฝ่ายเสื้อแดงทำผิดกฎหมาย ฝ่ายตนจึงมีความชอบธรรมในการสลายการชุมนุมด้วยกำลัง ฝ่ายเสื้อแดงกลับอ้างว่าการชุมนุมของฝ่ายตนต่างหากคือความชอบธรรม เพราะชุมนุมเพื่อประชาธิปไตย การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังอยู่นั้นคือความไม่ชอบธรรม ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีมวลชนหนุนหลัง ผู้นำทั้งสองฝ่ายจึงยิ่งเชื่อมั่นว่าตนมาถูกทางแล้ว มีความชอบธรรมแน่ ๆ โดยบางทีลืมไปว่าสิ่งที่มาหนุนความคิดของตนนั้น บางทีมาจากสิ่งที่ตนเองมองข้ามไป เช่น เล่นปฏิบัติการข่าวสารกันเสียจนย้อนกลับมากล่อมจิตตนเองว่าฝ่ายตนเท่านั้นที่ถูกต้อง อีกฝ่ายผิดเสมอ ความชอบธรรมที่มีนอกจากจะเป็นความชอบธรรมสัมพัทธ์แล้วยังกลายเป็นความชอบธรรมจำลองอีกด้วย
แม้ว่าความชอบธรรมจำลองไม่ใช่ความชอบธรรมที่แท้จริง คนที่ตั้งท่าเอาชนะกันอยู่ในเวลานี้ก็จะไม่มีวันรู้ได้ เพราะต่างยึดเอาความชอบธรรมสัมพัทธ์เฉพาะฝ่ายตัวไว้เต็มคราบแล้ว เลยตั้งหน้ารุกต่อจนกว่าตนเองจะชนะหรือพ่ายแพ้ บางทีการตัดสินว่าใครชอบธรรมกว่าใครอาจต้องให้ประวัติศาสตร์เป็นผู้พิสูจน์ ซึ่งก็ต้องหลังจากความขัดแย้งจบลงแล้ว คนยุคต่อไปตัดสินว่า ใครคือฮิตเลอร์ ใครคือคานธี อย่างไรก็ตาม ผู้ชนะมักเป็นผู้ยืนถูกข้างประวัติศาสตร์เสมอ เพราะเขามีโอกาสในการอยู่รอดมากกว่า



