
แนะผู้ใช้แรงงานคลุกคลีการเมืองมากขึ้น
แนะผู้ใช้แรงงาน คลุกคลีการเมืองมากขึ้น เน้นการเลือกตั้ง-กำหนดนโยบาย คนงาน รับ เคยคิดตั้งพรรคการเมือง แต่ยังเหลว เหตุรวมตัวกันไม่ได้
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่โรงแรมอีสติน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมกับ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนา “ เสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็งทางการเมืองของผู้ใช้แรงงาน ” โดย น.ส. วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธาน คสรท. กล่าวว่า แรงงานทั้งในและนอกระบบเวลานี้มีมากกว่า 35 ล้านคนและส่วนใหญ่ขาดโอกาสทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกหรือการเป็นตัวแทนทางการเมืองนั้นไม่มีกลุ่มแรงงานเข้าไปมีส่วนร่วม จึงทำให้นโยบายของรัฐไม่สามารถใช้ได้จริงกับผู้ใช้แรงงาน จึงอยากให้ผู้ใช้แรงงานเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือการมีส่วนในการกำหนดนโยบายต่างๆของรัฐ แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้เพราะยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งข้อมูล
น.ส.วิไลวรรณ กล่าวอีกว่า การเพิ่มความเข้มแข็งให้ผู้ใช้แรงงานในด้านการมืองนั้น ต้องเริ่มจากการให้ความรู้ในทุกด้านที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง สิทธิ หน้าที่ของตัวเองลำดับแรก และต้องมีการแก้กฎหมายการเลือกตั้ง เพราะทุกวันนี้กลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่มีโอกาสเลือก ส.ส.ในพื้นที่ที่ตนทำงาน ต้องกลับไปลงคะแนนในภูมิลำเนา จึงทำให้ไม่ได้ตัวแทนที่เข้าใจปัญหาของกลุ่มแรงงานอย่างแท้จริง
นาย สุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าววว่า ครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นอีกครั้งของการสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มแรงงานและองค์กรภาคประชาชนสามารถอยู่บนเวทีการเมือง ส่งเสริมการมีคุณธรรมในการเมืองทุกระดับและสร้างค่านิยมที่ถูกต้องเหมาะสม โดยเน้นการสร้างความสมานฉันท์มากกว่าการใช้ความรุนแรง ซึ่งทางสภาพัฒนาการเมืองมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนทัศนะคติทางการเมืองของกลุ่มคนระดับผู้ใช้แรงงานที่มักเข้าใจว่าการเมืองเป็นแค่เพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ไม่ใช่การใช้สิทธิส่วนบุคคล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนกลุ่มนี้ไม่แข็งแรงและถูกชักจูงได้ง่าย
นายสุจิต กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะเริ่มต้นกับผู้ใช้แรงงานก่อนเนื่องจากสามารถใช้เป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน เพราะเป็นองค์กรที่มีพื้นที่และการร่วมกลุ่มที่ชัดเจน จึงสามารถเข้าไปดูแลและทำการรณรงค์ได้ง่าย แต่ภาคประชาชนกลุ่มอื่นๆนั้นยังทำได้ยากเพราะมีการรวมกลุ่มน้อยกว่าและมีขอบข่ายที่ค่อนข้างกว้างทำให้ยากต่อการสร้างความร่วมมือ โดยต่อไปจะเน้นไปยังกลุ่มรัฐวิสาหกิจ เพราะมีกระบวนการทำงานที่มีรูปแบบและเป็นกลุ่มองค์กร และจะขยายสู่ทุกกลุ่มในสังคมต่อไป
รศ.ดร. แล ดิลกวิทยรัตน์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาแรงงานและการจัดการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การออกกฎหมายแรงงานทุกวันนี้ออกมาเพื่อคุมคนงานให้อยู่ในที่ที่เขาคิดว่าควรอยู่และสามารถควบคุมได้ง่าย จึงทำให้การรวมตัวของผู้ใช้แรงงานกลายเป็นคดีอาชญากรรม และมักถูกกลุ่มนายทุนต่อต้าน เคยมีความพยายามที่ส่งตัวแทนของกลุ่มแรงงานเข้าไปอยู่ในพรรคการเมือง เพื่อเป็นตัวกลางในการต่อรองเจรจา แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ เพราะเวลาที่ลงไปอยู่ในพรรคการเมืองเราไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะต้องคอยเกรงใจนายทุนของพรรคการเมืองนั้นนั้น ทางออกที่ที่สามารถทำได้ด้วยกำลังของเราเองคือ การเปิดเวทีเพื่อใช้เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นและศักยภาพของกลุ่มแรงงาน
นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) กล่าวว่า ขณะนี้วงการแรงงานก็คิดที่จะตั้งพรรคการเมืองเพื่อมีส่วนในการกำหนดนโยบายโดยเฉพาะด้านแรงงาน ไม่ให้เสียเปรียบคนกลุ่มอื่นๆโดยเฉพาะพวกนายทุนที่เอาเปรียบ เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน แต่ในเมื่อขบวนการแรงงานยังไม่เข้มแข็งยังไม่มีการรวมตัวประสานกันก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ทำได้เพียงอย่างเดียวคือการต่อสู้นอกสภาแต่ก็ถือว่ายังได้สู้ตามสิทธิที่มีอยู่ได้ดีเช่นกัน



