
ม็อบแดงยืด3เดือนศก.เชียงใหม่วอดทะลุ3พันล้าน
ผู้ว่าฯประเมินหากม็อบแดงยืดเยื้อครบ 3 เดือน เศรษฐกิจเชียงใหม่วอดทะลุ 3,000 ล้าน สั่ง 25 อำเภอแจ้งปชช.ทราบผลกระทบให้เลิกไปชุมนุม
(2พ.ค.) นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการประเมินข้อมูลจากภาคเอกชนเชียงใหม่ในขณะนี้ พบว่า หากการชุมนุมประท้วงทางการเมืองที่กรุงเทพฯ ยังคงยืดเยื้อไปจนครบ 3 เดือน จะกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และจะทำให้รายได้จะหายไปถึง 3,000 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
โดยมีข้อมูลอัตราการจองห้องพักล่วงหน้าในเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2553 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นพบว่ารายได้เข้ามาไม่ถึงร้อยละ15 ของที่ควรจะเป็น ส่วนทางด้านการค้าและการบริการได้รับผลกระทบมีรายได้ต่ำกว่าเป้าคือไม่ถึงร้อยละ10 ขณะที่การลงทุนชะลอตัวร้อยละ 5-10 จึงได้สั่งการไปยังพาณิชย์จังหวัด การค้าภายใน และแรงงานให้ช่วยติดตามธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานว่าจะมีอัตราการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นหรือไม่
นายอมรพันธุ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ช่วยติดตามและชี้แจงประชาชนให้รับทราบถึงผลกระทบของการเข้าร่วมชุมนุม โดยยอมรับว่าสถานการณ์ของจ.เชียงใหม่นั้นเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นและศาลากลางจ.เชียงใหม่ถือเป็นเป้าหมายของการก่อวินาศกรรมเพราะมีการนำยางรถยนต์ขนเข้ามาพยายามก่อเหตุเตรียมเผาแล้ว 2 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่มีการสกัดกั้นและห้ามไว้ได้ทัน จึงแจ้งทุกอำเภอให้เร่งทำความเข้าใจเรื่องผลกระทบดังกล่าวไปยังประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ตระหนักถึงความเสียหายอย่างหนักที่เกิดขึ้นร่วมกัน
เผยครูช่วยยุติขัดแย้งได้ชี้ต้องเป็นแบบที่เป็นกลาง
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต(มสด.) เปิดเผยผลสำรวจ “บทบาทของครูจะช่วยยุติความขัดแย้งในสังคมไทยได้อย่างไร” จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,408 คน ระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2553 ได้ผล 10 อันดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ อันดับ 1 เป็นแบบอย่างที่ดี วางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดร้อยละ 23.49 อันดับ 2 อบรม สั่งสอนให้เด็กรู้จักความรัก ความสามัคคี ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีร้อยละ 13.71 อันดับ 3 จัดกิจกรรมให้เด็กได้มีโอกาสหรือมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยร้อยละ 11.08 อันดับ 4 ครูต้องไม่เข้าร่วมการชุมนุม หรือแสดงความเห็นในเรื่องการเมืองที่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้อยละ 9.67
อันดับ 5 นำตัวอย่างจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นมาสอนเด็ก ชี้ให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียร้อยละ 8.85 อันดับ 6 ช่วยกันสอดส่องดูแลสิ่งไม่ชอบมาพากล ดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนและเด็กร้อยละ 7.98 อันดับ 7 สอนให้เด็กเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ร้อยละ 7.03 อันดับ 8 บรรดาครูทั้งหลายต้องออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงเจตนารมณ์ อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขร้อยละ 6.77 อันดับ 9 ให้ความรู้กับผู้ปกครอง ไม่เข้าร่วมการชุมนุมร้อยละ 6.24 อันดับ 10ต้องอดทนและยอมรับกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นร้อยละ 5.18
เชียงรายจัดกิจกรรมรวมพลังสร้างสันติสุขให้กับประเทศไทย
รศ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กำหนดจัดกิจกรรม รวมพลังสร้างสันติสุขให้กับประเทศไทย ในการประกอบพิธีทางศาสนา อันประกอบด้วยศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์ เป็นต้น เพื่อบวงสรวงดวงพระวิญญาณของบูรพกษัตริย์ไทย รวมตลอดสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อปกปักรักษาจิตใจผู้คนให้สงบ ร่มเย็น นำมาซึ่งความสามัคคีและถวายความจงรักภักดีแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2553 ณ ลานเฉลิมพระเกียรติ หน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตำบลท่าสุด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เริ่มตั้งแต่เวลา 16.30 น.
โดยพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณบูรพกษัตริย์ สักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบวงสรวงดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากนั้น รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ อำนวยการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กระทำพิธีเปิดกรวยดอกไม้ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และถวายเครื่องราชสักการะ
จากนั้นนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้แทนองค์กรศาสนา และ ผู้นำชุมชน จำนวน 107 คน จุดเทียนชัย มีพระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลถาคา ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา ผู้แทนศาสนาอ่านคำถวายราชสดุดี ประธานในพิธีฯ อ่านคำถวายราชสดุดีและคำเฉลิมพระเกียรติฯ ผู้มาร่วมพิธีร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ขอเชิญหน่วยงานรัฐ, เอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรม รวมพลังสร้างสันติสุขให้กับประเทศไทย ในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน



