
วันแรงงานก่อม็อบประท้วงทั่วโลกเกิดปะทะตร.สลาย
เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจในช่วงสุดท้ายของการเดินขบวนประท้วงเนื่องในวันแรงงานเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นในเยอรมนีกับอังกฤษ คนนับแสนต่อต้านกฏหมายผู้อพยพที่สหรัฐฯ เนื่องในวันแรงงานสากล อดีตคอมมิวนิสต์เนปาลกับผู้สนับสนุนกว่าแสน ประกาศนัดหยุ
(2พ.ค.) ที่เมืองไอย์เลสเบอร์รี่ของอังกฤษมี ผู้สนับสนุนกว่า 800 คนของสันนิบาตป้องกันประเทศอังกฤษ หรือ EDL ประท้วงด้วยการขว้างปาเงินเหรียญ ขวดแก้ว ก้านธงพลาสติค และกระป๋องใส่ตำรวจ ขณะที่ตำรวจเปิดเผยว่าได้ทำการจับกุม 12 คน รวมทั้งผู้ประท้วง 8 คนที่มีอาวุธที่ใช้โจมตีได้ในครอบครอง
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา EDL ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็นแนวร่วมต่อต้านสงครามศาสนาหรือ จีฮัด ได้จัดประท้วงในหลายเมืองใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ โบลตัน และดัดเลย์ ซึ่งสมาชิกกลุ่ม" สหภาพต่อต้านลัทธิฟาสซิส" ( Unite Against Fascism) หรือ UAFได้เข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงการต่อต้านสงครามศาสนาด้วย
ส่วนที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี ผู้ประท้วงพากันขว้างปาก้อนหินและขวดใส่เจ้าหน้าที่ผู้ตอบโต้ด้วยสเปรย์พริกไทย และขับไล่ฝูงชนออกไป หลังจากก่อนหน้านี้ ตำรวจได้จับสมาชิกกลุ่มนีโอ นาซี 250 คน ที่พยายามโจมตีตำรวจในย่านดาวทาวน์ของกรุงเบอร์ลิน
โฆษกหญิงของตำรวจเบอร์ลินเปิดเผยว่ามีตำรวจ 7 พันนายกระจายทั่วเมืองหลวงในความพยายามให้การประท้วงเป็นไปโดยสงบ รายงานข่าวระบุว่า การที่กลุ่มซ้ายจัดและขวาจัด ต่างออกมาประท้วง ได้ทำให้วันแรงงานเต็มไปด้วยความรุนแรง ผู้บาดเจ็บและการจับกุม เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ยังมีรายงานตำรวจปะทะกับผู้ประท้วงที่เมืองท่าฮัมบรู๊กด้วย โดยตำรวจใช้น้ำฉีดสลายการชุมนุม หลังจากการปะทะกันเมื่อวันศุกร์มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 17 นาย และผู้ประท้วงอย่างน้อย 9 คนถูกจับหลังปะทะกัน
กลุ่ม DGB ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานของเยอรมนีเปิดเผยว่า มีผู้ประท้วงเกือบ 5 แสนคนเข้าร่วมในการประท้วงรวม 440 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนไล่เลี่ยกับการประท้วงในวันแรงงานของเมื่อปีที่แล้ว
คนนับแสนต่อต้านกฏหมายผู้อพยพที่สหรัฐฯ
ผู้ประท้วงกว่าแสนคนเดินขบวนทั่วสหรัฐฯ ประท้วงต่อต้านกฏหมายผู้อพยพฉบับใหม่ของรัฐอาร์คันซอ ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจทั่วประเทศ โดยมีแผนการประท้วงในมากกว่า 70 เมืองใหญ่ของสหรัฐฯ อันเป็นความเคลื่อนไหวของชาวฮิสปานิค หรือผู้พูดภาษาสเปญที่เรียกร้องให้ยกเลิกกฏหมายดังกล่าว รวมทั้งให้ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าปฏิรูปกฏหมายเกี่ยวกับผู้อพยพโดยรวมของรัฐบาลกลางในทันที
การประท้วงใหญ่สุดมีขึ้นที่นครลอส แองเจลีส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่ามีคนประมาณ 6 หมื่นคนเดินประท้วงในย่านดาวทาวน์ ซึ่งมีคนดังๆ รวมทั้งนักร้องสาวกลอเรีย เอสตาฟานขึ้นกล่าวกับผู้ประท้วงด้วย ซึ่งองค์กรแรงงานต่างๆคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประท้วงประมาณ 100,000 คน และผู้ประท้วงได้รับการสนับสนุนให้โบกธงชาติสหรัฐฯ แทนที่จะเป็นธงชาติประเทศที่ตนจากมา เพื่อยืนยันความจงรักภักดีต่อสหรัฐฯ ขณะที่สาธุคุณโรเจอร์ มาโฮนี่ อาร์คบิชอปแห่งลอส แองเจลีส ร่วมกล่าวต่อผู้ประท้วงด้วย
สาธารณชนทั่วสหรัฐฯพากันไม่พอใจ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แจน บรูเวอร์ ผู้ว่าการรัฐอริโซน่าลงนามในร่างกฏหมายฉบับใหม่ กำหนดให้ผู้รักษากฏหมายสามารถตั้งคำถามเรื่องสถานภาพผู้อพยพของประชาชนได้หากมีข้อสงสัยว่าพวกเขาเข้าประเทศโดยผิดกฏหมาย ซึ่งผู้สนับสนุนกล่าวว่ากฏหมายมีความจำเป็นเพราะรัฐบาลกลางล้มเหลวที่จะป้องกันผู้อพยพตามแนวชายแดน แต่ผู้คัดค้านมองว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและจะนำไปสู่การเหยียดผิว
เพราะมีแนวโน้มมากว่าตำรวจจะสอบถามชาวฮิสปานิคมากที่สุด ผู้จัดงานคาดว่ามีผู้ประท้วง 20,000 คนที่เวสต์ไซต์ของนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ แต่ตำรวจกล่าวว่ามีประมาณ 8000 คน ในขณะที่ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งที่นั่งประท้วงหน้ารั้วของสนามหญ้าทางทิศเหนือของทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดีซี เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโอบาม่าผลักดันการปฏิรูปผู้อพยพโดยรวม
โอบาม่าเคยให้คำมั่นจะทำการปฏิรูปเรื่องนี้ภายใน 100 วันแรกของการทำงาน แต่เลื่อนออกมาหลายรอบแล้ว และเขาแถลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สภาคองเกรสอาจยังไม่ต้องการถกปัญหาผู้อพยพครั้งใหญ่ หลังจากผ่านปีที่ยากลำบากในการออกกฏหมายต่างๆ แต่คาดว่าเขากับสภาคองเกรสอาจพิจารณาประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องในร่างกฏหมายงบประมาณประจำปีนี้
วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นวันแรงงานสากล และตามธรรมเนียมเป็นวันประท้วงทางการเมืองในสหรัฐด้วย โดยเมื่อปี 2549 มีผู้ประท้วงนับล้านคนทั่วประเทศ กว่าครึ่งอยู่ที่นครชิคาโก เพื่อประท้วงกฏหมายของรัฐบาลกลางที่กำหนดให้ผู้อพยพผิดกฏหมายเป็นความผิดอาญาร้ายแรง ทำให้ในที่สุด กฏหมายตกไป
อดีตกบฏเหมาเนปาลกับผู้สนับสนุนกว่าแสนนัดหยุดงาน
อดีตกบฎคอมมิวนิสต์นิยมเหมา และผู้สนับสนันสนุนซึ่งตำรวจศรีลังกาประมาณว่ามีประมาณ 125,000 คน ชุมนุมประท้วงในกรุงกาฏมานฑุของเนปาลเมื่อวันเสาร์ เรียกร้องให้รัฐบาลผสมศรีลังกายุบตัวเองและแทนที่ด้วยรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพวกนิยมเหมา ที่พวกเขาเรียกว่าเป็นรัฐบาลแห่งชาติ และเมื่อถูกรัฐบาลปฏิเสธ นายพุชปา คามาล ดาฮัล ผู้นำกบฏเหมาของพรรคคอมมิวสินิสต์แห่งเนปาล จึงได้ประกาศต่อผู้สนับสนุนที่ส่งเสียงเชียร์ในเมืองหลวงว่า จะประท้วงนัดหยุดงานทั่วไปแบบไม่มีกำหนดนับจากวันอาทิตย์เป็นต้นไป
นายกรัฐมนตรีมาดฮาฟ กูมาร์ได้ออกโทรทัศน์แห่งชาติ ปฏิเสธที่จะลาออก โดยให้เหตุผลว่าเป็นรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นด้วยเสียงสนับสนุนของเสียงส่วนใหญ่ในสภา จึงจะต้องเปลี่ยนด้วยกระบวนการทางรัฐสภาที่ถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้น เขายังได้เรียกร้องให้ฝ่ายนิยมเหมายกเลิกการประท้วงนัดหยุดงาน และเรียกร้องให้มีการแก้วิกฤตการเมืองผ่านทางการเจรจากัน เพื่อเดินหน้าไปสู่การสร้างความเห็นพ้องแห่งชาติแบบเป็นเอกฉันท์ด้วย
ความขัดแย้งนี้สร้างความวิตกว่าจะเกิดการนองเลือดครั้งใหม่ที่เนปาล หลังจากกบฏเหมายุติการก่อการร้ายนานหลายสิบปี ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 13,000 คน และเข้าร่วมกระบวนการสร้างสันติภาพเมื่อปี 2549 กบฏเหมาได้ส่งตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2551 และได้เป็นผู้นำรัฐบาลผสมช่วงสั้นๆ แต่ผู้นำของฝ่ายอดีตกบฏได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังเกิดขัดแย้งกับประธานาธิบดีเรื่องการเสนอปลดผู้บัญชาการทหารบก ทำให้สองสามเดือนนี้ เกิดตึงเครียดทางการเมืองอย่างหนักในเนปาล
ในระหว่างการชุมนุมประท้วงของฝ่ายนิยมเหมาเมื่อวันเสาร์ มีตำรวจปราบจลาจล 15000 คน เฝ้ารักษาการณ์ตามถนนสายต่างๆของเมืองหลวง การสัญจรหยุดชะงัก ร้านค้าและตลาดปิดหมด ขณะที่ผู้ประท้วงตะโกนสโลแกนต้านรัฐบาลและโบกธงแดง แต่ไม่มีความรุนแรงหรือการปะทะกับตำรวจ
คาริน แลนด์เกรน หัวหน้าหน่วยงานรักษาสันติภาพของสหประชาติในเนปาลกล่าวว่า จะเข้าพบบรรดาผู้นำฝ่ายนิยมเหมาเพื่อขอให้แก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติ และให้แน่ใจว่าการประท้วงจะเป็นไปโดยสันติ ขณะที่สถานฑูตสหรัฐฯประจำกาฏมานฑุเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น ในการทำงานเพื่อมุ่งสู่ความเห็นพ้องอย่างเป็นเอกฉันท์ และแก้ปัญหาทางตันนี้
ตำรวจมาเก๊าจับและใช้น้ำฉีดผู้ประท้วงวันแรงงาน
ตำรวจในมาเก๊าของจีน ซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมของโปรตุเกส ใช้น้ำฉีด และสเปรย์พริกไทยเป็นอาวุธต่อต่านผู้ประท้วงเนื่องในวันแรงงานสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม หลังจากผู้ประท้วงพยายามฝ่าออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุมัติสำหรับการประท้วงเนื่องในวันแรงงาน
สถานีวิทยุ RTHK ของฮ่องกงรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 8 คน รวมทั้งช่างภาพ 1 คน ขณะที่ เคเบิ้ลทีวีฮ่องกงแสดงภาพผู้ประท้วงคว่ำด่านกั้นของตำรวจ ตามมาด้วยการที่ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยกับน้ำฉีดเพื่อสลายฝูงชน และมีภาพตำรวจจับกุมผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง



