ข่าว

ดีเอสไอบุกค้นบ้าน5หลังผู้เกี่ยวข้องคดียิงอาร์พีจี

ดีเอสไอบุกค้นบ้าน5หลังผู้เกี่ยวข้องคดียิงอาร์พีจี

01 พ.ค. 2553

ดีเอสไอบุกค้น 5 บ้าน ผู้เกี่ยวข้องคดียิงอาร์พีจี พบหลักฐานเอกสารเกี่ยวข้อง แต่ไม่พบอาวุธร้ายแรง ด้านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ย้ำให้การดูแลผู้ต้องหาตามระเบียบ เชื่อไม่มีเหตุกระทบกระทั่งผู้ต้องขังอื่น

 เมื่อวันที่ 1 พ.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักของผู้ต้องหาในคดีอาร์พีจียิงใส่กระทรวงกลาโหม 2 รายคือ ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม ตำรวจนอกราชการสังกัด สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว และนายศุภณัฐ หุลเวช หรือโก้ (ผู้จัดหารถยนต์) ตลอดจนบ้านพักของผู้เกี่ยวข้องอีก 3 รายคือ นายภาสกร(สมนึก) ศิริรักษ์ , นายวายุภักษ์ โนรี และพ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ว่าได้รับรายงานเบื้องต้นว่าสามารถเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณาได้ อาทิ ซิมการ์ดโทรศัพท์และโทรศัพท์มือถือ ขณะที่การค้นที่พักของนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้รับรายงานว่าพบทั้งส่วนประกอบวัตถุระเบิด กระเดื่องและกระสุนปืนหลากชนิด

 เมื่อถามถึงการสอบปากคำ 3 ผู้เกี่ยวข้องกับคดียิงอาร์พีจี นายธาริต กล่าวว่า มีทั้งส่วนที่ให้การรับและปฏิเสธ เช่นเมื่อถามถึงความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้

 ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึง การตรวจค้นบ้านพักผู้เกี่ยวข้องกับคดียิงจรวดอาร์พีจีทั้ง 5 คนในวันนี้(1 พ.ค.) ว่ายังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อเสนอรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยเบื้องต้นหลักฐานที่เก็บได้มีทั้งเอกสารซื้อขายรถยนต์ที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปมีส่วนกับธุรกิจรับจำนำรถ ตลอดจนพบเอกสารที่พัวพันถึงรถคันที่ใช้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบซิมการ์ดโทรศัพท์เก่า โทรศัพท์มือถือ และเอกสารบัญชีที่ต้องนำไปวิเคราะห์ขยายผลถึงความเกี่ยวข้องในคดีอีกจำนวนหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นไม่พบอาวุธร้ายแรงใดๆ ซุกซ่อนในบ้านพัก

 นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึง การควบคุมตัวส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม และนายศุภณัฐ หุลเวช ผู้ต้องหาคดียิงจรวดอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพว่า เรือนจำจะให้การดูแลตามระเบียบเรือนจำ ซึ่งหลังส่งตัวเข้าแดนแรกรับแล้ว จะขังคู่คดีแยกกัน เบื้องต้นจะแนะนำให้ผู้ต้องขังรู้ถึงวิธีปฏิบัติทั่วไปในเรือนจำ มีการตรวจร่างกายและทำประวัติ โดยไม่ได้มีการสั่งการให้ดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยจะปรับใช้ตามสถานการณ์และความเหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่มีเหตุกระทบกระทั่งระหว่างผู้ต้องขังในเรือนจำ เนื่องจากผู้ต้องขังในเรือนจำไม่มีการแบ่งแยกกัน เพราะเกือบทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดี ส่วนใหญ่จึงคิดแต่การต่อสู้คดีของตัวเองเท่านั้น

 รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในการเข้าตรวจค้นที่พักนายสุภรณ์  อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช. ที่เฟิส อพาร์ทเม้นท์ ห้อง 202 ซ.ลาดพร้าว 71 โดยมีพยานนำค้นที่เกิดเหตุให้การยืนยันว่านายสุพรพักที่ห้องดังกล่าวจริง นอกจากนี้ ยังพบกระเดื่อง และสลักนิรภัย ระเบิดที่ใช้งานแล้วจำนวนหนึ่ง กระสุนปืน 9 มม.ชนิดเจาะเกราะ 40 นัด กระสุนปืน 9 มม.หัวทองแดง 20 นัด ซึ่งจะนำไปเป็นหลักฐานขยายผลต่อไป