
"เสนาะเสนอรัฐบาล-นปช.ต้องถอยเพื่อชาติ
"เสนาะเสนอรัฐบาล-นปช. ต้องถอยเพื่อชาติ ตั้ง กก.ร่วมแก้ปัญหาใน 7 วัน แนะอภิสิทธิ์เสียสละลาออก ติงการดึงสถาบันมาเชื่อมโยงจะทำให้ปัญหาจบไม่ลง ชวนห่วงคดียุบพรรค รับนายกฯขอร้องให้เข้ามาช่วยดูคดี
ที่พรรคประชาราช เมืองทองธานี วันที่ 1 พ.ค.นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและส.ส.เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง จากนั้น นายเสนาะ พร้อมกรรมการ และส.ส.พรรคประชาราชร่วมกัน แถลงข่าวเสนอแนวทางการยุติข้อขัดแย้งของคนในชาติ โดยนายเสนาะ กล่าวว่า การบริหารราชการของรัฐบาล 3 คณะที่มาจากการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. 50 ไม่เป็นที่ยอมรับของคณะบุคคลบางคณะ และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ก็ยังปรากฏว่ารัฐบาลที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาบริหารประเทศ ยังไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางตรงกันข้าม การสะสมความเกลียดชังระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ ความแตกแยกของคนต่างความคิด กลับทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความล้มเหลวในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการบริหารจัดการปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงปัญหาการก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แทบจะไม่ได้รับการแก้ไขในห้วงเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมานี้เลย
ความแตกแยกทางความคิด ความเกลียดชังระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ ในชาติ บัดนี้ ได้พัฒนาไปสู่การใช้อาวุธประหัตประหารกัน ไม่ต่างจากการเกิดสงครามกลางเมือง มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติสุข การใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยการเมืองในแบบปกติรวมถึงการใช้กำลังทหาร-ตำรวจ ที่ติดอาวุธ มาเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหา อาจจะทำให้ปัญหาดังกล่าวยุติลงชั่วขณะเท่านั้น แต่ในระยะยาวแล้ว หากสภาพความแตกแยกของคนในชาติยังคงดำรงอยู่ แม้จะผลัดเปลี่ยนรัฐบาลต่างพรรค ต่างแนวความคิดขึ้นมาบริหารประเทศ สภาพความขัดแย้ง สภาพการต่อสู้โดยใช้กำลัง ก็น่าจะยังคงปรากฏอยู่ และในที่สุดก็จะเป็นเหตุแห่งการล่มสลายของการเป็นชาติ
นายเสนาะ กล่าวต่อว่า พรรคประชาราช จึงเสนอแนวคิดที่จะเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาชาติในเบื้องต้น และจำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วนที่สุดดังนี้ รัฐบาลและกลุ่ม นปช. รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ที่มีความเห็นต่าง จะต้องทำหน้าที่ถอยเพื่อชาติ โดยรัฐบาล ต้องยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยกเลิกพ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน ถอนกำลังทหารและตำรวจออกจากทุกพื้น และกลับเข้าที่ตั้งโดยเร็วที่สุดโดยมีเหตุผลว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง มีกองกำลังทหาร ตำรวจ ติดอาวุธครบมืออยู่ทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกาศว่ามีผู้ก่อการร้ายกลางเมืองหลวง ทำให้ทั่วโลกมองประเทศไทยว่าไม่น่าจะมาทำการค้า ท่องเที่ยวและลงทุนด้วย ทำความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง
สำหรับนปช.ต้องเคลื่อนย้ายการชุมนุมออกไปจากบริเวณสี่แยกราชประสงค์ และหากมีความประสงค์ที่จะชุมนุมต่อไป ในแนวทาง“สงบ สันติ ”อย่างแท้จริง จะต้องไม่เป็นการรบกวนสิทธิและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นสุขของบุคคลอื่นโดยมีเหตุผลว่าเนื่องจากในบริเวณดังกล่าว เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การศึกษา โรงพยาบาล และการคมนาคม หากยืดเยื้อต่อไป จะสร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อส่วนรวม และที่สำคัญ จะเป็นเงื่อนไขในการใช้กำลังของกลุ่ม “ ผู้ไม่ประสงค์ดี ” ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องดำเนินการในทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวโรกาส อภิลักขิตสมัยวันราชาภิเษกครบ 60 ปี ในวันที่ 5 พ.ค. 53 ขอให้ทุกฝ่ายร่วมถวายเป็นราชสักการะและหากเห็นด้วยให้จัดตั้งคณะกรรมการตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง ผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนข้าราชการพลเรือน ผู้แทนจากตำรวจ ผู้แทนจากทหาร ให้เป็นคณะกรรมการร่วมร่างข้อตกลงเพื่อหาข้อยุติภายใน 7 วัน
“ ข้อเสนอนี้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ได้เข้าข้างใคร ผมเอาความจริงมาพูด เพราะเมื่อเสนอหน้าเข้ามารับใช้ประเทศก็ต้องออกมารับผิดชอบ กล้าทำในเรื่องที่ถูกต้อง วันนี้ผมไม่ได้สั่งใคร แต่มาเสนอทางออก ถ้าไม่มีใครทำก็ช่วยไม่ได้ เพราะวันนี้สลายการชุมนุมไปก็ไม่ใช่ข้อยุติ เชื่อว่าการเจรจาโดยมีคนกลางเข้ามาจะช่วย แบบเปิดเผยชื่อว่าจะยุติปัญหาทั้งปวงได้ ” นายเสนาะ กล่าวและว่า พรรคจะแปลแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษส่งถึงทุกสถานฑูตในประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการยุบสภาจะเป็นทางออกได้หรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า การยุบสภาจะไม่ใช่การแก้ปัญหา ตรงกันข้ามจะทำให้ยิ่งฆ่ากัน หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ยอมสียสละลาออกเชื่อว่าจะยุติปัญหาลงได้ เพราะคงรู้ดีแก่ใจว่าอยู่ไปก็บริหารประเทศไม่ได้ ผู้นำประเทศออกไปเขตปริมณฑลยังไม่ได้ แล้วจะอยู่เพื่ออะไรไม่รู้ว่าโดนของหรืออะไรดลใจ พอถามก็อ้างว่าอยู่เพื่อปกป้องสถาบัน พูดถึงเรื่องที่ไม่มีทางจบก็ไปกันใหญ่ คนรุ่นเก่าไม่พูดกันอย่างนี้เรื่องเทิดทูนสถาบันอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคน จะมีใครที่อยากจะเป็น “ ลูกทรพี ” เรื่องล้มล้างสถาบันยิ่งออกมาพูดก็สกีนกันไม่จบ ทั้งนี้หากนายกฯยอมลาออกให้มีคณะกรรมการกลางขึ้นมาหารือว่าจะตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศอย่างไร
ชวนห่วงคดียุบพรรค รับนายกฯขอร้องให้เข้ามาช่วยดูคดี
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่บ้านพัก จ.ตรัง วันนี้ (1 พ.ค.) ขณะใช้เวลาว่างอ่านข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ โดยแสดงความเห็นเพียงเล็กน้อยเกี่ยวการเมืองว่า ขอชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้คดียิงระเบิดอาร์พีจีพลาดจากวัดพระแก้วไปตกใกล้กระทรวงกลาโหม อีกทั้งคดียังมีความเชื่อมโยงกับอดีตแกนนำของพรรคการเมืองหนึ่ง
ส่วนคดีฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น ยอมรับว่าเป็นห่วงอยู่เช่นกัน แต่ไม่ได้รู้รายละเอียดมาตั้งแต่ต้นว่าเป็นมาอย่างไร จึงต้องมานั่งดูข้อเท็จจริงกันใหม่ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีได้ขอร้องตน จึงต้องมาดูให้ พร้อมกันนี้ขอฝากถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองทัพบกช่วยดูแลความเป็นอยู่ ของเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงการชุมนุมที่ กทม. เพราะส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และจากการไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจตำรวจ-ทหารที่ผ่านมามักจะวอนขอในเรื่องนี้ ถึงแม้จะมีเบี้ยเลี้ยง แต่ที่พักค่อนข้างจำกัด



