ข่าว

พระเทพฯทูลเชิญสังฆราชประทับศิริราช

พระเทพฯทูลเชิญสังฆราชประทับศิริราช

01 พ.ค. 2553

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยี่ยมพระสังฆราชที่รพ.จุฬาฯ รับสั่งเชิญไปประทับที่ศิริราช พร้อมทรงห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์ ทรงย้ำให้ติดตามอาการของผู้ป่วยที่ย้ายออกอย่างใกล้ชิด ขณะที่ ผอ.จุฬาฯ เตรียมประสานศิริราชถวายการรักษา เผยจำเป็นย้ายผ

วันที่ 1 พฤษภาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยัง รพ.จุฬาลงกรณ์ เพื่อทรงเยี่ยมสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ประทับรักษาพระอาการอาพาธ พร้อมมีพระราชกระแสรับสั่งให้แพทย์ย้ายสมเด็จพระสังฆราชไปประทับที่ รพ.ศิริราช นอกจากนี้ยังพระราชทานกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในโรงพยาบาล และมีพระราชปฏิสันถารกับญาติผู้ป่วย ก่อนจะเสด็จฯ กลับในเวลาประมาณ 14.50 น.

 ด้านนางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ทราบว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมสมเด็จพระสังฆราช ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ ทั้งนี้ พศ.ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลพระอาการและสนองงานของสมเด็จพระสังฆราชอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์การชุมนุมขึ้น พศ.จึงได้ประสานกับหน่วยงานทุกฝ่ายให้ดูแลและสนองงานของสมเด็จพระสังฆราชให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

ทูลเชิญ"สังฆราช"ประทับที่ศิริราช

 ด้าน นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการ รพ.จุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์ และมีพระราชกระแสรับสั่งให้ติดตามอาการของผู้ป่วยที่ย้ายออกจากโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันโปรดให้ทูลเชิญสมเด็จพระสังฆราชเสด็จไปประทับรักษาพระอาการอาพาธที่ รพ.ศิริราช ซึ่งคณะสงฆ์เห็นด้วยเพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจแก่ผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนให้ทำงานอย่างเต็มที่

 นพ.อดิศร กล่าวต่อว่า รพ.จุฬาลงกรณ์ได้ทูลเชิญสมเด็จพระสังฆราชเสด็จไปประทับรักษาพระอาการ รพ.ศิริราช ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเคลื่อนย้าย หลังจากประสานไปยัง นพ.ธีระวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย จากนี้ไปจะเป็นการถวายการรักษาร่วมกัน โดย รพ.จุฬาฯ จะส่งทีมแพทย์ชุดที่ถวายการรักษาไปร่วมด้วย 
ยันไม่มีผู้ป่วยในรพ.แล้ว

 ส่วนการทำงานของโรงพยาบาลในขณะนี้เหลือเพียงแพทย์เวร และพยาบาลประจำห้องฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในทั้งหมดออกจากโรงพยาบาลแล้ว โดยผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับการรักษาต่อได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่นแทน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และบุคลากรเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทั้งหมด ก่อนหน้านี้มีการย้ายผู้ป่วยจากอาคาร สก และ ภปร มาไว้ที่อาคารด้านหลังติดถนนอังรีดูนังต์ ซึ่งคิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว แต่หลังจากคืนที่ นปช.กว่า 100 คนเข้าบุกและขอตรวจค้นอาคาร สก ทำให้ทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่เกิดความกลัว และไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์ ดังนั้นผู้บริหารจึงได้ประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง และเห็นควรให้ย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลทั้งหมด

 "ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยพักอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว ทางโรงพยาบาลต้องขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถให้บริการทางการแพทย์ได้ และขอขอบคุณในกำลังใจที่ประชาชนทุกคนมอบให้แก่แพทย์พยาบาลของ รพ.จุฬาลงกรณ์" นพ.อดิศร กล่าว

เผย รพ.เปิดบริการกรณีฉุกเฉิน

 นพ.อดิศร กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะไม่มีผู้ป่วยในแล้ว แต่ทาง รพ.จุฬาลงกรณ์ยังเปิดให้บริการอยู่ โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่แผนกฉุกเฉิน ตึกจงกลนี ที่ย้ายมาจากแผนกฉุกเฉินด้านหน้าฝั่งถนนราชดำริ โดยจะเปิดทำการตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงเวลา 16.00 น.

 “เรายังไม่ได้ปิดโรงพยาบาล ยังเปิดให้บริการอยู่ เพียงแต่ต้องปรับแผนตามสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่” ผู้อำนวยการ รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าว

 ด้าน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทางกรมการแพทย์ยินดีที่จะรับส่งต่อผู้ป่วยใน จาก รพ.จุฬาลงกรณ์อย่างเต็มที่ คาดว่าโรงพยาบาลในสังกัดสามารถรับผู้ป่วยได้ประมาณ 100-200 ราย หากได้รับการประสานมาก็พร้อมที่จะประสานไปยังโรงพยาบาลในสังกัด อย่างไรก็ตามการย้ายผู้ป่วยมิใช่เรื่องง่าย เพราะขึ้นอยู่กับความหนัก-เบาของโรคที่เป็น และต้องดูด้วยว่าแต่ละโรงพยาบาลที่จะย้ายไปนั้นมีความพร้อมหรือไม่

จุฬาฯโกลาหล-หมอ-พยาบาลสุดทน

 ส่วนบรรยากาศที่ รพ.จุฬาฯ ในช่วงเช้า ยังมีผู้ป่วยทยอยเดินทางมารับการรักษาและเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่จึงให้คำแนะนำและจัดตารางเวลานัดใหม่ให้ พร้อมแนะนำให้ไปใช้บริการโรงพยาบาลใกล้เคียงและปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีรถพยาบาลจากโรงพยาบาลต่างๆ เช่น รพ.พญาไท รพ.เซนต์หลุยส์ รพ.โชคชัย4 ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยและญาติมีความประสงค์ที่จะย้ายออกไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน และขณะนี้ ตึก ภปร และ สก ไม่มีผู้ป่วยพักรักษาตัวแต่อย่างใด 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว พยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกลุ่มหนึ่ง ประมาณสิบกว่าคน ได้รวมตัวกันถือป้ายแสดงเจตนารมณ์ อาทิ "รพ.จุฬาฯ เป็นของสภากาชาดไทย ไม่ได้แบ่งแยกแบ่งฝ่ายแบ่งสีแต่อย่างใด" ทั้งหมดพากันเดินร้องเพลงพระราชนิพนธ์ "อันความกรุณาปรานี" เดินไปตามทางเดินภายในโรงพยาบาล หลายคนร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับสถานพยาบาลที่เป็นของสภากาชาดแท้ๆ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลืออะไรได้เลย คล้ายกับบ้านเมืองนี้ไม่มีกฎหมาย เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปเสียแล้วพยาบาลคนหนึ่ง กล่าวว่า แม้แต่ในยามสงครามโรงพยาบาลก็ยังไม่เคยถูกคุกคามเหมือนตอนนี้

 นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย แถลงว่า รพ.จุฬาลงกรณ์ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสภากาชาด ซึ่งเรายึดหลักการกาชาด คือ 1.มนุษยธรรม 2.ความไม่ลำเอียง 3.ความเป็นกลาง และ 4.ความเป็นอิสระ เราดูแลช่วยชีวิตมนุษยชาติและเป็นที่พึ่งของผู้ยากไร้ นอกจากนั้น สภากาชาด ยังมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นองค์สภานายิกาของสภากาชาดไทย และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นอุปนายิกา และผู้อำนวยการสภากาชาดไทย 

หมอร่วมออกแถลงการณ์ประณาม

 วันเดียวกัน นพ.เกรียง ตั้งสง่า ออกแถลงการณ์โดย กลุ่มแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์จาก โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และโรงเรียนแพทย์ ระบุว่า สืบเนื่องจากได้มีกลุ่มชุมนุมคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งบุกรุกเข้าไปใน รพ.จุฬาลงกรณ์ และได้เข้าไปในอาคารหอผู้ป่วยของโรงพยาบาล โดยอ้างว่า ต้องการเข้าไปตรวจค้นว่ามีทหารซุกซ่อนอยู่หรือไม่ เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกต่อผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งในประเทศไทย และในอารยประเทศอื่นทั่วโลก

 ทั้งนี้ กลุ่มบุคลากรด้านการสาธารณสุข ขอชี้แจงต่อประชาชนทุกฝ่ายว่า 1.ตามกติกาสากลที่ทุกประเทศยึดถือนั้น กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ให้การรักษาพยาบาล ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยทุกรายโดยไม่เลือกสถานภาพของผู้ป่วยอยู่แล้ว แม้จะมีความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง 2.ผู้ป่วย และผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ ตลอดจนสถานที่โรงพยาบาล สมควรได้รับสิทธิยกเว้นจากทุกฝ่ายให้อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ไม่สมควรได้รับการแทรกแซง หรือการเข้ามายุ่งเกี่ยว หรือกระทำการใดๆ อันจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานตามหน้าที่ เพราะอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ป่วยได้ ขอวิงวอนให้ทุกฝ่าย เคารพกติกา กฎระเบียบของบ้านเมือง และขอให้ทุกฝ่ายมีสติ มีศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรม อยู่ในใจของตนเอง เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองต่อไป

จวกเสื้อแดงบุกรพ.จุฬาไม่เหมาะสม

 ขณะที่ นางกุลดา พฤติวรรธน์ ประธานชมรมพยาบาลควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำกลุ่มคนเสื้อแดงบุก รพ.จุฬาฯ ส่งผลให้ต้องมีการขนย้ายผู้ป่วยออกเกือบหมดเพื่อความปลอดภัย การกระทำของคนเสื้อแดงไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก ตามข้อตกลงของสากลทั่วโลกถือว่าโรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นสถานที่ยกเว้นทั้งในยามปกติและในยามสงครามที่ไม่ควรก่อความไม่สงบ หรือนำมาเป็นตัวประกันในการต่อรองเจรจา ทั้งนี้ บุคลากรของโรงพยาบาลทุกคนปฏิบัติหน้าที่ให้การรักษาผู้ป่วยทุกคนโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นสีใด เป็นใคร ให้การรักษาทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

 "การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงาน แพทย์ พยาบาล และที่สำคัญผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ได้รับผลกระทบกันหมด การที่โรงพยาบาลต้องขนย้ายผู้ป่วยเพื่อไปรักษาต่อตามโรงพยาบาลต่างๆ ต้องเกิดค่าใช้จ่ายขึ้น ทำให้ญาติต้องแบกรับภาระ นอกจากนี้ยังมีสภาพจิตใจ ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นทั้งในผู้ป่วยและญาติ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น" ประธานชมรมพยาบาลฯ กล่าว