
สุเทพสั่งบช.น.เคลียร์ทางเข้า-ออกรพ.จุฬาฯ
สุเทพเสียใจเหตุนปช.บุกค้นรพ.จุฬาแจง"เคยขออนุญาต ผู้บริหารรพ.นำจนท.ไปคุ้มครองนอกบริเวณอาคาร แต่ได้รับคำตอบว่าเป็นเซฟตี้โซนเผยปชช.โกรธแค้นโทรศัพท์มาต่อว่าสลดใจภาพเคลื่อนย้าย ผู้ป่วย ไปโรงพยาบาลอื่น หวั่น ผู้ป่วยบางคนได้รับความกระทบกระเทือนจากกา
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) แถลงข่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้บุกไปตรวจค้นโดยอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหลบซ่อนอยู่ ว่า ในช่วงแรกเมื่อเราเห็นอาการของคนเสื้อแดง พยายามสร้างบังเกอร์ปิดล้อมที่ศาลาแดง เกรงว่ากระทบต่อผู้ป่วยโรงพยาบาลและขออนุญาตให้เอาเจ้าหน้าที่เข้าไปคุ้มครองดูแลไม่ได้ตั้งใจเข้าไปในอาคาร ตั้งใจจะดูแลอยู่ภายนอกอาคาร เพราะมีญาติของผู้ป่วยโทรศัพท์เข้ามามาก แต่ฝ่ายผู้บริหารเกรงว่าจะมีการอ้างว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะขอเข้าไปด้วย อ้างว่าเป็นเซฟตี้โซน ตนก็ไม่ได้มีความรู้ แต่ถามใครต่อใครว่า ในภาวะสงครามทั้งสองฝ่ายก็ต้องตกลงว่า ใครเข้าไปไม่ได้ แต่นี่ไม่ได้เกิดสงครามอย่างนั้น
ตนยืนยันโดยตลอดว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ต้องให้ความปลอดภัยในชีวิตประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ในโรงพยาบาลหรือไม่ก็ตาม แต่ด้วยความเคารพในการตัดสินใจของผู้บริหารโรงพยาบาล ในที่สุดก็ปรากฏชัดเจนว่ากลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ได้คำนึงว่าที่นั่นคือโรงพยาบาล เป็นสถานที่รักษาผู้บาดเจ็บล้มป่วย บุกรุกเข้าไปตรวจค้นทุกห้องพัก สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ป่วย ประชาชนโกรธเคืองโทรศัพท์มาต่อว่ากับตน ตนเข้าใจความโกรธของประชาชน และขอแสดงความเสียใจว่า เราพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด วานนี้ได้ประสานกับ ตำรวจนครบาลให้รื้อบังเกอร์ทั้งหลายออกไปให้หมดให้ประชาชนเข้ารักษาใช้บริการที่รพ.จุฬาฯได้แต่ทำได้พักเดียว กลุ่มคนเสื้อแดงก็รื้อมาปิดใหม่
“เป็นที่น่าเศร้าสลดใจมากที่เห็นภาพการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลจุฬาฯเพื่อไปโรงพยาบาลอื่น ผู้ป่วยบางคนได้รับความกระทบกระเทือนจากการเคลื่อนย้าย ทราบว่ามีผู้ป่วยรายหนึ่งหัวใจหยุดเต้น ยังไม่รู้สึกตัว ที่น่าสลดใจที่สุดสำหรับพุทธศาสนิกประชาชนชาวไทย คือ สมเด็จพระสังฆราช ทรงประชวร และรักษาตัวที่นั่น และทรงถูกย้ายห้องพักเหมือนกัน คนไทยถือว่าสลดและโกรธเคืองเรื่องนี้กันมาก”รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงกล่าว
ตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ได้สั่งการไปยังผบช.น.ว่าต้องดำเนินการเปิดทางเข้า - ออก รพ.จุฬาให้ได้เพื่อให้สามารถเข้ารับรักษาตัวได้ ต้องวางกำลังคุ้มครองให้ความปลอดภัยกับประชาชน หมอ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ถ้าโรงพยาบาล และผู้บริหารไม่ให้เข้าต้องอยู่นอกรั้วและต้องทำให้มั่นใจให้ได้ว่ารพ.จุฬาฯต้องปลอดภัย
“ถ้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้ ผมจะพิจารณาโทษตามลำดับนั้น เพราะผมถือว่าได้สูญเสียความรับผิดชอบในการดูแลรักษาความปลอดภัย คุ้มครองคนป่วยที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ผมจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่หย่อนยานอย่างนี้อีกต่อไป ขอให้ประชาชนอดทนอีกสักนิดครับ ผมจะดูผลการปฏิบัติงานของบช.น.ในวันนี้ ถ้าตำรวจยังกลัวผู้ร้ายอยู่ก็ต้องไปทำอาชีพอย่างอื่น เป็นตำรวจไม่ได้แล้ว ที่ทำอย่างนี้ไม่ได้สั่งการโดยลุแก่อำนาจ แต่ด้วยความเศร้าใจเห็นใจประชาชนจริง ๆ ใครจะไปคิดว่าคนที่อยู่ในโรงพยาบาลจะต้องพึ่งหมอ ช่วยเยียวยารักษาชีวิต กลับต้องมาเผชิญกับคนร้ายเข้ามาคุกคามซ้ำเติมกระบวนการในการรักษาพยาบาล ประชาชนหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมขอวิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนได้สวมหัวใจผู้รักษากฎหมาย ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ปกป้องประชาชน อย่าไปคิดว่าตัวเองชอบไม่ชอบอย่างไร ถ้ามีแต่โล่ กระบองไม่พอ ต้องติดอาวุธเพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชนวันนี้ผมสั่งไปชัดเจน ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วไป ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดโทษตั้งแต่ บช.น .1 -9 หรือเฉพาะผบช.น. รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เอาเป็นว่าถ้าตำรวจนครบาลไม่สามารถคุ้มครองประชาชนที่รพ.จุฬาฯ ได้ ตนจะพิจารณาเรื่องใหญ่ ตนจะดูทุกคน บอกให้เขาทำงานกันเป็นทีม เขาต้องรับผิดชอบด้วยกัน ตนคงไม่ให้เวลาเป็นชั่วโมง เป็นนาทีหรอก แต่สั่งการต้องทำให้ได้ ซึ่งตนจะสรุปให้ทราบว่าเขาทำได้หรือไม่ได้ ตนได้สั่งการไปเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา เป็นเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำ หรือทำไม่ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า เขาอาจจะทำแล้วลำบาก แต่ต้องคิดแก้ไข ปรับปรุง อุปสรรคมีต้องแก้ไข ประชาชนเห็นชัดว่าเราได้ทุ่มเทชีวิตและจิตใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ตนผ่อนปรนมามากแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าทำไม่ได้อาจถึงขั้นปลดรักษาการผบ.ตร. หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า อย่าเพิ่งถามไปอย่างนั้นเลย ตกลงกันแล้ว พวกตนสั่งการไปอย่างนี้แล้ว และประกาศให้คนทั้งประเทศทราบ แล้วถ้าเขายังทำไม่ได้อีก ก็เป็นภาระหน้าที่ของตนจะแก้ไขสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ต้องดูกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดอาวุธได้ จะเกิดสถานการณ์กดดันและเกิดความเสียหายจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนมาเป็นผอ.ศอฉ.ไม่มีเจตนาจะไปทำร้ายประชาชนบอกเจ้าหน้าที่ไม่ให้พกพาอาวุธ ให้ใช้เฉพาะโล่ กระบอง แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำตามมาตรฐานสากลทุกอย่าง แต่เมื่อเป็นอย่างนี้เจ้าหน้าที่ก็บาดเจ็บล้มตาย เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงมีกองกำลังผู้ก่อการร้ายสนับสนุน เจ้าหน้าที่คงมีปัญหา เมื่อเหตุการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมจึงจำเป็นต้องปกปักษ์รักษาชีวิตความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เป็นลูกหลานประชาชนเหมือนกัน จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สามารถติดอาวุธ ดูแลตัวเองได้ ถ้าไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลคนป่วย หมอ และให้โรงพยาบาลสามารถทำงานต่อไป แล้วถูกคนร้ายคุกคามด้วยอาวุธ ประทุษร้ายต่อชีวิต เจ้าหน้าที่มีสิทธิใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัวเองได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการนำกำลังตำรวจ 4 กองร้อย เข้าไปรักษารพ.จุฬาฯใช่หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเข้าไปเท่าไหร่ ถ้า 4 กองร้อยไม่พอก็ต้องเอาเข้าไป 40 กองร้อย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดต่าง ๆ เข้ามาช่วยอีกหลายกองร้อย ตนต้องมีกำลังพอ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศด้วยจิตใจ วิญญาณ เขาตั้งใจที่จะดูแลพิทักษ์รักษาประชาชน ตอนนี้กำลังน้อยเสียเปรียบก็ต้องเพิ่มกำลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องชี้แจงกับต่างประเทศด้วยหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรง นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าสื่อต่างประเทศ ไม่มีประเทศไหนในโลกเขาจะมาคุกคามคนป่วย เห็นภาพหรือไม่ว่าเข็ญเตียงออกมาทุลักทุเล หัวใจหยุดเต้นไปกลางทาง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแผนการสลายการชุมนุมบ้างหรือไม่ ถึงขั้นเด็ดหัวแกนนำ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “ อย่าใช้ความรุนแรงขนาดนั้น แกนนำทุกคนที่ออกหมายจับไว้แล้ว ผมจะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้ ผู้ก่อการร้ายทุกคนที่ร่วมกับแกนนำ ต้องค่อย ๆ แคะออกมา ชื่ออะไร หน้าตาเป็นอะไร ออกหมายจับดำเนินคดีให้ได้ ผมไม่คิดจะไปเด็ดหัวใคร ต้องเอาพวกนี้มาดำเนินคดีให้ได้ เราสู้ด้วยกฎหมาย ” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของประชาชนขณะนี้ก็ฝนตกเป็นหวัด 2009 มีคุณหมอพูด เตือนประชาชนว่า ท่านมาแสดงบทบาทเรียกร้องต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว ถ้าต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐบาลได้ยินชัดเจน นายกฯ ทำงานงานมาเป็นเดือน ขอให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ใจอย่างนี้ วันนี้กลับบ้านเถิด นายกฯจะแก้ไขปัญหาประชาชน ขออย่าอยู่ในบริเวณผู้ชุมนุมเป็นโล่ให้แกนนำ ที่ใช้ประชาชนเป็นโล่ให้มนุษย์ มีทั้งเด็ก ผู้หญิงเกณฑ์หน้าเวที ตนเชื่อว่าคนเหล่านี้อำมหิต ถึงเวลาเขาอาจทำร้ายเด็ก ผู้หญิงแล้วโยนความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเอาเหตุนี้ไปขยายสถานการณ์ลุกลามใหญ่โตขึ้น โปรดให้ประชาชนตั้งใจใคร่ครวญให้ดีว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงประชวรอยู่ก็ยังเข้าไปรังควาญถึงที่ เขายิงอาร์พีจีเพื่อถล่มวัดพระแก้ว คิดดูว่าเขาเป็นคนดีไม่ดีอย่างไร ฉะนั้นขอให้ประชาชนแยกตัวออกจากคนร้ายเถิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มที่



