
ศอฉ.เปิดคลิปโชว์แจงพลทหารถูกชุดดำซุ่มยิงดับ
ศอฉ.แถลงโชว์คลิปยันทหารไม่ได้ยิงกันเองตาย อ้างมีผู้ก่อการร้ายแอบยิงจากฝั่งขวา สงสัยชายชุดดำถือปืน โพกผ้าแดงจากเกาะกลางวิภาวดียิง แพทย์พระมงกุฎเชื่อไม่ใช่เอ็ม 16 เหตุไม่มีร่องรอยกระสุน-คราบเขม่า เสื้อแดงพิจิตรเจอเบี้ยว-วอนพากลับบ้าน
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 30 เม.ย. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ขณะปฏิบัติที่บริเวณอนุสรณ์สถานเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ช่วงปฏิบัติภารกิจป้องกันไม่ให้เสื้อแดงเดินทางไปตลาดไท เพื่อสร้างความวุ่นวายสับสน เราจึงได้มีการสนธิกำลังทหารตำรวจตั้งด่านสกัดแข็งแรงเมื่อช่วงสองวันที่ผ่านมา ซึ่งหลังปฏิบัติภารกิจมีพลทหารท่านหนึ่งเสียชีวิต โดยสังคมมีความเห็นว่า เกิดจากความผิดพลาด ถูกเจ้าหน้าที่ยิงกันเอง ซึ่งเราขอเรียนให้ทราบว่า ต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวน ผ่าพิสูจน์ศพ ซึ่งวันนี้มีภาพบางส่วนมาชี้แจงให้เข้าใจกัน จากนั้นพ.อ.สรรเสริญ ได้เปิดภาพวิดิโอวันเกิดเหตุมาให้สื่อมวลชนรับชม
พ.อ.สรรเสริญ บรรยายภาพวันเกิดเหตุว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นบริเวณถนนวิภาวดีขาออก แถวหน้าเป็นแถวตำรวจ จะเห็นได้ว่า คนนั่งซ้อนท้ายหัวพุ่งลง แสดงว่า โดนกระสุนยิงมาจากฝั่งขวา ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า เป็นไปไม่ได้ที่ทหารจากกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.ม.1) ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายจะเป็นคนยิง ซึ่งจะเห็นว่า เ ป็นการแอบยิงมาจากผู้แอบยิงจากทางด้านฝั่งขวา และบริเวณเกาะกลางจะเห็นว่า มีคนก่อการร้ายถืออาวุธปืนอยู่ ใส่ชุดดำ และโพกผ้าแดงอยู่ด้วย ซึ่งเบื้องต้นเป็นการสันนิษฐานมาจาก ศอฉ. ดังนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน อย่าเพิ่งด่วนสรุป ส่วนกำหนดพิธีรดน้ำศพ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ จะมีขึ้นในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ที่วัดพระศรีมหาธาตุ
พ.อ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุโรงพยาบาลพระมงกุฎ กล่าวว่า จากที่เราได้ตรวจพบศพพลทหารพบว่า มีรอยรูกระสุนเข้าหางคิ้วซ้าย ต่อไปถึงขมับ แต่กระสุนเข้าข้างใน จากวิถีกระสุนทำให้กะโหลกแตกเป็นรอยกว้าง ทำลายเนื้อสมองด้านหน้าอย่างมา ทำให้เสียชีวิตทันที เนื้อสมองมีสะเก็ดกระจายอยู่ ซึ่งอาวุธที่ใช้ในการยิงร้ายแรงมาก สันนิษฐานว่า ไม่น่าใช่กระสุนปืนเอ็ม 16 เพราะการยิงกะโหลกทำให้สมองกระจายด้วยกระสุนนัดเดียว และเป็นการยิงจากระยะไกล ไม่มีรอยเขม่า จะเห็นว่า มีเพียงเศษวัสดุทองแดงตะกั่ว หากเป็นกระสุนปืนเอ็ม 16 จะมีร่องรอยกระสุน ส่วนจะเป็นอาวุธชนิดไหนคงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบอีกครั้ง
เสื้อแดงพิจิตรเจอเบี้ยว-วอนพากลับบ้าน
ส่วนที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ นายเกริกเกียรติ กุลธนบดี ชาว จ.พิจิตร มาที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าเป็นผู้ชุมนุมที่เดินทางมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ แต่อยากจะกลับบ้าน จึงมาขอความช่วยเหลือให้ช่วยส่งกลับบ้านเกิดที่ จ.พิจิตร
นายเกริกเกียรติ เล่าว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่บ้านที่เคยให้ความช่วยเหลือมาขอร้องให้ช่วยเดินทางมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน โดยสัญญาจะให้เงินวันละ 200-300 บาท เป็นค่าตอบแทน จึงตัดสินใจมาชุมนุม แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว จึงอยากจะกลับบ้าน ซึ่งเดิมจะเดินทางกลับโดยรถไฟฟรี เพราะได้รวบรวมเงินกับเพื่อนแล้ว แต่ยังไม่พอที่จะเป็นค่าเดินทางกลับ และรถไฟฟรีที่จะเดินทางกลับ จ.พิจิตร ในช่วงกลางคืนก็ไม่มี จึงตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือจากพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนสาเหตุที่ต้องเดินทางกลับเฉพาะช่วงกลางคืนนั้น นายเกริกเกียรติ กล่าวว่า กลุ่มของตนที่เดินทางมาพร้อมกันและอยากจะกลับบ้านมีทั้งหมด 25 คน โดยมี 18 คนถูกยึดบัตรประชาชนไว้ รวมทั้งในการชุมนุมจะมีการเช็กชื่อผู้ชุมนุมในเวลา 18.00 น. จึงต้องอาศัยช่วงเวลากลางคืนเดินทางกลับ เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ต่อโทรศัพท์ให้นายเกริกเกียรติพูดคุยกับนายนราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่าเป็นคน จ.พิจิตร จริงหรือไม่ ก่อนจะติดต่อเพื่อช่วยเหลือต่อไป



