ข่าว

ไม่สู้ ก็ต้องแพ้

ไม่สู้ ก็ต้องแพ้

19 มี.ค. 2552

สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ให้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในโลกนี้ โดยมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ หรือที่เรียกกันเสียสวยหรูว่า

 “ห่วงโซ่อุตสาหกรรม” นั้น ต่างก็ออกอาการหกคะเมนล้มคว่ำไม่เป็นท่าไปทั้งระบบตามอุตสาหกรรมยานยนต์ไปด้วย

 ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงเช่นกัน ได้แก่ ผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ เพราะหากคิดกันตามสูตรที่ว่ารถยนต์หนึ่งคันต้องมียางติดรถออกมาจากโรงงานไม่น้อยกว่าห้าเส้น และหากจำนวนการผลิตรถยนต์สำหรับจำหน่ายในประเทศลดลงไปหนึ่งแสนห้าหมื่นคัน ก็เท่ากับว่ายอดจำหน่ายยางรถยนต์ต้องลดน้อยลงไม่น้อยกว่าเจ็ดแสนห้าหมื่นเส้นในปีนี้

 ด้วยยอดการจำหน่ายในระบบ OEM หรือในระบบขายส่งสู่ผู้ผลิตโดยตรง ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องหาทางจำหน่ายในตลาดยางทดแทนให้มากขึ้น เพื่อจะได้ลดการผลิตลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ อันหมายถึงผลกระทบต่อแรงงานในระบบจะถูกกระทบน้อยลงตามไปด้วย

 ในสภาวะตลาดปกติผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ทั้งหลาย จะไปโหมทำการตลาดทั้งด้วยวิธีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์กันหนักๆ ในช่วงฤดูฝน โดยทำให้ผู้ใช้รถเกิดความรู้สึกว่ายางที่มีการสึกหรอของดอกยางมาก จะเหลือประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนน้อยลง ดังนั้น จึงควรต้องเร่งเปลี่ยนยางในช่วงฤดูฝนจะเป็นการดีที่สุด ซึ่งก็ดูท่าว่าจะได้ผลอยู่ไม่น้อย เพราะตัวเลขการจำหน่ายยางรถยนต์ในประเทศไทยช่วงฤดูฝน มีอัตราการเติบโตที่น่าพึงพอใจในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี     

 แต่ปีนี้เมื่ออยู่ในภาวะที่ต้องเร่งเพิ่มยอดการจำหน่ายยางรถยนต์ให้มากขึ้น แต่ยังไม่อยู่ในช่วงฤดูฝนที่เคยใช้เป็นเหตุผล ในการกระตุ้นผู้ใช้รถให้เกิดความรู้สึกอยากเปลี่ยนยางชุดใหม่ กลับยังไม่เห็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางรายใดออกมาหาเหตุผลอ้างอิงอื่นใด เพื่อสร้างตัวเลขการจำหน่ายนอกฤดูฝนอย่างจริงจัง

 ทั้งที่ฤดูร้อนจนเรียกได้ว่าร้อนตับแลบในประเทศไทย เป็นช่วงฤดูที่ผู้คนมีการเดินทางมากไม่แพ้ฤดูกาลอื่นๆ แถมยังเป็นฤดูกาลที่เป็นการเดินทางแบบพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว อันเนื่องมาจากเป็นช่วงที่โรงเรียนส่วนใหญ่ปิดเทอม ครอบครัวจึงอยู่ในช่วงพาเด็กๆ เดินทางพักผ่อนท่องเที่ยว หรือเดินทางเพื่อไปพบปะญาติพี่น้องยังภูมิลำเนาเดิม อีกทั้งยังมีช่วงเทศกาลท่องเที่ยวใหญ่ของประเทศไทยคือเทศกาลสงกรานต์อยู่ด้วย

 ช่วงอย่างนี้หากมีนักการตลาดของผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ ออกมาสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้ใช้รถได้รับรู้ถึงอันตรายของยางระเบิดในช่วงอากาศร้อนจัด และต้องเดินทางระหว่างจังหวัดด้วยระยะทางยาวไกล ซึ่งจะส่งผลร้ายให้แก่ทุกคนในครอบครัวขึ้นมาได้ ยอดจำหน่ายยางรถยนต์ในตลาดทดแทนก็มีโอกาสที่จะกระเตื้องขึ้นมาได้ 

 หรือหากจะมีเหตุผลและวิธีการอื่นๆ เข้ามาช่วย ก็เป็นหนทางที่จะทำให้มีผลกระทบด้านลบน้อยลง อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่ารอรับโชคชะตาเฉยๆ โดยไม่คิดจะสู้กับภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เพราะการอยู่เฉยๆ ไม่พยายามที่จะต่อสู้ ย่อมหมายถึงงอมือยอมรับความพ่ายแพ้เพียงอย่างเดียวครับ