ข่าว

เร่งเดินแผนรถไฟรางคู่นครปฐม-หัวหิน

เร่งเดินแผนรถไฟรางคู่นครปฐม-หัวหิน

30 เม.ย. 2553

คมนาคมสำรวจความเห็นแผนสร้างรถไฟทางคู่นครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร วงเงิน 1.66 หมื่นล้าน ชี้ช่วยลดระยะเวลาเดินทางเหลือแค่ 2 ชั่วโมง จากเดิมใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที แถมเพิ่มปริมาณการขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้า

 นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการสัมมนารับฟังความเห็นโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟรางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1) ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีแผนก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 1.66 หมื่นล้านบาท ซึ่งจากการรับฟังความเห็นพบว่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความต้องการรถไฟทางคู่ เพื่อขนส่งผู้โดยสารและสินค้า

 “หลังรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว จะเป็นขั้นตอนออกแบบรายละเอียด และคัดเลือกผู้รับเหมา ซึ่งอยู่ในแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ ร.ฟ.ท. ปี2553-2558 กรอบวงเงิน 1.7 แสนล้านบาท โดยแผนดังกล่าวจะช่วยให้ต้นทุนดำเนินงานของร.ฟ.ท.ลดลง และยุติปัญหาขาดทุน” นายโสภณกล่าว

 ด้านนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สนข.จะนำผลจากการสัมมนาครั้งนี้ มาใช้ประกอบการศึกษาความเหมาะสมและการออกแบบรายละเอียดโครงการต่อไป และจะจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งต่อไปในเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

 ทั้งนี้ เมื่อการพัฒนาเส้นทางรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหินแล้วเสร็จ จะส่งผลให้ระยะเวลาการเดินทางจากกรุงเทพฯ-หัวหิน ลดลงเหลือประมาณ 2 ชั่วโมง จากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที และยังช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเป็นปีละ 12 ล้านคน จากปัจจุบันปีละ 5.5 ล้านคน และเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าเป็นปีละ 1.5 ล้านตัน จากปัจจุบันปีละ  1 ล้านตัน

 ขณะที่นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการรถไฟทางคู่ และต้องการเห็นร.ฟ.ท.มีการพัฒนาที่ดีขึ้น ซึ่งการก่อสร้างทางคู่เส้นทางนครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน จะช่วยให้การขนส่งผู้โดยสารและสินค้ามีความคล่องตัวมากขึ้น โดยส่วนตัวไม่กังวลว่าคนในท้องถิ่นจะต่อต้าน แต่สิ่งที่ร.ฟ.ท.ต้องเร่งแก้ไขคือปัญหาการบุกรุกแนวเขตทาง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการก่อสร้างโครงการ