
ใจเย็นจนทำอะไรไม่เป็น
ย่างเข้าเดือนใหม่วันนี้แล้ว ถ้าสถานการณ์กบฏก่อการร้ายแดงกลางเมืองยังไม่ถูกจัดการอย่างเด็ดขาด ขุดรากถอนโคน บ้านเมืองยังถูกจับเป็นตัวประกัน ก็แสดงว่าผู้บริหารรัฐบาลและผู้นำองค์กรที่รับผิดชอบยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
แต่ละวันผ่านไป เพิ่งรู้ว่ารัฐบาลต้องการให้ข่าวลือบางเรื่องให้กระจ่างชัด และถ้าเป็นจริง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าสลายกองกำลังก่อการร้าย
หวังให้ฝ่อไป เมื่อรับรู้สภาพแท้จริงว่าเป็นอย่างไร ถ้าข่าวลือยกระดับเป็นข่าวล่ามาเร็ว สร้างความระส่ำระสาย พะวักพะวนให้แกนนำม็อบแดง
ยิ่งมีข่าวว่าแกนนำดิ้นรนหาที่ลง ต้องการที่ลี้ภัย หนีตายและหนีคุก ยิ่งทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในความน่าสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น
แกนนำบางคนถึงกับหาเรื่องให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังปราบปราม ดังเช่นกรณีการปะทะที่อนุสรณ์สถาน จนค่ำมืด แต่เจ้าหน้าที่หาทางเลิกราก่อนมืด
ก่อนที่จะเข้าทางม็อบแดง กองกำลังก่อการร้าย ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเลือดนองถนน และกองกำลังทหารตกเป็นเหยื่อการระดมยิงเป้านิ่ง
ปัญหากบฏเสื้อแดงและกองกำลังก่อการร้ายได้กลายเป็นภัยความมั่นคง ลงรากลึก ประชาชนแตกแยก เกิดความเกลียดชังสี แบ่งเป็นฝักฝ่าย
กว่า 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา ชาวเมืองหลวงอยู่ในสภาพเหมือนคนอกแตก หาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ ขณะที่ต้องเสี่ยงภัยทุกวัน ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังที่เกิดขึ้น แม้จะไม่ถึงระดับเมืองอื่นๆ เช่น การาจี แบกแดด หรือคาบูล
คนส่วนหนึ่งเริ่มวิตกว่า สมาชิกครอบครัวออกไปจากบ้านแล้วจะได้กลับหรือไม่ หรือต้องติดค้างเพราะการปะทะ ปิดถนน สถานการณ์อันตราย
ขับรถไประหว่างทาง เจอการล้อมย่อยสลายการชุมนุมของกองกำลังเคลื่อนที่ของกบฏเสื้อแดง โอกาสเสี่ยงที่จะโดนลูกหลงมีอยู่มาก โดนจากฝ่ายใดก็ได้ โดยเฉพาะจากพวกก่อการร้าย เพราะพวกนี้ไม่คำนึงถึงความเสียหายของบ้านเมือง รวมทั้งชีวิต ทรัพย์สินผู้อื่น ชีวิตของพวกนี้ยังไม่ห่วงใย นับประสาอะไรกับชีวิตคนอื่นๆ!
ชาวบ้านอยู่ในสภาพเกือบสิ้นหวัง หลังได้ยินแต่เสียงคำพูดซ้ำซากจากผู้ต้องรับผิดชอบแก้ไขวิกฤติ ว่ากำลังหาทางออกอยู่ ให้อดทนไว้ ขณะเดียวกันก็ห้ามเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ห้ามประกาศกฎอัยการศึก ห้ามจับตายแกนนำ จะทำอะไรขอให้เป็นตามขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก
คือต้อง “ผายลม ฉี่ และถ่ายอึ” จากนั้นเช็ดก้น! ห่วงอย่างเดียว จะเผลอไปเช็ดปาก หลังจากนั้น ด้วยกระดาษแผ่นเดียวกัน เพราะความเคยชิน
ขณะที่ผู้บริหารบ้านเมืองยังรอท่าที ท่ามกลางความสงสัยว่าจะทำอย่างไร และรู้ดีว่าการใช้กำลังเข้าสลาย จะต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นเบือ
เพราะทางการสืบรู้มาว่ากองกำลังก่อการร้ายสะสมอาวุธสงครามไว้เพียบ และมีกองกำลังหลายร้อยคนถูกระดมมาจากเครือข่ายพวกปฏิบัติงานในกัมพูชามาก่อน และเป็นพวกทะเยอทะยานทางการเมืองเกินจินตนาการ
การปะทะกันหลายครั้ง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 25 ราย บาดเจ็บกว่า 800 และยังมีอาการสาหัส เสี่ยงกับพิการ และเป็นตายเท่ากัน เมื่อรัฐบาลใจเย็น เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ผลกระทบเริ่มมีมูลค่ามหาศาล ธุรกิจการค้าย่านราชประสงค์เสียหายเป็นหมื่นๆ ล้าน คนตกงานเป็นหมื่นๆ คน รัฐบาลต้องหามาตรการเยียวยา
แต่ยังไม่สามารถจับกุมแกนนำ เรียกร้องค่าเสียหายได้!
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบอกว่า ขณะนี้มี 47 ประเทศทั่วโลก ประกาศเตือนการเดินทางเข้าประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร มองว่าเป็นดินแดนอันตราย เสี่ยงภัย
ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ได้แก่ ฮ่องกง สาธารณรัฐเช็ก ไต้หวัน และเยอรมนี ส่วนประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าไทยมี 5 แห่งด้วยกันคือ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สเปน จีน ซึ่งประเทศอังกฤษประกาศห้ามเข้าถึงวันที่ 30 เมษายน ส่วนเวียดนามประกาศห้ามเดินทางมากรุงเทพมหานครชั่วคราว
ขณะที่อีก 37 ประเทศ มีการประกาศเตือนในระดับที่ต่างกัน อย่างการประกาศเตือนระดับ 2 ที่ระบุว่า ให้ตื่นตัว อย่าเข้าไปในที่ไม่ปลอดภัย เช่น สโลวะเกีย มาเก๋า บัลแกเรีย เม็กซิโก และแอฟริกาใต้
ส่วนการประกาศเตือนระดับที่ 3 คือหลีกเลี่ยงจุดที่เป็นอันตราย เช่น แคนาดา กัมพูชา เกาหลีใต้ ยูเครน ไอซ์แลนด์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น
การประกาศเตือนระดับที่ 4 คือ หลีกเลี่ยงเข้ายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อิตาลี เบลเยียม สวีเดน รัสเซีย สหรัฐ เป็นต้น
สุดทนหรือเปล่า? หรือจะปิดประเทศอยู่ คนในไม่ต้องเดินทางออก คนนอกเข้าไม่ได้ อยู่แบบอายชาวโลกแบบนี้? อิอิอิ!!!



