
สารพันตำรวจ : 'หาข่าว'ยัน'แพทย์สนาม'ภารกิจ ตร.สืบสวนลุมพินี
กว่า 20 วันของการเคลื่อนพลกองทัพแดงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยกทัพมวลชนยึดสี่แยกราชประสงค์ ศูนย์กลางธุรกิจของเมืองหลวงจนขาดทุนย่อยยับ แต่ธุรกิจรากหญ้าร้านรวงขนาดเล็กกลับเติบโตสวนกระแส เมื่อคนต่างถิ่นเข้ายึดพื้นที่ทำมาหากินขอ
จากเดิมทีมสืบสวน สน.ลุมพินี ต้องคอยสืบสวนคดีเศรษฐกิจ คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ก็ต้องเพิ่มบทบาทมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยของผู้ชุมนุมด้วย คอยแฝงตัวหาข่าวความเคลื่อนไหว ตรวจเช็กข่าวลือเรื่องโน้นเรื่องนี้ ฝ่ายสืบสวนก็ต้องเสาะแสวงหาหลักฐานข้อเท็จจริง แถมยังต้องคอยตรวจเช็กเนื้อหาถ้อยคำปราศรัยว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ด้วย
ด.ต.คมสพัส ปัญญานธรรมกุล เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี กำลังง่วนอยู่กับการฟังรายการสดจากเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ เพื่อจับประเด็นสรุปผลรายงานส่งให้ผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นหน้าที่ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงนี้ เช่นเดียวกับเมื่อหลายปีก่อนคราวที่มีการจัดรายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร" จุดเริ่มต้นของการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง เขาก็เปลี่ยนมารับหน้าที่นี้เช่นเดียวกัน
"ม็อบมาเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐบาลไม่ชอบธรรม 2 มาตรฐาน พวกเขามีข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา" ด.ต.คมสพัส สรุปประเด็นการเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง และแสดงความเห็นใจกลุ่มผู้ประกอบการบริเวณดังกล่าวว่า พวกเขาก็รู้สึกลำบากใจ ผู้ประกอบการก็อยากให้เศรษฐกิจมันดีขึ้นมา
"ส่วนตำรวจก็เหนื่อยนะ ไปไหนไม่ได้ ต้องคอยอยู่ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็ต้องทำไปตามหน้าที่ให้ดีที่สุด" ด.ต.คมสพัส บอกขณะพิมพ์บันทึกรายงานสรุปถ้อยคำปราศรัยของ "พายัพ ปั้นเกตุ" หนึ่งในแกนนำที่กำลังปราศรัยบนเวที
เมื่อสอบถามถึงถ้อยคำปราศรัยมีเนื้อหาหมิ่นประมาทมากน้อยเพียงใด ด.ต.คมสพัส อมยิ้มแล้วบอกว่า ก็มีบ้างเล็กน้อยแบบยอมความกันได้ ?!!
ด้านเครื่องไม้เครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่ของสายสืบ สน.ลุมพินี ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ พ.ต.ต.ศาสตร์ศักดิ์ ชัยประเสริฐ สว.สส. บอกว่า สายสืบมีเพียงกล้องบันทึกภาพนิ่ง และกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวเท่านั้น ไร้ซึ่งอุปกรณ์ไฮเทคอื่นใด
ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่าสวนลุมพินีเป็นแหล่งซ่องสุมอาวุธของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ทีมสืบสวน สน.ลุมพินี พูดอย่างเต็มปากว่า ไม่มี !!
สำหรับมาตรการตรวจค้นอาวุธที่กลุ่มผู้ชุมนุมอาจนำเข้ามานั้น ร.ต.อ.พีรรัฐ โยมา รอง สว.สส.สน.ลุมพินี บอกว่า ปกติก็มีการตรวจอาวุธรอบนอก แต่ก็ไม่พบ การที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจในกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังต้องปลดอาวุธ แม้จะแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องยอมตามเงื่อนไขของการ์ดเสื้อแดง และการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ตำรวจก็แทบไม่มีบทบาท หากพวกเขาไว้วางใจก็จะดูแลกันเอง แต่ในกรณีนี้จะให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เผื่อมีเหตุอะไรให้โทรมาแจ้ง
"สายสืบลุมพินีกว่า 10 นาย ต้องคอยสลับเปลี่ยนเข้าไปร่วมชุมนุม เพิ่มเวลาการทำงานเป็น 24 ชั่วโมง อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดไปบ้าง แต่ภาพรวมของคดีในโรงพักก็ลดลงด้วย อาจเป็นเพราะมีม็อบอยู่เลยไม่กล้ามาแจ้งความก็ได้ คดีส่วนใหญ่ในพื้นที่จะเป็นคดีเศรษฐกิจ คดีอุกฉกรรจ์ก็มีบ้างเดือนละครั้ง" ร.ต.อ.พีรรัฐ แจกแจงหน้าที่
ส่วนการสะสมอาวุธของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีทั้งไม้ไผ่เหลาปลายแหลม ทำบั้งไฟ ตะไล ฯลฯ ไว้คอยป้องกันตัวและป้องกันการใช้กำลังเข้ายึดคืนพื้นที่จะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ทีมสืบสวน สน.ลุมพินี อธิบายว่า โดยสภาพของไม้แหลมยังไม่จัดว่าเป็นอาวุธ เว้นเสียแต่ว่าได้ใช้ไม้ปลายแหลมนี้เพื่อทำร้ายคนจึงจะเรียกว่าอาวุธ !
แม้ทุกคนจะไม่อยากให้เกิดความรุนแรงจนถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อ แต่ทุกครั้งที่เกิดการปะทะกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างคนเสื้อแดงกับกลุ่มสีลมเหมือนที่ผ่านมา หรือไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ทีมสายสืบลุมพินีนอกจากจะทำหน้าที่สืบสวนหาข่าวแล้ว ยังต้องพร้อมทำหน้าที่แพทย์-พยาบาลสนาม เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ต่างๆ ทันที
"สมมติว่าเกิดการยิงกันในพื้นที่ชุมนุม ตำรวจต้องช่วยคนเจ็บก่อนนะ แล้วค่อยไปตามจับคนร้าย เราต้องให้ความสำคัญต่อคนเจ็บก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถ้าไม่ช่วยเขาอาจตายได้ ส่วนคนร้ายค่อยไปตามจับเอาทีหลัง หรือถ้ากำลังเพียงพอก็แบ่งกันทำหน้าที่" ผู้กองหนุ่มแจกแจง
ด้วยเหตุนี้หากมีการขอคืนพื้นที่ชุมนุมจริง ตำรวจชุดนี้ก็จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นแพทย์พยาบาลฉุกเฉิน คอยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือประชาชนผู้ชุมนุมเองก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ถึงแม้จะเตรียมการเอาไว้พร้อมแล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดทุกคนภาวนาว่าไม่อยากให้ถึงขั้นตอนนั้น และตั้งความหวังว่าสถานการณ์น่าจะจบลงโดยเร็ว เพราะรู้สึกสงสารประเทศชาติและประชาชนคนไทย ส่วนจะลงเอยในรูปแบบใดก็ขอให้ประเทศก้าวหน้าต่อไป



