
ทักษิณทวิตนพดลยันสบายดีคุกมือโพสต์หมิ่นสถาบัน
"นักธุรกิจแดง"นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันคดีหมิ่นเบื้องสูง หวั่นผู้ต้องหาหลบหนี "นพดล" เซ็งข่าวลือยัน"ทักษิณ"สบายดี ขณะที่ก็ทวิตว่าสบายดีเช่นกัน "บิ๊กจิ๋ว"ร่ายโรดแมปแก้วิกฤติยุบสภาตั้งรบ.เฉพาะกาล
(30เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยื่นคำร้องฝากขังนายวิภาส หรือ ก้อง รักสกุลไทย นักธุรกิจ จ.ระยอง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงแล้ว ศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ แต่ทั้งนี้ศาลไม่อนุญาตให้รับตัวกลับไปควบคุมตัวต่อที่ดีเอสไอ
ขณะที่ญาติผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นบัญชีเงินฝาก จำนวน 500,000 บาท ขอประกันตัว ต่อเมื่อเวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากเห็นว่า พฤติกรรมแห่งคดี เป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันที่ประชาชนเคารพ จงรักภักดี และเชื่อว่าหากปล่อยตัวผู้ต้องหาจะหลบหนี ดังนั้นนายวิภาสจึงถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ต่อไป
"นพดล" เซ็งข่าวลือยัน"ทักษิณ"สบายดี
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวลืออดีตนายกรัฐมนตรีเสียชีวิตว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรกับข่าวลือ ข้อเท็จจริงคือตนยังคุยโทรศัพท์กับท่านก็ยังสบายดี ยังหัวเราะอยู่เลย เร็วๆนี้จะแนะนำให้ท่านปรากฏตัวหรือทำอะไรบางอย่าง ส่วนข่าวที่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ อดีตภริยา และลูกๆเดินทางไปประเทศฮ่องกงนั้น ยังไม่ทราบข่าว ขอเช็กข้อมูลก่อน
ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณได้ทวิตวันที่ 30 เม.ย.ความว่า ยันสบายดีและขอเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มนปช. โดยตอนนี้มาดูงานที่อูกันดา ส่วนที่ไม่ได้ทวิตหลายวันเพราะเดินทางไปมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย
"บิ๊กจิ๋ว"ร่ายโรดแมปแก้วิกฤติยุบสภาตั้งรบ.เฉพาะกาล
เมื่อเวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทยได้เชิญผู้สื่อข่าวต่างประเทศและในประเทศเข้ารับฟังการเปิดใจและโรดแมปหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาการเมืองเพื่อนำไปสู่ความสงบ ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคเพื่อไทย โดยมีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตซึ่งมีหน้าที่ดูแลสื่อต่างประเทศในไทย จำนวน 6 ประเทศร่วมรับฟัง ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย กัมพูชา อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และประเทศในเครือสหภาพยุโรปหรืออียู
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนไทยเรียกร้องแต่รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยเรียกร้องประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ความขัดแย้งวันนี้เป็นความขัดแย้งเฉพาะหน้า แต่ถ้าจะไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีกจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองก็จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ สิ่งเหล่านี้ต้องรู้ปัญหา มีเครื่องมือและวิธีแก้ ซึ่งวิธีแก้ที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดคือคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกเขาก็ทำกันแบบนี้ เขาไม่มานั่งห่วงอำนาจเหมือนบ้านเรา ดังนั้นรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงที่เห็นตรงกันเรื่องยุบสภา แต่แตกต่างกันแค่เงื่อนเวลา ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเสนอของนักวิชาการที่ให้ 90 วันเพราะจะได้มีเวลาในการเตรียมตัว
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนขอเสนอโรดแมป 5 ข้อในการแก้ไขปัญหา คือ 1.เงื่อนเวลา ที่สังคมต้องตระหนักว่าสิ่งสำคัญคือต้องเร่งตกลงกันให้ได้ ต้องเร่งยุติไม่ให้เกิดคนไทยตีกัน ต้องตัดวงจรวิกฤตทันที ถ้ายังแก้ตรงนี้ไม่ได้เรื่องอื่นก็ไม่มีประโยชน์ และถ้าไม่ยุติเสียวันนี้ก็จะยิ่งหนักขึ้น 2.สร้างกลไกในการแก้ไขที่ให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งตนเรียกว่า “รัฐบาลเฉพาะกาล” ที่พยายามเสนอมาตั้งแต่ คมช.ยึดอำนาจ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ โดยรูปแบบอาจจะตั้งครม.เกิน 36 คนเป็น 100 คนก็ได้ เวลาแก้ไขปัญหาอาจจะเป็น 1 ปี 1 ปีครึ่ง หรือ 2 ปีก็ได้ ต้องเลิกคิดเรื่องพรรคเรื่องพวกมานั่งคิดแก้ปัญหาร่วมกัน นี่คือสิ่งที่เราเสนอนานและรอกันอยู่ แต่รัฐบาลไม่ตอบรับ
3.หลังจากได้รัฐบาลเฉพาะกาล ขั้นต่อไปต้องสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยใช้แนวทางสันติ ซึ่งพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงมีเป้าหมายเดียวกันคือสร้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 4.เมื่อแก้ปัญหาเสร็จแล้วก็ให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน และวางรากฐานประชาธิปไตยเพื่อให้รัฐบาลใหม่เข้มแข็ง เราจะปล่อยให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว นอกจากประชาธิปไตยแล้วจากนั้นเราต้องช่วยกันวางรากฐานให้ประเทศไทยกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ตนไม่อยากใช้คำว่าเสียชาติเกิด เราต้องต้องทำให้ได้
เมื่อถามว่ารูปแบบของรัฐบาลเฉพาะกาลควรจะเป็นอย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ความจริงคนที่เข้าใจว่ารัฐบาลเฉพาะกาลต้องการอำนาจพิเศษ เช่นต้องรอให้มีการปฏิวัติรัฐประหารก่อน แต่ความจริงทุกฝ่ายประกาศความต้องการ โดยนำคนที่มีความขัดแย้งมาอยู่ด้วยกัน เช่นคนถนัดด้านไหนก็เข้าไปทำงานในกระทรวงนั้น เพราะทุกคนรู้แล้วว่าจะแก้ปัญหาอะไร เมื่อถามว่าจะสามารถดำเนินการเป็นรูปธรรมได้อย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ต้องเริ่มต้นด้วยการเจรจา เพื่อให้ตกลงกันเรื่องเวลา เพราะทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันในเรื่องของการยุบสภา แต่ยังตกลงกันไม่ได้ในเงื่อนเวลา หากตัดสินใจช้าการแก้ไขปัญหาก็จะยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้น ซึ่งตนว่าเวลา 90 วันถือว่าเหมาะสม



