ข่าว

กรรมการสิทธิฯแถลงประณามม็อบแดงบุกรพ.จุฬาฯ

กรรมการสิทธิฯแถลงประณามม็อบแดงบุกรพ.จุฬาฯ

30 เม.ย. 2553

กรรมการสิทธิฯออกแถลงการณ์ ทั่วไทยนานาชาติและสื่อทั่วโลก เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์แถลงการณ์ประณาม รุมประณามม็อบบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ คนเมืองส้มโอตบเท้าให้กำลังใจ"ผู้ว่าฯ"ปกป้องสถาบัน

 (30เม.ย.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ประณามการละเมิดหลักการมนุษยธรรม และเรียกร้องให้เคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย โดยมีเนื้อหาระบุว่า จากการกระทำอันเป็นการละเมิดด้วยการ ข่มขู่ คุกคาม บุกรุกสถานรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เช่น การปิดล้อม การปิดกั้นทางเข้า-ออก การบุกเข้าไปตรวจค้น หรือ แม้แต่การนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากโรงพยาบาล โดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน

ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ผู้รักษาพยาบาลไม่สามารถช่วยเหลือ ดูแล รักษา และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เกิดการหยุดชะงักในการให้บริการการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนโดยทั่วไปและในภาวะฉุกเฉิน สร้างความหวาดกลัวและความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกันสิทธิของประชาชนที่จะได้รับการรักษาพยาบาล ตลอดจนผู้บาดเจ็บ ผู้ป่วย หรือผู้เข้ารับการรักษาตัวในสถานรักษาพยาบาลถูกละเมิดอย่างร้ายแรง ยิ่งกว่านั้นยังมีการขัดขวางการนำผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงไปรับการรักษาพยาบาลซ้ำเติมด้วยการทำร้ายผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์

 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอประณามต่อพฤติกรรมดังกล่าวอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการมนุษยธรรม อันเป็นกติกาสากลที่สังคมอารยะพึงยึดถือ เพราะแม้แต่ในภาวะสงคราม ทุกฝ่ายยังต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลอัน หมายถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และมนุษยธรรม อย่างเป็นกลางโดยไม่เลือกปฏิบัติ

 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำในลักษณะข้างต้นนี้ พร้อมวิงวอนขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐช่วยกันป้องกัน ยับยั้ง มิให้เกิดการกระทำการละเมิดต่อการรักษาพยาบาลอีกต่อไป และต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่เพื่อมนุษยธรรมของคณะแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย การกระทำเช่นนี้จะนำไปสู่ความเคียดแค้นชิงชัง ความรุนแรง และการแบ่งแยกในสังคมมากยิ่งขึ้น จนยากแก่การสมานฉันท์ในอนาคต

ทั่วประเทศประณามเสื้อแดงบุกรพ.จุฬาฯ

 เว็บไซต์ paisalvion รายงานว่า เหตุการณ์ที่สะเทือนใจชาวโลกและคนไทยเมื่อคืนวานนี้ (29 เม.ย.) เป็นปรากฏการณ์ที่กบฎแม้วแดง ซึ่งนำโดยนายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำคนเสื้อแดงร่วม 200 คนบุกรุกเข้าไปในเขตโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เข้าตรวจค้นตึกเฉลิมพระเกียรติ ตึกสก. จนแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ต้องเผ่นหนีกันจ้าละหวั่น

 ขณะที่รัฐบาลนั่งดูตาปริบ ๆ ทำให้คนไทยทั่วประเทศเริ่มทนไม่ไหว ออกมารุมด่ากบฎแม้วแดงลั่นทั้งเมือง ในขณะเดียวกันนานาชาติ และสื่อทั่วโลก ต่างก็รุมประณามกบฎแม้วแดงอย่างรุนแรง ล่าสุดยกเลิกประกาศบุกตรวจค้นครั้งใหม่ แต่ยังจะเข้าไปอีกอ้างว่าจะไปขอโทษ ซึ่งที่แท้ก็คือไม่ได้สำนึก ยังคงดำเนินการต่อไป และคราวนี้มีรายงานข่าวว่าจะบุกตรวจค้นตึกเฉลิมพระเกียรติ ภปร. ด้วย

 การย่ำยีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้เป็นเหตุให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องหวาดหวั่นขวัญหาย และเป็นผลให้โรงพยาบาลต้องอพยพผู้ป่วยตลอดแนวที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ชุมนุม ไปอยู่ยังโรงพยาบาลอื่น ๆ และต้องปิดตึก ยกเลิกคนไข้ หยุดการให้การรักษาพยาบาลหลายแผนก ทำให้ผู้ป่วยและคนไข้ได้รับความเดือดร้อนอย่างขนานหนัก

 ประชาชนที่ทราบข่าวต่างแสดงความเป็นห่วงโรงพยาบาลและผู้ป่วย โดยเฉพาะได้แสดงความเป็นห่วงสมเด็จพระสังฆราชที่ประทับรักษาพระองค์อยู่ที่นั่น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้รับการรบกวนทางเสียงจากการชุมนุม ซึ่งบางวันหันลำโพงไปทางด้านที่ประทับด้วย

เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์แถลงการณ์ประณาม

 เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ชมรมผู้ป่วยโรคไต เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ประเทศไทย เครือข่ายผู้ป่วยมะเร็ง องค์กรผู้บริโภค องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสุขภาพ และคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ขอประณามการการกระทำของกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) ที่บุกเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬา ฯ สร้างความหวาดกลัวและข่มขู่บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้ตามปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาล คุณภาพและการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องในกรณีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเป็นภาระต่อเจ้าหน้าที่ที่จะต้องไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลอื่น ๆ ที่ผู้ป่วยได้ถูกส่งตัวไป

 การกระทำของนปช.ในครั้งนี้ นับเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ ขัดและละเมิดต่อหลักการเรื่องสิทธิผู้ป่วย หลักการเรื่องการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และหลักการด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการกระทำครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการกระทำครั้งแรกที่ใช้การข่มขู่คุกคามต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและต่อบุคลากรทางการแพทย์ เช่น การข่มขู่นำศพจากกรณี ปะทะเมื่อวันที่ 10 เมษายนออกจากโรงพยาบาล การบุกห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลวชิระ การสกัดกั้นรถ พยาบาลในการให้บริการ การสกัดไม่ให้ผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล การใช้เสียงรบกวน การพักรักษา ของผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลจุฬา จนต้องอพยพย้ายผู้ป่วย ซึ่งกระทบต่อการรักษาพยาบาล และการปิดทางเข้า ออก ของโรงพยาบาล ทำให้ ต้องหยุดให้บริการแก่ประชาชนและผู้ป่วยทั่วไปของโรงพยาบาล

 กลุ่มองค์กรข้างต้น ขอประณามการกระทำของนปช.ที่ละเมิดสิทธิผู้ป่วย ละเมิดสิทธิผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป และขอให้แกนนำหยุดอ้างว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่มติของแกนนำแล้วจึงไม่ยอมรับผิดชอบ

ดังนั้นกลุ่มองค์กรขอเรียกร้องต่อแกนนำนปช.ดังนี้

1. ขอให้แกนนำรับผิดชอบในการคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป ในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยการเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมให้ออกจากบริเวณโรงพยาบาลจุฬา ฯ โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งด้านถนนพระรามสี่ อังรีดูนังค์ และถนนราชดำริ

2. ขอให้แกนนำนปช.เข้มงวดและสั่งห้ามแกนนำระดับรองและผู้ชุมนุม เลิกพฤติการณ์ในการข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ หรือการรุกรานสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไป เช่น การตั้งด่านสกัด จับ ตรวจ ค้น หรือการกระทำที่สร้างความวิตกกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยของประชาชน เช่น การนำยางรถยนต์ข่มขู่ว่าจะวางบนรางรถไฟฟ้าเป็นต้น

3. ขอให้นปช.สนับสนุนและเอื้ออำนวยการให้บริการของหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงการรักษาในยามฉุกเฉินของคนทุกคน

4. ขอให้แกนนำดูแลและเข้มงวดกับผู้ชุมนุมให้สามารถชุมนุมโดยสงบสันติได้จริง หากไม่สามารถกระทำได้ และเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไป ขอให้แกนนำพิจารณาย้ายสถานที่ในการชุมนุมที่สามารถควบคุมได้ หรือยุติการชุมนุม
กลุ่มองค์กรที่ออกแถลงการณ์ ประกอบด้วย

เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์
ชมรมผู้ป่วยโรคไต
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ประเทศไทย
เครือข่ายผู้ป่วยมะเร็ง
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
มูลนิธิสุขภาพไทย
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
30 เมษายน 2553

คนเมืองส้มโอตบเท้าให้กำลังใจ"ผู้ว่าฯ"ปกป้องสถาบัน

 ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 เมษายน นายพเยาว์ เนียะแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ได้นำคณะผู้บริหารและข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัด นักเรียนนักศึกษา และประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาให้กำลังใจ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

 ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า การที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และประชาชนได้มาร่วมกันแสดงเจตนารมณ์นี้ ถือเป็นการยืนยันว่าคนไทยมีความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างสูง และตามที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้สอนไว้ว่า ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง คือความกตัญญูและความสามัคคีต่อแผ่นดินที่คนไทยทุกคนควรปฏิบัติ โดยสิ่งที่ได้คือความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาตินั้นเอง