ข่าว

ศิริราชเตรียมพร้อมถวายรักษาสมเด็จพระสังฆราช

ศิริราชเตรียมพร้อมถวายรักษาสมเด็จพระสังฆราช

30 เม.ย. 2553

โรงพยาบาลศิริราชเตรียมความพร้อมถวายการรักษา “สมเด็จพระสังฆราช” หากย้ายมาประทับ เผยรับส่งต่อผู้ป่วย รพ.จุฬาฯ 26 ราย คาดมีทยอยมาอีก

 ที่รพ.ศิริราช   เมื่อวันที่ 30 เม.ย.   เวลา 11.15 น.  ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  รศ.นพ.สุรินทร์ ธนพิพัฒน์ศิริ ผู้อำนวยการรพ.ศิริราช   รศ.ดร. นพ.ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร รองคณบดี ฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมพิเศษ   นางศิริวรรณ วนิจสร  หัวหน้าฝ่ายพยาบาล ร่วมแถลงข่าวถึงการรับส่งต่อผู้ป่วยจากรพ.จุฬาลงกรณ์   

 ศ. คลินิก  นพ. ธีรวัฒน์    กล่าวว่า  ได้รับการติดต่อจากนพ.อดิศร ภัทราดูลย์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์  ว่า มีความจำเป็นที่ต้องย้ายผู้ป่วยมายังรพ.ศิริราช  ซึ่งทางรพ.ศิริราชมีความยินดีและเต็มอย่างยิ่งเท่าที่รพ.ศิริราชจะอำนวยได้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องมนุษยธรรมที่จะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาก่อนสิ่งอื่นใด  เพราะหน้าที่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จะดูเรื่องผู้ป่วยเป็นหลักสำคัญ   ซึ่งความจริงเรามีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้มานานแล้วว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือระหว่างโรงพยาบาลต่างๆ  โดยตั้งแต่เมื่อคืนตนและคณบดีรพ.จุฬาฯได้ปรึกษาหารือ ตรวจสอบเรื่องเตียงและเรื่องต่างๆเพื่อรองรับคนไข้

 “จากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น คณะแพทย์ รพ.ศิริราช และรพ.จุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมหารือกันและเห็นสมควรที่จะทูลเชิญสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งประทับรักษาพระองค์อยู่ที่ รพ.จุฬาฯ ให้มาประทับรักษาพระองค์ ณ ตึก 84 ปี รพ.ศิริราช โดยการถวายการรักษาจะเป็นการปรึกษาหารือและปฏิบัติงานร่วมกันของคณะแพทย์ทั้ง 2 ฝ่าย”   คณบดีแพทยศาสตร์ศิริราช กล่าว

 ศ.คลินิก  นพ.ธีรวัฒน์  กล่าวต่อว่า  หัวหน้าภาควิชาที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 โรงพยาบาลได้ปรึกษาหารือกันตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยทาง รพ.จุฬาฯ ได้ส่งรายชื่อผู้ป่วย ประวัติการรักษา และประเภทของห้องพักมาให้ทาง รพ.ศิริราช เพื่อเตรียมการรองรับ โดยผู้ป่วยชุดแรก เป็นผู้ป่วยเด็ก 2 ราย ย้ายมา รพ.ศิริราช ตั้งแต่เมื่อวานนี้ และบ่ายวันนี้ นอกจากสมเด็จพระสังฆราชที่จะเสด็จมาแล้ว ยังมีผู้ป่วยอีก 26 ราย แบ่งเป็น แผนกอายุรกรรม 18 ราย ศัลยกรรม 5 ราย โรคกระดูก 2 ราย และสูติกรรม 1 ราย ผู้ป่วยเหล่านี้จะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะบางรายต้องอยู่ในห้องไอซียู   โดยคณะแพทย์ที่ดูแลรักษาอยู่เดิมและคณะแพทย์ของ รพ.ศิริราชร่วมกัน ซึ่งคณะแพทย์จะได้ปรึกษาหารือร่วมกันว่า ผู้ป่วยแต่ละรายจะให้การรักษาต่อไปอย่างไร บางรายอาจต้องได้รับการผ่าตัดเพิ่มเติมหรือไม่ และคาดว่า อาจมีการทยอยคนไข้มาอีก  

 ด้านรศ.นพ.สุรินทร์  กล่าวว่า ทางรพ.ศิริราชมีเตียงว่างจำนวนหนึ่งที่ใช้ในสถานการณ์ปกติ ทั้งผู้ป่วยฉุกเฉินและทั่วไป ส่วนจะรับได้เท่าไหร่เป็นการประสานงานตามสถานการณ์และความเหมาะสม  เพราะรพ.จุฬาไม่ได้ส่งมาที่รพ.ศิริราชที่เดียวแต่มีการประสานไปตามรพ.ที่อยู่ในเครือข่ายรองรับสถานการณ์นี้  สำหรับผู้ป่วยจากต่างจังหวัดที่มีนัดมาพบแพทย์ที่รพ.จุฬาฯ หรือยาหมด จำเป็นต้องมารับยาเพิ่มที่ รพ.จุฬาฯ นั้น หากเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว สามารถไปพบแพทย์ยังโรงพยาบาลอื่นๆ ที่สะดวกที่สุดได้ แต่ต้องทำเวชระเบียนผู้ป่วยใหม่ เพื่อให้แพทย์ซักประวัติการรักษาและการใช้ยา จะได้จ่ายยาให้ได้ตามความจำเป็น หากมีตัวอย่างยาที่รับประทานอยู่แล้ว สามารถนำมาให้แพทย์ดูได้เพื่อความสะดวกใน การรักษาต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีความเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรพ.จุฬา  ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า  ได้ให้กำลังใจและพุดคุยอยู่เสมอว่ามีอะไรที่ช่วยเหลือได้ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วย ซึ่งสามารถโยกย้ายมาได้ทันทีที่มีความจำเป็น ส่วนจะเป็นคุกคามทางการแพทย์หรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ การเมืองเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง ในส่วนของรพ.ขอดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด ไม่จำกัดทุกเพศทุกวัยทุกหมู่เหล่า ถือว่าเป็นคนไทย เป็นมนุษย์ไม่ว่าเชื้อชาติใด ระดับใด เป็นภารกิจของคณะแพทย์ที่ต้องดูแลอยู่แล้ว