
5สภาวิชาชีพประณามแดงบุกรพ.จุฬาฯ
5 สภาวิชาชีพออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มคนเสื้อแดงบุกโรงพยาบาลจุฬาฯอ้างมีทหารซ่อนอยู่ ชี้ไม่เป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรม ขณะที่รพ.จุฬาฯโกลาหลย้ายผู้ป่วยออกหวั่นเสื้อแดงเถื่อนอีก นปช.แก้เกมเปิดหน้า.พ.จุฬานักช็อปอาจมีเฮเย็นนี้
ที่แพทยสภา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ได้ประชุมร่วมกับ ศ.เกียรติ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ นายกสภาการพยาบาล ภก.รศ. (พิเศษ) กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ อุปนายกสภาเภสัชกรรม นางสุมนา ตัณฑเศรษฐี นายกสภากายภาพบำบัด รศ.สมชาย วิริยะยุทธกร นายกสภาเทคนิคการแพทย์
จากนั้น นพ.สมศักดิ์ ได้อ่าน แถลงการณ์ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพแห่งประเทศไทย เรื่อง ขอให้ยุติการคุกคามและปฏิบัติต่อโรงพยาบาล รถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บาดเจ็บ ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรม ว่า เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งนำมาซึ่งการสูญเสีย และบาดเจ็บของประชาชนและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก และปรากฏว่า มีการบุกรุกตรวจค้นโรงพยาบาล คุกคามบุคลากรทางการแพทย์ และขัดขวางการเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การปะทะ ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพแห่งประเทศไทย
ประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอประณามการกระทำที่ไม่เป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรม ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพแห่งประเทศไทย จึงขอเรียกร้อง ให้ทุกฝ่ายมีสติ หนักแน่น เคารพหลักการสากลและหลักมนุษยธรรมในการดูแลรักษาผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ ดังนี้
1.ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพฯ ขอให้สมาชิกยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ว่าภายใต้เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น 2.ในหลักสากลแม้กระทั่งในยามสงครามหรือความขัดแย้ง สู้รบระหว่างประเทศ โรงพยาบาล รถพยาบาล เครื่องมือทางการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ต้องได้รับการคุ้มครองจากทุกฝ่ายให้มีความปลอดภัยและสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามหลักมนุษยธรรมได้อย่างเต็มที่ 3.ในประเทศไทยขณะนี้เป็นเพียงความขัดแย้งทางความคิดของคนในชาติเดียวกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพความเป็นกลางของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล รถพยาบาล ถอยห่างจากพื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 100 เมตร และละเว้นการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและกีดขวางทางเข้า-ออกโรงพยาบาล 4. ผู้บาดเจ็บไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม และผู้ที่เข้าให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จะต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการนำส่งเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงทีจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 5.ขอให้ทุกฝ่ายยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักสากลโดยทันที
นายกแพทยสภา กล่าวต่อว่า ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพแห่งประเทศไทยหวังในความร่วมมือจากทุกฝ่าย แก้ไขการปฏิบัติให้ถูกต้องโดยทันที เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคนในชาติ และขอให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักมนุษยธรรมโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยอยู่ในขณะนี้
รพ.จุฬาฯโกลาหลย้ายผู้ป่วยออกหวั่นแดงเถื่อนอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่บริเวณตึกคัคณางค์ และตึกนวมินทราชินี ซึ่งเป็นตึกผู้ป่วยใน ที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ปรากฏว่ามี แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่กว่า 100 คน ได้ช่วยกันทะยอยขนย้ายผู้ป่วย ที่มีทั้งอาการอยู่ขั้นโคม่า และผู้ป่วยธรรมดา โดยได้มีการลำเลียงขนย้ายไปยัง รพ.ต่างๆทั่ว กทม.เนื่องจากทางโรงพยาบาลได้ประกาศปิดรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั้วไปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงบุกค้นโรงพยาบาลเมื่อวานนนี้ โดยทางโรงพยาบาลจะทำการรักษาเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น จนกว่าเกตุการณ์ความไม่สงบจะคลี่คลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการขนย้ายผู้ป่วยครั้งนี้ ปรากฏว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการหนักหลายราย อย่างเด็กหญิงอายุประมาณ 1 เดือน.ที่มีอาการหลอดเลือดหัวใจที่ค่อนข้างป่วยหนัก ต้องถูกนำออกมาจากห้อง ไอซียู โดยผู้ปกครองจะนำไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัดที่เป็นบ้านเกิด และยังมีเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาวชื่อ " น้องอรนัท " อายุ 7 ขวบ ที่ต้องถูกขนย้ายออกอย่างโกลาหล โดยน้องอรนัท ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ประมาณ 2 ปีแล้ว แต่เมื่อเหตุกาณณ์ความไม่สงบ น้องอรนัท ตเองถูกย้ายกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัดทั้งที่อาการหนักน่าเป็นห่วง โดยแม่ของน้องอรนัท ได้ร้องห่มร้องไห้ขณะทำการขนย้ายเนื่องจากเกรงว่าลูกสาวจะได้รับอันตราย
ส่วนดญ.กาญชนิต์ พวงแก้ว อายุ 1 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคตับม้ามโต ตัวเหลืองซีด โดยมารดาของหนูน้อยกล่าวว่าอยู่ รพ.มาเกือบ 10 วัน แต่ต้องถูกย้ายออกไป โดยจะหมอนัดให้มาใหม่วันที่ 13 พ.ค.เดือนหน้า กลัวว่าลูกจะมีอาการหนัก ซึ่งหากลูกเป็นก่อนก็จะเอามาหาอีกที นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยชรรา ที่ป่วยเป็นโรคประจำตัวและอยู่ในห้องไอซียู อีกหลายราย ที่จะต้องขนย้ายเช่นกัน และยังมีเด็กแรกเกิดเป็นแฝด 4 คน รวมถึงเด็กที่อยู่ในอาการโคม่า ที่ต้องคอยปั้มหัวใจให้อ๊อกซิเย่นตลอดเวลาระหว่างการขนย้าย ซึ่งทุกคนก็ล้วนอาการหนักทั้งสิ้น ขณะที่หมอและพยาบาลไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆกับผู้สื่อข่าวและผู้สังเหกตุการณ์
นอกจากนี้บริเวณอาคารเพิ่มพูล ว่องวานิช ได้มีการตั้งขบวนเสด็จเพื่อนำสมเด็จพระสังฆราช ไปพักรักษาตัวต่อยัง รพ.ศิริราช โดยขณะนี้ที่ รพ.ศิริราช ได้มีการจัดเตรียมห้องพักรักษาไว้เรียบร้อย ท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่ปักหลักรอทำข่าวเป็นจำนวนมาก
ต้อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มนางพยาบาลและพนักงานโรงพยาบาลพากันดินขบวนถือป้ายเขียนข้อความว่า" รพ.จุฬาฯสภากาชาดไทย เป็นกลาง ยึดถือหน้าที่การดูแลผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดโดยไม่แบ่งแยก โปรดอย่ามารุกล้ำการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อช่วยชีวตเพื่อนมนุษย์ของพวกเรา " นอกจากนี้ กลุ่มพยาบาล ยังแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด รู้สึกว่าไม่สมควร เนื่องจาก รพ.มีหน้าที่ รักษาผู้ป่วย ดูแลคนไข้ให้ปลอดภัย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ รู้สึกเสียใจเนื่องจากมีคนไข้หลายคนที่รอการรักษาแต่ไม่สามารถรักษาได้เต็มที่ เนื่องจากต้องระวังหมอบหลบกระสุนปืน ทำงานมานาไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ อยากให้เข้าใจเสียใหม่ถึงการก้าวล้ำเข้ามาใน รพ.นั้นถูกต้องหรือไม่ โดยเมื่อวานนี้ ได้มีคนป่วยที่รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก บางคนป่วยหนัก ก็อยากจะให้การช่วยแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ และกลุ่มผุ้ชุมนุมก็ยังก้าวล้ำเข้ามาจนไม่มีอิสระในการทำหน้าที่
ขณะที่ นางสุภาวดี สิมสวัาสดิ์ อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้าง น้องสาวนายบุญมา สิมสวัสดิ์ อายุ 53 ปี ผู้ป้วยโรคลิ้นหัวใจรั่ว กล่าวว่า พี่ชายป่วยมาประมาณ 4 ปี โดยหมอจะนัดให้มาตรวจสภาพร่างกายและรับยาทุก 3 เดือน ซึ่งบ้านเกิดอยู่ที่ จ.เลยเดินทางมาถึงได้รับแจ้วว่าไปตรวจเลือดที่ รพ.ศิรินธร เพราะ รพ.จุฬาฯปิด ก่อนจะเดินทางมารับยาที่ รพ.จุฬาฯ
"รู้สึกว่าเหกตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การเดินทางลำบาก รู้สึกใจหาย แต่ก็ต้องทำใจเพราะคนอื่นก็โดนเหมือนกัน และคิดว่ายังงัยก็คงต้องโดนเลื่อนนัดอีก" นางสภาวดี
ส่วนนางบุปผา สุทธิโชคประสิทธิ์ 48 ปี ญาติของ ดช.สถิตย์คุณ จำรัส อายุ 9.5 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจเข้ารับการรักษาอยู่ที่ รพ.เมื่อปลายปีที่แล้ว กล่าวว่า ตอนนี้หลานกลับไปรักษาตัวอยู่ที่บ้านตามปกติแล้ว แต่หมอให้มารับยาทุกเดือน และมาถึงหมอไม่อยู่ต้องเดินทางไป รพ.ศิริรราช แต่ได้ฝากเรื่องไว้ พอมาถังห้องรับยาแต่ก็ปิดแล้ว ทาง รพ.จึงให้ไปซื้อยาที่ รพ.อื่นโดยอาจจะไปที่ รามา หรือ ศิริราช โดยเหคตุการณ์ที่เกิดขึ้น ืทำให้การเดินทางมา รพ.เป็นไปด้วยความยากลำบาก เะพราะยาที่ใช้รักษาหาอยากมาก ไม่มีอยู่ทุก รพ.อีกทั้งคิดว่า กลุ่มผุ้ชุมนุมไม่ควรเข้าทมายุ่งหรือใกล้ รพ.
สำหรัดนางลั่นทม รอดเพราะบุญ ย่าของ ดญ.อาริยา รอดเพราะบุญ ซึ่งป่วยเพราะสำลักน้ำคร้ำ เพราะเพิ่งคคลอดมาเพียง 1 วัน บอกว่า หลานคลอดที่ รพ.ปู่เจ้าสมุทรนปราการ แต่พอหลานมีอาการสำลักน้ำคร้ำหายใจเองไม่ได่จึงถูกส่งมาที่ จุฬาฯโดยทาง รพ.ติดต่อให้มายื่นเรื่องตั้งแต่ตอนเช้าเพื่อย้ายไป รพ.อื่น แต่ถึงตอนนี้ยังหา รพ.รองรับไม่ได้เพราะเด็กมีอาการหนักมากยนังเคลื่อนย้านยไม่ได้ ส่วนการเดินทางก็ลำบากกลุ่มผุ้ชุมนุมทำให้เดืนร้อนเพราะปกติไม่ควรมายุ่งใน รพ.อยู่แล้ว ทำให้ได้รับความเดืออดร้อนไม่ว่าจะเป็นคนไข้หรือญาติเองก็ตาม
นปช.แก้เกมเปิดหน้า.พ.จุฬานักช็อปอาจมีเฮเย็นนี้
เมื่อเวลา 13.15 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. น.พ.เหวง โตจิราการ นายยศวฤทธิ์ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ได้ประชุมกันที่หลังเวทีถึงการเปิดพื้นที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝั่งถนนราชดำริ หลังจากนายพายัพ ปั้นเกตุ นำมวลชน บุกค้น รพ. ในคืนวันที่ 29 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้นายสุภรณ์เปิดเผยว่าได้รับมอบหมายจากแกนนำให้ไปประสานกับผู้บริหารโรงพยาบาลเพื่อเปิดพื้นที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลฝั่ง ถ.ราชดำริบางส่วนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มาติดต่อและรักษาที่โรงพยาบาล โดยจะรื้อบังเกอร์บนถ.ราชดำริฝั่งขาเข้า ไปจนสุดรั้ว ร.พ. และจะนำบังเกอร์ดังกล่าวมากั้นเกาะกลางถนน และวางลวดหนาม เพื่อกันไม่ให้มวลชนข้ามไปฝั่งโรงพยาบาลอีก นอกจากนี้ได้ประสาน บก.น.6 ให้มาตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยภายหลังจากที่มีการื้อบังเกอร์ออกจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งการถอยร่นในครั้งนี้จะไม่ให้มีอุปกรณ์ของนปช.ตั้งอยู่ในบริเวณนั้นอีก
นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า ในช่วงเย็นวันนี้แกนนำจะหารืออีกครั้งเกี่ยวกับการเปิดพื้นที่บางส่วนบริเวณโดยรอบพื้นที่ชุมนุม โดยเฉพาะในสองจุดสำคัญคือ บริเวณแยกปทุวันและแยกชิดลม โดยในส่วนของแยกปทุมวันอาจต้องรื้อบังเกอร์ที่ตั้งอยู่และถอยเข้ามาให้อยู่ในบริเวณแยกเฉลิมเผ่า เพื่อให้ห้างสรพสินค้าสยามพารากอน และสยามเซนเตอร์ให้บริการได้ รวมไปถึงจะดูว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ถนนอังรีดูนังต์ สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ แต่ครั้งนี้อยากให้เห็นใจด้วยว่านปช. ต้องตั้งบังเกอร์บางจุดเพื่อป้องกันตัวเอง ส่วนกรณีของแยกชิดลมที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียน มาแตร์เดอี ทราบมาว่าจะเปิดเทอมช่วงต้นเดือนพ.ค.ตรงนี้แกนนำ นปช. กำลังหาแนวทางอำนวยความสะดวกให้อยู่ แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเป็นในรูปแบบใด และวันนี้จะทำความเข้าใจกับการ์ดที่อยู่บริเวณสวนลุมพินีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการบุกโรพยาบาลอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเปิดพื้นที่เช่นนี้ ถามว่าเป็นการแก้เกมเพื่อลดกระแสต่อต้านหรือไม่ นายสุภรณ์กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการแก้เกมแต่เป็นความต้องการของแกนนำนปช.ที่จะอำนวยคความสะดวกเพราะไม่มีจุดประสงค์ขัดขวางการให้บริการของโรงพยาบาลแต่อย่างใด
กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดการจราจร1ช่องทาง
เมื่อเวลา 14.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดเส้นทางการจราจรบริเวณถนนราชดำริ 1ช่องทางแล้วโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลสืบเนื่องจากการที่แกนนำโดยนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ประกาศบนเวทีราชประสงค์ว่า จะทำการเปิดเส้นทางก็ได้ปฎิบัติตามคำพูดที่กลุ่มนปช.ให้ไว้ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากแกนทุกฝ่ายเป็นอย่างดี



