ข่าว

“บิ๊กจิ๋ว”จวก"ศอฉ."กล่าวหามั่วจ้องล้มเจ้า

“บิ๊กจิ๋ว”จวก"ศอฉ."กล่าวหามั่วจ้องล้มเจ้า

30 เม.ย. 2553

“บิ๊กจิ๋ว”จวกศอฉ.กล่าวหามั่วจ้องล้มเจ้า ฝาก“มาร์ค-เทือก”อย่าฆ่าประชาชน ยัน ไม่เคยติดต่อ“แม้ว”เชื่อใจยังถึง“ป๋าเปรม”เสมอ ด้านเลขานุการทบ.อ้าง”จิ๋ว”แจ้งเองมากันเยอะเกรงใจเปลี่ยนแผนไม่เข้าพบศอฉ. แค่ยื่นหนังสือ”ศรชัย”โวยศอฉ.ไร้สาระกีดกัน”บิ๊กจิ๋ว”ยกคณะเข้าชี้

(30เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ และประธานพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต นายไพจิตร ศรีวรขาน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ นายพีระพันธุ์ ภารุสุข นายชวลิต วิชยสุทธิ์ พล.ท.เชวงศักดิ์ ทองฉลวย นายทหารคนสนิท ได้นั่งรถยนต์โตโยต้า อัลพารด์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ษฉ. 50 มายัง ร. 11 รอ. เพื่อขอเข้ารายงานตัวกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) หลังจากศอฉ.ออกมาแฉว่าพล.อ.ชวลิต เป็นหนึ่งในขบวนการจ้องล้มสถาบันเบื้องสูง แต่เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้า ร. 11 รอ.เจ้าหน้าที่ทหารไม่ยอมให้พล.อ.ชวลิต เข้าไปรายงานตัวภายใน ร. 11 รอ. ทั้ง ๆ ที่ศอฉ.ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้ที่กองบังคับการกองพันทหารราบที่ 1 ภายใน ร. 11 รอ. โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. พร้อมด้วย พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพบก และ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศอฉ.ได้ประสานงานไปยังพล.อ.ชวลิต ว่าการเดินทางเข้ามาภายใน ร. 11 รอ. จะให้เข้ามาได้เพียง 2 คนเท่านั้น คือ พล.อ.ชวลิต กับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่พ.อ.อภิวันท์ ไม่ได้เดินทางมาด้วย ทาง พล.อ.ชวลิต จึงได้มีการต่อไปยัง ศอฉ. ว่าจะให้คนอื่นเข้าแทน โดยเฉพาะคณะที่ติดตามมา แต่ทาง ศอฉ.ปฏิเสธว่า จะให้ พล.อ.ชวลิต เข้ามาเพียงคนเดียว ทำให้ ส.ส. และ ผู้ที่ติดตาม พล.อ.ชวลิต ตกลงกันว่าไม่อยากให้ พล.อ.ชวลิต เข้าไปเพียงคนเดียว จึงได้มีการยืนเอกสารบรรจุไว้ในซองสีตาลหลายซอง ให้กับ พล.ต.จิรเดช สิทธิประณีต เลขานุการกองทัพบก และ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มารับหนังสือที่บริเวณด้านหน้า ร. 11 รอ. แทน

 โดยพล.ต.จิรเดช สิทธิประณีต เลขานุการกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย และ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาบอกล่วงหน้าก่อนที่จะเดินทางมาถึง กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ว่า ท่านเปลี่ยนแผน ท่านจะเดินทางมายื่นหนังสือเฉย ๆ

 เมื่อถามว่า พล.อ.ชวลิตให้เหตุผลหรือไม่ว่าเปลี่ยนแผนเพราะอะไร พล.ต.จิรเดช กล่าวว่า ท่านมากันเยอะเห็นมากันหลายคนก็เกรงใจทางนี้ เมื่อมาถึงท่านก็ได้มายื่นเอกสารเป็นซองสีน้ำตาลจำนวนหลายซองหนาเป็นปึ๊ง ซึ่งนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ได้มารับไปเรียบร้อยแล้ว

 หลังจากนั้นพล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศอฉ.ให้เพียงพล.อ.ชวลิตและนายทหารคนสนิทเท่านั้นเข้าไปใน ศอฉ. แต่ห้ามแกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าว่า ไม่เป็นไรเป็นกฎเกณฑ์ เราต้องเคารพกฎเกณฑ์  ผู้สื่อข่าวถามว่าศอฉ.ให้เหตุผลหรือไม่ทำไมไม่ให้คนอื่นเข้า พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เขาต้องสกรีนต้องเข้าใจ ศอฉ. ด้วย

 เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่จะถูกโจมตีว่าเป็นเรื่องการเมือง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงว่าเรื่องนี้จะเป็นการสร้างภาพทางการเมือง เราไม่ได้มุ่งหวังอย่างนั้น แม้แต่น้อย และที่มาเพราะความห่วงใยกันทั้งนั้นทั้ง ส.ส.และ ส.ว. และกรรมการพรรคเพื่อไทยมาเพราะความห่วงใย ปรารถนาสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไรเพราะฝากเอกสารไปแล้ว ทั้งนี้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อกล่าวหามั่ว และห่วย

 ถามว่ารู้สึกอย่างไรกองทัพปฏิบัติเช่นนี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเลยกับน้อง ๆ เราเข้าใจ อยากฝากความปรารถนาดีไปยังผู้บัญชาการเหล่าทัพผู้บัญชาการทหารสูงสุดซึ่งท่านน่ารักมาก

 เมื่อถามว่า จะต่อสู้ข้อกล่าวหาล้มล้างสถาบันอย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เราต่อสู้มาตลอดกับความไม่ถูกต้อง ต่อสู้กับการปกครองที่ไม่เป็นธรรม ต่อสู้เพื่อรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะอยู่ได้ด้วยการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
 ต่อข้อถามที่ว่า เอกสารที่ยื่นมีเนื้อหาชี้แจงเรื่องใดบ้าง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเอกสารที่รวมทุกอย่างสมบูรณ์

 ส่วนที่จะตอบสังคมอย่างไรในข้อหาล้มล้างสถาบันเพราะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตนายทหารใหญ่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เป็นไรเป็นกฎเกณฑ์ของเขา
 ถามว่าจะฟ้องร้องต่อศอฉ.หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เคยฟ้องร้องใครเลยแต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยต้องฟ้องเป็นเรื่องธรรมดาเป็นสิทธิใครโดนแบบนี้คงต้องฟ้อง เรื่องนี้โดนบ่อย ไม่แค่นี้ โดนหลายเรื่อง แต่ส่วนตัวไม่อยากฟ้อง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรบ้าง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เคยเลย เรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่ทุกอย่างเลยไปหมดแล้ว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง
 ถามว่าจะเข้าไปเคลียร์พล.อ.เปรมหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่เป็นที่เคารพ และยังเป็นที่เคารพของตนเหมือนเดิมท่านรู้ดี และตนก็รู้ดี รวมถึงครอบครัวและพวกเราทั้งหมด ในสายเลือดความเป็นทหารและผ่านการเอาบ้านเอาเมืองให้อยู่รอดมาด้วยกัน เรามีความเข้าใจดังนั้น ไม่ต้องห่วง ท่านไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีต่อตน ยิ่งตนคิดอย่างนั้นไม่ได้แล้ว แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้ ท่านเป็นที่เคารพ
 เมื่อถามว่า ท่านกับพล.อ.เปรม ยังมีใจให้กันตลอดเวลาพล.อ.ชวลิต กล่าวว่า แน่นอนที่สุด

 เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรต่อนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนากยรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต กล่าวเสียงขึงขังว่า “อยากจะฝากบอกอย่าอย่างเดียวคืออย่าฆ่าประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนอย่างอื่นจะทำอะไรก็ทำ”  ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านจะเดินทางมาที่ ศอฉ.อีกเมื่อไหร่ พล.อ.ชวลิต กล่าวติดตลกว่า “หากเป็นสมัยก่อนจะบอกว่ามาเทื่อชาติต้องการ”

 ขณะที่ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ไม่ได้เดินทางเข้าไปในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) เพื่อเข้ารายงานตัวหลัง ศอฉ. ออกมาแฉว่า พล.อ.ชวลิต เป็นหนึ่งในขบวนการล้มสถาบันเบื้องสูงว่า การที่ ศอฉ.ไม่ให้คณะของ พล.อ.ชวลิต เข้าไปทั้งหมด ถือเป็นเรื่องไร้สาระ และการกระทำดังกล่าวก็ไม่ได้มีอะไรที่เป็นสาระ
 ทั้งนี้พล.อ.ชวลิต ได้มานั่งพูดคุยกับอดีตนายทหารหลายคน ว่า ศอฉ.เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการประเมินว่า พล.อ.ชวลิต เป็นหนึ่งในขบวนการล้มสถาบันเบื้องสูง

 “ศอฉ.เอาเหตุผลอะไรมาตัดสินใจว่าพล.อ.ชวลิต จะล้มสถาบันเบื้องสูงหรือเพียงแค่พล.อ.ชวลิต ได้ทำหนังสือเพื่อขอกราบบังคมทูลฯ เข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงานสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งนี้ พล.อ.ชวลิต ได้อธิบายไปหมดแล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังกันบ้าง ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยของ นายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ อดีตรัฐบุรุษ ก็เคยทำในลักษณะดังกล่าว และได้ผลมาแล้ว ดังนั้นพล.อ.ชวลิต ก็อยากให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขก็เลยทำแบบนี้บ้าง เพราะทุกคนก็หวังดีเพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุข วันนี้ ศอฉ. ทำไม่ถูกต้องเลือกปฏิบัติ ผมสงสารกองทัพ และ น้อง ๆ ที่อยู่ในกองทัพ ที่เอาใจนักการเมืองเกินไป เลยทำให้ลืมขนบธรรมเนียมประเพณีของกองทัพที่เคยปฏิบัติมาครั้งในอดีต ” พล.ต.ศรชัย ระบุ

 พล.ต.ศรชัย ยังบอกด้วยว่า พล.อ.ชวลิต เป็นอดีตถึงผู้บัญชาการทหารบก และอดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจะต้องให้ความเคารพกัน แต่วันนี้น้อง ๆ กองทัพกับมาทำกับ พล.อ.ชวลิต ในฐานะที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูง อย่างไรก็ตาม หากย้อนอดีตกลับไปดูหลังจากที่ พล.อ.ชวลิต อำลาชีวิตราชการ ทางกองทัพได้จัดพิธีสวนสนามอำลาชีวิตราชการที่ลานกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) อย่างสมเกียรติ โดยพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ได้มีการนำนายทหารระดับนายพลมาประกอบพิธีสวนสนามซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของกองทัพ และ เป็นครั้งสุดท้ายที่มีนายพลมาสวนสนามให้

 พล.ต.ศรชัย กล่าวอีกว่า มาวันนี้ผ่านไป 20 กว่าปี น้อง ๆ กองทัพมาทำแบบนี้กับท่าน แต่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะคงรู้ว่านี่คือกฎเกณฑ์ที่ ศอฉ.ได้วางเอาไว้ แต่วันนี้ทหารจะต้องมีวินัย และต้องให้เกียรติกับผู้บังคับบัญชาเสมอไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ทางการเมืองสั่งการอย่างไรก็ว่ากันไป แต่เรื่องแบบนี้ทหารทำกับผู้บังคับบัญชาแบบนี้ไม่ได้จะต้องให้เกียรติ อย่างน้อยต้องตั้งกองเกียรติยศให้ ไม่ใช่ฟังแต่นักการเมือง อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว พล.อ.ชวลิต ไม่ได้มองว่าเป็นการหักหน้า เพราะเราไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชาแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ก็การโยนข้อหาให้ พล.อ.ชวลิต ว่าจะล้มล้างสถาบันมันทำกันได้อย่างไร

 “ศอฉ.จะแต่งเรื่องอะไรหรือผลักดันประชาชนอย่างไร ก็ทำไป แต่อย่าเอาข้อหามายัดให้ พล.อ.ชวลิต ว่าจะล้มล้างสถาบันเบื้องสูง ผมอยากถามว่าจะมีคนไทยที่ไหนที่จะกล้าทำแบบนี้ ทั้งนี้ผมอยากฝากถึง ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. ต้องอย่างน้อยต้องเคารพผู้บังคับบัญชาแม้ว่าจะอำลาชีวิตราชการไปแล้วก็ตาม วันนี้ทหารจะยังต้องมีระเบียบวินัย ทหารจะฟัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายก็จะต้องเข้าใจขนบธรรมเนียบประเพณีของกองทัพด้วย อย่าฟังคำสั่งแต่ของนักการเมืองจนลืมระเบียบของกองทัพ"