
หงส์ร่วง"ฟูแล่ม"เข้าชิง"ตราหมี"ศึกยูโรปา
"หงส์แดง"ลิเวอร์พูล เอาชนะ"ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในศึกยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก นัดที่สอง แต่"ตราหมี"เข้าชิงตามกฎประตูทีมเยือน ขณะที่ ฟูแล่ม เข้าชิงชนะเลิศบอลถ้วยยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังแซงชนะ ฮัมบูร์ก ไป 2-1
ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ แอตเลติโก มาดริด เกมนี้เจ้าถิ่นขาด เฟร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงทีมชาติสเปนที่บาดเจ็บเข่าจึงส่ง ไรอัน บาเบล ลงประสานงานในแดนหน้ากับ เดิร์ก เคาท์ ขณะที่ทีมเยือนได้ เซอร์จิโอ อกูเอโร หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินาพ้นโทษแบนกลับมาล่าตาข่ายร่วมกับ ดีเอโก ฟอร์ลัน ฮีโรผู้ซัดประตูชัยในเกมที่แล้ว
เริ่มเกมเป็น“หงส์แดง”ที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ นาทีที่ 11 อัลแบร์โต อาควิลานี เก็บบอลได้จากแถวสองแล้วลองซัดระยะ 25 หลาส่งลูกเข้าซอง ดาบิด เด เกีย จากนั้น “ตราหมี” มีโอกาสตอบโต้บ้างในนาทีที่ 19 เมื่อ ราอูล การ์เซีย ได้โอกาสตะบันไกล ลูกกระดอนพื้นหนึ่งที แต่ โฆเซ เรนา ยังล้มตัวปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด
นาที 26 ลิเวอร์พูล มีลุ้นขึ้นนำจากจังหวะที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด ต่อบอลไปมากับ อาควิลานี และ ยอสซี เบนายูน อย่างไหลลื่นก่อนจ่ายออกทางขวาให้ ฮาเวียร์ มาสเชราโน เปิดเข้ากลาง ทว่า เคาท์ ชาร์จโดนไม่ดีบอลข้ามคานอย่างน่าเสียดาย ถัดมา 6 นาที หงส์แดงสามารถส่งลูกหนังปะทะตาข่ายได้ เมื่อ เจอร์ราร์ด โยนลูกฟรีคิกให้ ดาเนียล แอกเกอร์ โขกผ่านมือ เด เกีย เข้าไป แต่ไม่เป็นประตูเนื่องจาก แอกเกอร์ ถูกจับล้ำหน้า
อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นสามารถทะลวงตาข่ายนำ 1-0 ได้สำเร็จในนาที 44 จากจังหวะที่ มาสเชราโน ทุ่มบอลให้ เบนายูน พลิกหนีขึ้นไปถึงเส้นหลังด้านขวาก่อนตบย้อนกลับมาตรงกลาง อาควิลานี ล้มตัวยิงบริเวณเส้นเขตโทษผ่านการสกัดของแนวรับ แอต.มาดริด เสียบเสาแรกก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่ครึ่งหลัง ตราหมีเดินเกมบุกมากขึ้น นาทีที่ 54 เปาโล อัสซุนเซา รับบอลจาก อกูเอโร ก่อนลองยิงไกล แต่ลูกเหินข้ามคานออกหลัง ขณะที่ ลิเวอร์พูล คอยหาจังหวะโต้กลับ นาทีที่ 71 เคาท์ ส่งต่อให้ เบนายูน เลี้ยงจี้เข้าหากองหลังแล้วโยกหาโอกาสซัดหน้าเขตโทษข้ามคาน 5 นาทีต่อมาเป็นทีของ แอต.มาดริด แต่ลูกยิงไกลของ ราอูล การ์เซีย ยังไม่เข้าเป้า
นาทีที่ 81 เกล็น จอห์นสัน เลี้ยงหนี ฆวน บาเลรา ตัดเข้ากลางแล้วส่องหน้าเขตโทษถูก เด เกีย กระโดดทุบข้ามคานออกไป กระทั่งครบ 90 นาที หงส์แดง เอาชนะได้เพียง 1-0 ทำให้รวม 2 นัดเสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
ถึงนาที 95 สาวกหงส์แดงได้เฮกันลั่นแอนฟิลด์ เมื่อ ลูคัส เลวา วางบอลอย่างเหมาะเจาะให้ เบนายูน ซัดเสียบเสาไกลเป็น 2-0 ทว่าดีใจได้เพียงไม่นาน ตราหมีก็มายิงตีไข่แตกไล่ขึ้นมา 2-1 ในนาทีที่ 103 จากการหวดเสยเพดานตาข่ายของ ฟอร์ลัน ทำให้เจ้าถิ่นต้องแก้เกมด้วยการส่ง ฟิลิปป์ เดเกน ลงมาแทน มาสเชราโน ตามด้วย ดาเนียล ปาเชโก ลงมาแทน เบนายูน
กระนั้น ลิเวอร์พูล ก็ยังเจาะตาข่ายเพิ่มไม่ได้ จบ 120 นาทีจึงชนะ แอต.มาดริด เพียง 2-1 ทำให้รวม 2 นัดเสมอกันที่ 2-2 แต่เป็นอาคันตุกะจากแดนกระทิงดุที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศตามกฎยิงประตูทีมเยือน
รายชื่อ 11 คนแรกของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล - โฆเซ เรนา, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, เจมี คาร์ราเกอร์, ดาเนียล แอกเกอร์, เกล็น จอห์นสัน, ลูคัส เลวา, ยอสซี เบนายูน, สตีเวน เจอร์ราร์ด, อัลแบร์โต อาควิลานี, ไรอัน บาเบล, เดิร์ก เคาท์
แอตเลติโก มาดริด - ดาบิด เด เกีย, ฆวน บาเลรา, หลุยส์ เปเรีย, อัลบาโร โซโต, อันโตนิโอ โลเปซ, ซิเมา ซาโบรซา, เปาโล อัสซุนเซา, ราอูล การ์เซีย, โฆเซ เรเยส, ดีเอโก ฟอร์ลัน, เซอร์จิโอ อกูเอโร
อีกคู่ ฟูแลม เปิดรังคราเวน ค็อทเทจ เอาชนะ ฮัมบูร์ก 2-1 "สิงห์เหนือ"ขึ้นนำก่อน 1-0 จากการปั่นฟรีคิกเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงามของ มลาเดน เปทริช ในนาทีที่ 22 ก่อนที่ ไซมอน เดวีส์ กับ โซลตาน เกรา จะช่วยกันซัดคนละเม็ดในนาทีที่ 69 และ 76 ทำให้รวม 2 นัด "เจ้าสัวน้อย" เข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 2-1 ซึ่งจะตัดสินแชมป์กับ แอต.มาดริด ในวันที่ 12 พฤษภาคม ที่สนามนอร์ดบังก์ อารีนา เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี



