
ธปท.รับการเมืองป่วนฉุดจีดีพีวูบ0.9%
ธปท.เพิ่มประมาณการจีดีพีปี 53 ใหม่ หลังตัวเลขไตรมาสแรกออกมาดีเกินคาด รับปัญหาการเมืองปัจจัยกดดันหลัก ฉุดจีดีพีถึง 0.9% กระทบไตรมาสสองมากที่สุด
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนี้ใหม่เป็น 4.3-5.8% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 3.3-5.3% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 3-5% จากเดิมเคยประเมินไว้ที่ 2.8-4.8% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2552 และไตรมาสแรกปี 2553 ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก จึงน่าจะมีแรงส่งต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่เหลือของปีนี้ด้วย
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้น น่าจะหนุนให้การส่งออกสินค้าไทยในระยะ 8 ไตรมาสข้างหน้ามีโอกาสขยายตัวได้ดีกว่าประมาณการในครั้งก่อน ประกอบกับการดำเนินนโยบายการคลังที่ผ่อนคลาย ยังสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง
"ยอมรับว่าปัญหาการเมืองถือเป็นปัจจัยที่กดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะถ้าตัดปัจจัยเหล่านี้ออกไป มุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจไทยของ ธปท. มองว่าน่าจะเติบโตได้อีก 0.9% จากประมาณการใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 4.3-5.8% และผลกระทบทางการเมืองน่าจะส่งผลมากสุดในไตรมาส 2 ก่อนที่จะบรรเทาลงในช่วงที่เหลือของปี และคาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในปีหน้า" นายไพบูลย์กล่าว
ด้านนายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสแรกน่าจะอยู่ที่ 9% สูงกว่าที่ สศค. ประมาณการไว้ที่ 8% อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่เป็นปัจจัยหลักต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพราะประเทศคู่ค้าอาจคิดได้ว่าไทยอาจจะมีปัญหาในการจัดส่งสินค้า ซึ่งขณะนี้ สศค. มองว่าส่งผลต่อจีดีพีลดลงแล้ว 0.2-0.5% แต่ยังไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อนานแค่ไหน หากถึงขั้นรุนแรงมากก็อาจจะกระทบจีดีพีถึง 1.8%



