
จ่ายอุ้มลูกจ้างเหยื่อม็อบคนละ3พันแรงงานขึ้นทะเบียนหาบเร่
เตรียมชง ครม.เยียวยาลูกจ้างเหยื่อม็อบ จ่ายเงินช่วยคนเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท รายละ 3,000 บาท เผยแจ้งชื่อแล้ว 2 หมื่นราย พร้อมให้แรงงานตั๊งโต๊ะรับจดทะเบียนหาบเร่ หอการค้าฯ ขอรัฐเพิ่มมาตรการเยียวยา ด้านโรงแรมชี้วิกฤติสุดในรอบ 20 ปี
นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังหารือกับผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เบื้องต้นจะเสนอ ครม.วันที่ 4 พฤษภาคมนี้ เพื่ออนุมัติใช้โมเดลเช็คช่วยชาติ บรรเทาความเดือดร้อนลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดไว้ที่ผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท จะช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท ขณะนี้มีลูกจ้างแจ้งรายชื่อมา 2 หมื่นราย
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะจัดทำรายละเอียดการคำนวณเงินเบื้องต้นที่รัฐบาลจะช่วยเหลือลูกจ้างทั้ง 2 หมื่นคน ให้ชัดเจนอีกครั้งว่าจะจ่ายจำนวน 3,000 บาท หรืออาจบวกลบมากน้อยจากนี้อย่างไร เพื่อเสนอให้ ครม.อีกครั้ง ซึ่งโดยหลักการแล้วเงินช่วยเหลือต้องถึงมือลูกจ้างภายในเดือนพฤษภาคมนี้
สำหรับความช่วยเหลือของผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรม จะเร่งหารือว่าจะสามารถผ่อนปรนค่าเช่าได้มากน้อยเพียงใด โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือด้านอื่นๆ ตอบแทน เช่น จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่บรรดาผู้ค้าที่เป็นหาบเร่แผงลอย กระทรวงแรงงานต้องไปตั้งโต๊ะเพื่อรับจดทะเบียนคนที่เดือดร้อนให้ชัดเจนก่อน
นายคมสัน โอภาสสถาวร รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมการค้า 10 สมาคม ว่า ที่ประชุมเห็นว่าภาครัฐควรมีมาตรการด้านภาษีช่วยเหลือเพิ่ม รวมทั้งขยายเวลามาตรการทางภาษีที่ ครม.อนุมัติไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 ให้นานขึ้น เพราะการฟื้นตัวต้องใช้เวลา และต้องการให้ภาครัฐหาช่องทางจำหน่ายสินค้าให้แก่เอสเอ็มอีในย่านราชประสงค์ ที่ต้องหยุดกิจการในช่วงชุมนุม
ทั้งนี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะสรุปข้อมูลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ เสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 เพื่อให้ กกร.พิจารณาเสนอให้ภาครัฐพิจารณาอีกครั้ง โดยสภาหอการค้าฯ เห็นว่าผู้ประกอบการจะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องมีการเตรียมเพื่อวางแผนธุรกิจ
ด้าน น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ ประธานฝ่ายการตลาดสมาคมโรงแรมไทย และรองผู้จัดการโรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ ในพื้นที่ชั้นในย่านราชประสงค์ ปทุมวัน สาทร และพื้นที่ใกล้เคียงอื่นๆ ที่มีอยู่ไม่น้อยกว่า 1,000 แห่ง ที่ต้องปรับตัว ทั้งปิดบริการทั้งหมด และปิดบริการห้องพักบางส่วน เชื่อว่ามีประมาณ 300 แห่ง ซึ่งวิกฤติครั้งนี้ถือว่าหนักสุดในรอบ 20 ปี สมาคมโรงแรมอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล รายละเอียดทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล คาดว่าไม่เกินอีก 1-2 สัปดาห์ น่าจะสรุปได้



