
ทักษิณสายตรงแกนนำพท.สั่งไม่ยื่นซักฟอกรบ.
"ทักษิณ"สายตรงแกนนำพท.สั่งกลับลำไม่ยื่นซักฟอกรบ. อ้างเหตุทำให้เดินสายใช้ต่างชาติกดดันรบ.ให้ยุบสภาแล้ว "ผช.รมต.ตป."เผยไทยรับได้มอนเตรเนโกรรับ"ทักษิณ"เป็นพลเมือง เชื่อไม่กระทบสัมพันธ์ 2 ประเทศ
(29เม.ย.) แหล่งข่าวจากส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สำหรับเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยมีมติไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ในที่ประชุมส.ส.มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย ซึ่งมีสัดส่วนเท่าๆ กัน โดยส.ส.ฝ่ายที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อเท็จจริงเรื่องการสลายชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ต่อประชาชน ส่วนอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยให้อภิปรายให้เหตุผลว่าถึงอภิปรายไปยกมือในสภาก็แพ้อยู่ดี และเป็นเวทีให้พรรคประชาธิปัตย์ซัดกลับเราว่าหนุนเสื้อแดง เพราะฝีปากประชาธิปัตย์ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเช่นไร เป็นการต่อลมหายใจให้กับรัฐบาล เพราะเมื่อผ่านไปแล้วก็จะอ้างว่าได้รับการตรวจสอบแล้ว
นอกจากนี้ยังมองว่าถ้ามีการยื่นแล้ว จะมีผลต่อการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้มองว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะอยู่อย่างไร เหมือนเป็นการทิ้งเสื้อแดงให้เดินคนเดียว แล้วคนที่ออกมาต่อสู้ก็จะบีบกดดันรัฐบาลไม่ได้ นอกจากนี้ยังกลัวกันว่าหากมีการยื่นแล้วคนเสื้อแดงจะกลับบ้าน และส.ส.บางส่วนก็จะพามวลชนกลับบ้าน และหากกลับมาชุมนุมใหม่จะได้คนไม่เท่าเดิม หรือแกนนำอาจจะถูกจับไปได้ ทุกคนจึงเห็นว่าไม่ควรยื่นญัตติไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะเดียวกันพล.อ.ชวลิต ก็ได้ให้คนสนิทมาชี้แจงต่อพรรคว่าไม่ควรยื่นอภิปรายเพราะรัฐบาลชุดนี้ ได้กระทำเกินเลยจนเป็นฆาตรกรไปแล้ว เช่นเดียวกับฝ่ายสมาชิกพรรคที่เป็นทหารหรือตำรวจ ที่มีความเห็นไปในทางเดียวกัน
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีสัญญาณจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งได้โทรศัพท์เข้ามาหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยที่มีการประชุมกันเมื่อวันที่ 28 เม.ย. เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายนพดล ปัทมะ นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา นายวิชาย มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน เป็นต้น โดยพ.ต.ท.ทักษิณ เห็นว่าไม่ควรที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ได้คุยกับต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในเอเซีย ให้กดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ให้ยุบสภา ซึ่งถ้าหากยื่นจะทำให้การอธิบายความต่อต่างประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นไปได้ยาก เพราะต้องทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว โดยพ.ต.ท.ทักษิณจะได้ดำเนินการให้ต่างประเทศกดดันรัฐบาลควบคู่กับการกดดันในประเทศ
ด้านนายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อพรรคตัดสินใจไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ควรมีมาตรการอื่นในการกดดันรัฐบาลต้องมีตามไปด้วย อาทิ หลังจากนี้การสังคายนา และทำกิจกรรมร่วมกันกับฝ่ายรัฐบาลจะต้องน้อยลงไปด้วย ข้อมูลที่เคยเตรียมไว้อภิปรายฯ ในเมื่อพูดในสภาฯไม่ได้ เราก็จะไปพูดต่อเวทีโลก เวลานี้สื่อไทยอยู่ในอุ้งมือที่เขากำหนดกรอบ เวทีสภาฯก็เล่นไม่ได้ ดังนั้นต้องเล่นนอกประเทศ รัฐบาลอยู่ได้ก็อยู่ไป โดยข้อมูล ภาพถ่ายต่างๆ ที่มีอยู่ในมือ จะนำไปยื่นต่อยูเอ็น ไปยื่นต่อองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ฟ้องต่อศาลคดีอาญาระหว่างประเทศ นายอภิสิทธิ์ วันนี้อายุ 45 ปีเอง จะอยู่ในตำแหน่งอีกกี่ปีก็แล้วแต่ หากพ้นตำแหน่งเมื่อไหร่ เชื่อว่าคดีต่างๆที่เคยทำจะตามมาอีกเพียบแน่นอน นอกจากนี้เชื่อว่าข้อมูลต่างๆที่ไม่ได้เปิดอภิปราย อาจจะจะนำไปเปิดในเวทีในต่างจังหวัดอาจจะต้องทำเช่นกัน
บัวแก้วเผยไทยรับได้มอนเตรฯรับ"ทักษิณ"เป็นพลเมือง
นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการะทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเทศมอนเตเนโกร ว่า เป็นประชาชนมอนเตเนโกรว่าเรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่สามารถเดินทางเข้าไปยังประเทศมอนเตรเนโกรได้ และไม่ได้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เนื่องจากรัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศได้ขอความร่วมมือไปยังรัฐบาลมอนเตเนโกรว่าไม่ให้ผู้ใดใช้ประเทศมอนเตเนโกร เป็นฐานในการขับเคลื่อนทางการเมือง แต่หากอดีตนายกรัฐมนตรีจะเข้าไปพำนักพักพิงอยู่ในประเทศดังกล่าว ถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ ซึ่งทางการไทยจะไม่เข้าไปก้าวก่าย และให้สิทธิกับประเทศมอนเตเนโกร หรือแม้แต่ประเทศอื่นๆ ที่อดีตนายกฯ จะเดินทางเข้าไป
ปธ.เคนยามองม็อบเป็นปกติแต่ห่วงควบคุมยาก
นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังให้การต้อนรับประธานาธิบดีเคนย่า ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ประธานาธิบดีเคนย่าได้แสดงความสนใจสถานการณ์การชุมนุมในไทย ซึ่งมองว่าการประท้วงเป็นเรื่องปกติในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่สามรถแสดงออกได้ทางการเมือง แต่ก็มองว่าหากมีการชุมนุมจำนวนมาก จะทำให้ยากต่อการควบคุมสถานการณ์
นายพนิช ได้กล่าวทำความเข้าใจว่ารัฐบาลไทยได้มีมาตรการในการดูแลสถานการณ์ไม่ให้เกิดความสูญเสีย นอกจากนี้ยังเน้นการเจรจามากกว่าการใช้กำลัง ซึ่งประธานาธิบดีเห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว
นายพนิช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ประธานนาธิบดีเคนย่า ยังยืนยันว่า ประเทศเคนย่าจะส่งคณะผู้แทนมาประชุมร่วม คณะกรรมาธิการไทย-เคนย่า ครั้งที่ 1 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เพราะการประชุมดังกล่าวจะเป็นกลไกขยายความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ในด้านการค้าการลงทุนรวมทั้งได้กล่าวถึงปัญหาโจรสลัดในนานนํ้าโซมาเรีย เชื่อว่านานาชาติจะสามารถใช้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ยังได้ขอความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวจากประเทศไทยเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งในระดับทวิภาคี รวมทั้งอยากให้มีการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อประโยชน์ในการค้าร่วมกัน



