ข่าว

มท1.จี้กำนัน-ผญบ.เตือนลูกบ้านอย่าหลงเชื่อเสื้อแดง

มท1.จี้กำนัน-ผญบ.เตือนลูกบ้านอย่าหลงเชื่อเสื้อแดง

29 เม.ย. 2553

"มท1."จี้กำนัน-ผญบ.เตือนลูกบ้านอย่าหลงเชื่อเสื้อแดง ชี้ม็อบราชประสงค์ทำผิดกฎหมาย พร้อแนะให้ปชช.มั่นใจรบ.ชี้แดงยึดศาลากลางเชียงใหม่แค่สัญลักษณ์ ย้ำ ทุกจังหวัดต้องรักษาสถานที่ราชการถึงที่สุด ขณะที่ผู้ว่าฯ โล่ง เสนาบดีไม่คิดคาดโทษ

 (29เม.ย.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในโครงการ “รมว.มหาดไทย พบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทางระบบสื่อสารของกรมการปกครอง” ครั้งที่ 5.2553 ว่า ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนด สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ และไม่เข้าร่วมการปลุกระดมมวลชน อย่าหลงเชื่อการปล่อยข่าวลือ เนื่องจากการชุมนุมในกทม.ขณะนี้ มีการกระทำความผิดกฎหมายอยู่เนืองๆ

 ดังนั้น หากประชาชนเข้ามาร่วม อาจพลาดพลั้งถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไปด้วย จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของรัฐบาล และอยู่ในพื้นที่ประกอบอาชีพการงานให้เป็นปกติ และร่วมกันพัฒนาประเทศของเราให้สงบร่มเย็นต่อไป

 ชี้แดงยึดศาลากลางเชียงใหม่แค่สัญลักษณ์

 นายชวรัตน์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าบุกยึดศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานให้ทราบแล้วว่า ไม่มีอะไรเสียหาย ผู้ชุมนุมไม่ได้บุกเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการ เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่ถ้ามีการทำร้ายข้าราชการหรือทำลายทรัพย์สินก็จะต้องนำเทปบันทึกภาพไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องดำเนินคดี และจะไม่มีการคาดโทษใดๆ กับผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด มีความพยายามป้องกันเต็มที่แล้ว

 เมื่อถามว่าเกรงว่า จังหวัดอื่นจะนำไปเป็นตัวอย่างในการบุกยึดสถานที่ราชการเหมือนขอนแก่นโมเดลหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า มีแต่มหาดไทยโมเดล ทุกจังหวัดจะต้องปฏิบัติเหมือนกันหมด คือจะต้องป้องกันสถานที่ราชการให้ถึงที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม กำลัง อส. ในแต่ละจังหวัดมีไม่เท่ากัน ซึ่งอาจจะเป็นปัญหา ส่วนจังหวัดที่เป็นหัวเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างเช่น จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ นั้น ไม่จำเป็นจะต้องขอกำลัง อส.จากจังหวัดใกล้เคียงเพิ่ม เพราะมีกำลังมากพอที่จะดูแลได้อยู่แล้ว

 กลุ่มเสื้อหลากสีน่านยื่นหนังสือให้กำลังใจทหาร

 เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 28 เม.ย.53 หน้าค่ายสุริยพงษ์ จังหวัดทหารบกน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน  กลุ่มพลังเครือข่ายพลเมืองปกป้องชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์จาก อำเภอทุ่งช้าง,เชียงกลาง,ปัว.นาน้อย,นาหมื่น จังหวัดน่าน 100 คน นำโดย ร.ต.อ.เกียรติณัฐศักดิ์ ปัญญาสิทธิ์ อดีต รองสารวัตรกลุ่มงานสวัสดิภาพเด็กเยาวชน และสตรี ศสส.ภาค6 ได้ ยื่นหนังสือให้กำลังใจ แก่ พล.ต.ชีวัน โหละบุตร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่านและกองพันทหารม้าที่ 10,กองพันทหารม้าที่ 15 ในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ต้องกลัวกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติและสถาบันอันสูงสุดของปวงชนชาวไทย  

 ทั้งนี้ ทหารจะไม่โดดเดี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ขอให้ทหารจงปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบอย่างเต็มความสามารถ จะมีกลุ่มกลุ่มพลังเครือข่ายพลเมืองปกป้องชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์จังหวัดน่านและทั่วประเทศเป็นกำลังใจและร่วมต่อสู้อยู่เคียงข้างทหาร โดยมี พ.ท.ทศพล ผ่องศรีสุก ผบ.นศท.จทบ.น.น. ตัวแทนจาก จังหวัดทหารบกน่านมารับเรื่องและขอบคุณที่กลุ่มพลังและเครือข่าย ที่มาให้กำลังใจโดยสงบ สันติวิธีพร้อมกับรับหนังสือนี้เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อที่จะเสนอให้หน่วยเหนือทราบต่อไป

 จากนั้นเมื่อเวลา 11.00 น.ร.ต.อ.เกียรติณัฐศักดิ์ ปัญญาสิทธิ์ อดีต รองสารวัตรกลุ่มงานสวัสดิภาพเด็กเยาวชน และสตรี ศสส.ภาค6 นำ กลุ่มเครือข่ายพลเมืองปกป้องชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ จังน่านเดินทางมาที่ประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดน่าน เพื่อยื่นหนังสือ โดยมี นายสุรเดช สุวรรณปากแพรก รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิชัย ทนนันไชย ผกก.สภ.เมือง น่าน เพื่อให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ สืบเนื่องจากความไม่สงบในบ้านเมือง ที่กลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้ประเทศได้รับความเสียหาย

  โดยมีทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ รวมตัวกันกว่า 100 คน ยื่นหนังสือให้กำลังใจบริเวณหน้าประตูทางเข้า เพื่อแสดงพลังและจุดยืน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของรับ และรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง รวมทั้งคัดค้านการยุบสภา โดยร่วมกัน ร้องเพลงชาติ เพลงสุดดีมหาราชาและเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ การชุมนุมดังกล่าวฯไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ กลุ่มพลังเครือข่ายพลเมืองปกป้องชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ จังหวัดน่าน เพื่อแสดงพลัง และจุดยืนอย่างต่อเนื่องจนกว่าบ้านเมืองจะสงบ